“รองต่อ-รองโจ๊ก” สนธิกำลังตำรวจหลาย หน่วยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเครือข่ายธุรกิจจีนสีเทา เชื่อมโยง “ตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์” เป็นบ้านหรูราคากว่า 50 ล้านบาท 10 หลัง ใน กทม.-จ.สมุทรปราการ และห้องชุดสุดหรูมูลค่า 100 ล้าน ย่านเจริญนคร ยึดทรัพย์สินทั้งเงินสด ตู้เซฟ รถสปอร์ต เครื่องประดับและอื่นๆอีกจำนวนมาก รอเจ้าของมาชี้แจง แฉกลุ่มจีนรวมตัวใช้เงินสดซื้อบ้าน-คอนโดหรูอยู่รวมเป็นกลุ่มก้อน สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยจนต้องย้ายหนี ตำรวจเตรียมกวาดล้างให้สิ้นซาก
ตำรวจกระจายกำลังตรวจยึดทรัพย์สินเครือข่ายธุรกิจจีนสีเทา โดยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 29 พ.ย. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผบช.สอท. พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละศิริ ผบก.สอท.2 สนธิกำลังตำรวจ บช.สอท. ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด ประกอบด้วยหมู่บ้านหรูและคอนโดมิเนียมในพื้นที่ กทม. และ จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจยึดสิ่งผิดกฎหมายและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดกลุ่มธุรกิจจีนสีเทา
เบื้องต้น กระจายกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นหมู่บ้านหรูเป้าหมายที่กลุ่มเครือข่ายกลุ่มธุรกิจจีนสีเทาพักอาศัยและใช้เป็นที่กระทำความผิดรวม 4 จุด จุดแรก หมู่บ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท ซอยแบริ่ง-ลาซาล ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ เป็นโครงการบ้านหรู ราคาหลังละกว่า 50 ล้านบาท ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 233/28, 233/48, 233/59 และ 233/60 รวม 4 หลัง พบหมู่บ้านดังกล่าวมีทั้งหมด 66 หลัง แต่ละหลังราคา 35-60 ล้านบาท มีคนจีนเป็นเจ้าของโดยการซื้อด้วยเงินสด 50 หลัง ที่เหลือเจ้าของเป็นคนไทย ขณะนี้ต่างทยอยขายบ้านที่อยู่ติดกับกลุ่มคนจีนแล้ว เนื่องจากตั้งแต่ปี 63 คนจีนเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยผู้พักอาศัย เนื่องจากมีกลุ่มคนจีนที่เป็นนักเที่ยว
...
มีความเกี่ยวโยงกับผับ “จินหลิง” ชอบแวะเวียนมาเล่นไพ่ จัดปาร์ตี้ส่งเสียงดังในยามค่ำคืนจนเป็นที่น่ารำคาญ แต่ภายหลังจากที่นายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ เข้ามอบตัวกับตำรวจ คนจีนกลุ่มนี้ได้ขนย้ายทรัพย์สินภายในบ้านและนำรถหรูไปซุกซ่อนตามจุดต่างๆเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ มีเพียงบ้านบางหลังที่เหลือไว้เพียงคนใช้ชาวไทยทำหน้าที่ดูแลบ้านเท่านั้น
มีรายงานด้วยว่า กลุ่มคนจีนสีเทามักมีพฤติกรรมคล้ายกันคือ การนำเงินสดมากว้านซื้อหมู่บ้านหรูตามโครงการใหญ่หรือคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุง ซื้อในลักษณะเหมาเฟส หรือหากเป็นคอนโดมิเนียมหรูจะเหมายกชั้น ซื้อขายผ่านนายหน้าหรือตัวแทนเท่านั้น
จุดที่สอง หมู่บ้านทรูแกรนด์ โมนาโก ซอยกาญจนาภิเษก 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศกทม. ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 396/44 และ 396/48 รวม 2 หลัง จุดที่สาม หมู่บ้านบุราสิริ วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 55/68 และจุดที่สี่ หมู่บ้านลดาวัลย์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า ถนนราชพฤกษ์แขวงบางละมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 9/209, 9/227, 9/228 รวม 3 หลัง
เบื้องต้นตำรวจยึดรถโตโยต้า อัลพาร์ด 5 คัน ตู้เซฟ 4 ตู้ ยาชูกำลังแสดงฉลากเป็นภาษาจีน บุหรี่จีน ไวน์หนีภาษี บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์เล่นไพ่นกกระจอก ตลอดจนกระเป๋า เสื้อผ้าแบรนด์เนมจำนวนมากไว้ตรวจสอบ
เวลาไล่เลี่ยกัน ตำรวจอีกชุดเข้าตรวจค้นจุดที่ห้า เป็นห้องชุดหรู ชั้น 69 ภายในคอนโดมิเนียม ย่านเจริญนคร มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตรวจยึดเงินสดกว่า 1 ล้านบาท โฉนดที่ดิน เครื่องประดับ รถสปอร์ตปอร์เช่ 1 คัน รถเบนซ์ จี คลาส 2 คัน และรถโตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว 1 คัน หลังตรวจสอบพบความผิดปกติในการครอบครองทรัพย์สินจนต้องตรวจยึดไว้ สำหรับของกลางทั้งหมดที่ยึดได้ครั้งนี้ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรอให้ผู้ครอบครองมาแสดงตัวพร้อมกับชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต้องสงสัย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด พล.ต.อ.ต่อศักดิ์จะแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย.
มีรายงานว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการขยายผลยุทธการ “ล้มไม้ค้ำ ลิดกิ่งก้าน” ก่อนหน้านี้ตำรวจเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักอาศัยและสถานที่ใช้กระทำความผิดกลุ่มธุรกิจจีนสีเทาและขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ กทม. 3 จุด เมื่อต้นเดือน พ.ย.65