บุกล็อกมือสังหารทนายต้อย ทนายความชื่อดังและอดีตผู้สมัคร ส.ส.ระยอง สิ้นใจคาปั๊มน้ำมันตัวเองได้แล้ว ตำรวจสืบจาก จยย.ที่คนร้ายจอดทิ้งไว้ พบโดนขโมยมาปี 57 พฐ.เก็บรอยนิ้วมือแฝงบนรถเช็กละเอียดยิบ ยืนยันตรงกับประวัติคนร้าย ยื่นศาลอนุมัติหมายจับล่า ก่อนตะครุบตัวได้ขณะหนีกบดานเมืองกรุง มือปืนสารภาพร่วมกับเพื่อนคู่หูที่ถูกรวบตัวได้ในเมืองแพร่ ไปดูลาดเลาล่วงหน้า สบโอกาสลุยเดี่ยวรัวยิงจนสิ้นใจ ได้ค่าจ้างเด็ดหัวเหยื่อแค่ 8 หมื่นบาท ยังปิดปากเงียบไม่ยอมแฉจอมบงการเป็นใคร “บิ๊กใหม่” สั่งขยายผลปมมรณะจากขัดแย้งการเมืองท้องถิ่นหรือไม่

จากเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คนร้ายสวมหมวกกันน็อกเสื้อยืดรองเท้าแตะ ขี่รถ จยย.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาคนเดียว ทำทีเป็นชาวบ้านเข้ามาเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมัน ปตท. ช.อำนวยทรัพย์ปิโตรเลียม เลขที่ 111 หมู่ 4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และขี่มาประชิดโต๊ะที่นายมานพ เสถียรเขตต์ หรือทนายต้อย ทนายความชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ระยอง พรรคไทยรักษาชาติ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย นั่งทำงานอยู่ ชักปืนลูกโม่ .38 ยิงใส่นายมานพ 3 นัดซ้อน สิ้นใจต่อหน้าภรรยาและญาติที่อยู่ในปั๊มน้ำมัน ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี

เหตุเกิดวันที่ 15 ส.ค. เวลา 19.07 น. คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. นำทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ร่วมกับ บก.ป. บช.ก. บก.สส.ภ.2 บก.สส.ภ.จ.ระยอง สภ.บ้านค่าย เร่งคลี่คลายคดี

ความคืบหน้าของคดี เมื่อวันที่ 30 ส.ค. หลังทีมสืบสวนสอบสวนระดับพระกาฬจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมกันลงพื้นที่ค้นหาพยานหลักฐานอย่างเข้มข้นมาร่วมครึ่งเดือน แต่เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นทนายความที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในพื้นที่ คอยให้คำปรึกษาในการดำเนินคดีกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ทุจริตและกระทำผิดกฎหมาย ทำให้มีมูลเหตุจูงใจสลับซับซ้อนเป็นไปได้หลายทิศทาง

จากการสืบสวนพบพยานหลักฐานว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 2 คน วางแผนมาก่อเหตุอย่างมืออาชีพ สำรวจพื้นที่สะกดรอยติดตามเหยื่อไม่ต่ำกว่า 1 เดือน กระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ คนร้ายจงใจไปจอดทิ้งไว้ในที่ดินรกร้าง ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กม. ก่อนไปขึ้นรถยนต์ของผู้ร่วมก่อเหตุอีกคนที่จอดรอรับในพื้นที่เปลี่ยวใกล้จุดทิ้งรถ จยย. ขับหลบหนีไปด้วยกัน

จากการตรวจสอบพบว่า รถ จยย.คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถที่ถูกขโมยมา เจ้าของแจ้งความรถหายไว้ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2557 ทีมสืบสวนสอบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรอยนิ้วมือแฝงบนรถ จยย. และหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันตัวบุคคลที่เป็นคนยิงและคนพาหลบหนีได้ทั้ง 2 คน พนักงานสอบสวน บก.ป. นำพยานหลักฐานยื่นต่อศาลอาญาออกหมายจับนายปิติ นิชรัตน์ อายุ 54 ปี มือปืน ที่อยู่ 70/14 ถนนเดชานุชิต ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบ คีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1799/2565 ลงวันที่ 29 ส.ค.65 กับพวก ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน” และอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่น

