“ฮาน เลย์” มิสแกรนด์ เมียนมา ปี 2020 ผู้ต่อต้าน รัฐบาลทหารเมียนมา ยังอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นวันที่สอง หลังถูกทางการไทย ปฏิเสธให้เข้าเมือง อยู่ระหว่างประสาน UNHCR เพื่อ เดินทางไปจุดหมายอื่นถือเป็นความลับ ขณะที่โฆษก ตท.ยืนยันกรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการกักตัวแต่อยู่ ระหว่างการดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ฮาน เลย์ นักศึกษาด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง มิสแกรนด์เมียนมา ประจำปี 2020 แสดงพฤติกรรมต่อต้านการก่อรัฐประหารในเมียนมา บนเวทีการประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชันแนล 2020 ที่ กทม. เมื่อเดือน มี.ค.64 ถูกทางการไทยควบคุมตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย หลังเดินทางมาจากประเทศเวียดนาม น.ส.ฮาน เลย์ อยู่ระหว่างติดต่อกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางการไทยทั้งกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกมาปฏิเสธ ทั้งหมดไม่ใช่การควบคุมตัวแต่เป็นการนำตัวไปดูแลตามกระบวนการปฏิเสธการเข้าเมือง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า น.ส.ฮาน เลย์ มิสแกรนด์เมียนมา ยังคงอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นบุคคลห้ามเข้าประเทศไทย ข้อเท็จจริงหน่วยงานของไทยปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากหนังสือเดินทางมีปัญหา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา กรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการกักตัวแต่อยู่ระหว่างการดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปกรณีแบบนี้ไม่ควรใช้ระยะเวลานานหลายวัน ยืนยันยังไม่มีการส่งตัวไปที่ใดตามที่เป็นข่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก สตม. กล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.ฮาน เลย์ มิสแกรนด์พม่า 2020 ยังคงพักคอยอยู่ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากถูกปฏิเสธการเข้าเมืองตาม ม.12 (1) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในเรื่องหนังสือเดินทางไม่ครบถ้วนเรียบร้อย เพื่อรอการเดินทางต่อไปยังประเทศปลายทาง ถือเป็นสิทธิของเขา แต่ละวันจะมีผู้โดยสารหลายรายถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองและกรณีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ ตม.ปฏิบัติในเรื่องหนังสือเดินทาง
...
มีรายงานว่า น.ส.ฮาน เลย์ ถูก ตม.ไทยปฏิเสธการเข้าเมืองตั้งแต่เวลา 02.30 น. ของวันที่ 22 ก.ย. อยู่ระหว่างติดต่อกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ใน กทม. เพื่อเดินทางไปจุดหมายอื่นหลังจากที่ ตม.ไทยปฏิเสธการเข้าเมือง ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุ ไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ ความเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดหรือยืนยันในแต่ละคดี เนื่องจากเหตุผลในการคุ้มครองและการรักษาความลับ UNHCR เชื่อว่าทุกรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการให้ความคุ้มครองแก่บุคคลต่างๆในดินแดนของตน รวมทั้งผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย พร้อมระบุว่า หลักการไม่ผลักดันกลับเป็นรากฐานสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการนี้มีผลผูกพันกับทุกรัฐไม่ว่าจะเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาปี ค.ศ.1951 กำหนดห้ามมิให้รัฐส่งคืนบุคคลใดๆไปยังดินแดนที่ชีวิตหรือเสรีภาพของคนเหล่านั้นต้องเผชิญภัยร้ายแรง หลักการนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ รวมทั้งอยู่ในพันธกรณีตามสนธิสัญญาอื่นๆของประเทศไทย