กทม. ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่ม 6 พื้นที่ ยกระดับการช่วยเหลือประชาชน เร่งการเยียวยาผู้ประสบภัยกว่า 2 หมื่นคน พร้อมย้ำไม่ทิ้งประชาชน

วันที่ 15 ก.ย. 2565 ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และนายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

ทางด้าน ปลัดกรุงเทพมหานคร เผยว่า ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนตกเกิน 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งบริเวณทั่ว กทม. ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กลุ่มเขตหลักสี่ เขตดอนเมือง, เขตบางเขน น้ำสูงสุดที่คลองเปรมประชากร 1.56 เมตร ปัจจุบันเหลือ 1 เมตรแล้ว ส่วนบางเขนในซอยต่างๆ ลดลงเกือบหมดแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ คาดว่าถ้าฝนไม่ตกอีก 2-3 วัน จะเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วนที่ 2 คือ เขตลาดกระบัง, เขตประเวศ, เขตหนองจอก สถานการณ์น้ำลดลงไปประมาณ 50 เซนติเมตร อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น และเมื่อวานนี้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี และ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ไปหนองจอก และทำให้เห็นว่าระดับน้ำเริ่มลดระดับ และเมื่อวานนี้ผู้ว่าฯ กทม. ได้ขอให้ กอนช. ทำทางด่วนน้ำตัดไปออกแปดริ้วได้เลย

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ตัดสินใจเปิดประตูน้ำลาดกระบัง และกระทุ่มเสือปลา ทำให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว คาดว่าไม่เกิน 7 วัน ถ้าฝนไม่ตกเพิ่ม น้ำจะลดลงทั้งหมด ทำให้มองว่าสถานการณ์น้ำในช่วงนี้ บริเวณรอบนอกน่าจะดีขึ้น ส่วนปัจจุบันน้ำสถานการณ์น้ำเหนือผ่านบางไทรมา ยังอยู่ในระดับที่รับได้ ทำให้ไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวล ซึ่งพื้นที่ฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 17 เขต ได้ให้สำนักเขตเตรียมเฝ้าระวังไว้ก่อน

ทางด้าน รองผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า สถานการณ์ที่ผ่านมา กทม.พยายามปรับให้มีศูนย์กลางของข้อมูล เมื่อเขตทราบข้อมูลว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ หน่วยทุกหน่วยของ กทม.จะออกไปเตรียมพร้อมก่อน และได้ให้การช่วยเหลือต่างๆ ทั้งการอำนวยความสะดวกประชาชน และการประสานอำนวยความสะดวกจราจร และอำนวยความสะดวกทางสัญจร รวมถึงมีการทำสุขาชั่วคราวในการช่วยให้มีเครื่องมือทางสุขอนามัยเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำถุงยังชีพ

ส่วนการช่วยเหลือเยียวยา ขณะนี้สำนักงานเขตกำลังทำข้อมูลทั้งหมดเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการประกาศพื้นที่สาธารณะภัยเพิ่มเติม โดยยืนยันว่า ไม่ได้ประกาศพื้นที่สาธารณภัยเพื่อให้เกิดความวิตก แต่เพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัติของ กทม. ในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเดิม กทม. สามารถเยียวยาตามเกณฑ์ได้ แต่การประสานขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการประกาศเขตภัยพิบัตินั้น แม้จะได้รับการเยียวยา แต่ต้องไม่ซ้ำประเภทกัน

สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัยที่จะประกาศเป็นพื้นที่สาธารณภัยทั้งหมด 6 พื้นที่ ประกอบด้วย แขวงลาดกระบัง, แขวงคลองสองต้นนุ่น, แขวงคลองสามประเวศ, แขวงขุมทอง, แขวงทับยาว และแขวงลำปลาทิว โดยมีประชาชนได้รับความเสียหายจากอุทกภัย 10,300 หลังคาเรือน มีประชากรทั้งหมด 20,767 คน รวมถึงพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 1,322 ไร่ แบ่งเป็นนาข้าว 800 ไร่ สวนผักและผลไม้ 22 ไร่ และบ่อปลาอีก 500 ไร่.