หลังศาลอนุมัติหมายจับมือปืน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จ.ระยอง พ.ต.อ.อเนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผกก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สส.ภ.จ.ระยอง พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จ.สระแก้ว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตามคำสั่ง ตร.ที่ 390/2565 ออกติดตามจับกุมคนร้าย

ต่อมาที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการ ปราบปราม (บก.ป.) เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. แถลงว่า ชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 บูรพา 491 ร่วมกับ กก.2 บก.ป.และชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน กองปราบ” บุกจับกุมนายปิติ นิชรัตน์ อายุ 54 ปี มือปืน ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1799/2565 ลงวันที่ 20 ส.ค.2565 และจับนายนิติพนธ์ หรือแบน ฉ่ำชื่น อายุ 57 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน” จับนายปิติได้ในปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ส่วนนายนิติพนธ์ จับได้ริมถนนสายบ้านถิ่น-บ้านชำ หน้าฌาปนสถานบ้านถิ่น หมู่ 3 ต.บ้านถิ่น อ.เมืองแพร่ พร้อมยึดปืน .380 จำนวน 1 กระบอก

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าก่อนวันก่อเหตุ นายปิติเดินทางไป จ.ระยอง ล่วงหน้า 2 วัน เพื่อตรวจสอบดูลาดเลาให้แน่ชัดก่อนลงมือในวันที่ 15 ส.ค. ส่วนนายนิติพลเป็นคนขับรถยนต์พานายปิติไป จ.ระยองและขับรถยนต์พาหลบหนีหลังก่อเหตุและนำรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้ง ก่อนถูกชุดสืบสวนกองปราบฯ จับได้ที่บ้านภรรยาใน จ.แพร่ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้งสอง ยังไม่พบว่าเคยต้องคดีมาก่อน แต่นายปิติมือปืนยอมรับเองว่าเคยก่อเหตุยิงคนอื่นมาแล้ว ส่วนการก่อเหตุครั้งนี้ ได้ค่าจ้าง 8 หมื่นบาท ไม่รู้ถึงสาเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และไม่รู้จักกับผู้ตายมาก่อน แต่นายนิติพลเป็นคนรับงานมา และรู้จักกับผู้ตาย สำหรับปืนที่ใช้ก่อเหตุ นายปิติได้คืนให้กับนายนิติพลไปแล้ว ส่วนใครเป็นผู้จ้างวานอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล ขณะที่ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น ภรรยาของผู้ตายเคยให้ข้อมูลไว้อยู่ระหว่างตรวจสอบเช่นกันว่าเป็นสาเหตุหลักหรือไม่

...

เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางมาติดตามความเคลื่อนไหวที่ปั๊มน้ำมัน ช.อำนวยทรัพย์ปิโตรเลี่ยม เลขที่ 111 หมู่ 4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังตำรวจจับกุมมือปืนที่ก่อเหตุได้แล้ว และญาติเพิ่งจะรับศพนายมานพ เสถียรเขตต์ ออกจากโรงพยาบาล เพื่อมาประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ สถานที่เกิดเหตุถูกมือปืนยิงเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. และครอบครัวได้ฝากศพไว้ที่ รพ.บ้านค่าย มาตลอด ภายในงานศพ มีเพียงญาติสนิทไม่กี่คน บรรยากาศเป็นด้วยความเงียบเหงาศพตั้งไว้บริเวณด้านหลังปั๊ม และจัดงานอย่างเรียบง่าย

นางศันสนีย์ เจริญศึกษา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.บ้ายค่าย พี่สาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า จะสวดพระอภิธรรมศพน้องชายเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 29-31 ส.ค. จากนั้นจะเก็บศพไว้ก่อนจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ถึงจะนำศพมาประกอบพิธีอีกครั้ง ส่วนเรื่องการจับมือปืนได้แล้ว ไม่ขอออกความเห็น เป็นเรื่องทางคดีของตำรวจ