รมว.ยุติธรรม เผยได้รับจดหมายจากผู้ต้องขังต่อเนื่อง ยันอ่านเองทุกฉบับ ชี้ส่วนใหญ่อยากให้พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ ตรงกับนโยบายกระทรวงยุติธรรม ปลื้มมีจดหมายชื่นชม หลังช่วยผู้ต้องขังหลายโครงการ "สร้างงาน-กองทุนยุติธรรม" ลั่นเดินหน้าให้โอกาสผู้ต้องขังต่อ เตรียมจัดงานผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 29 ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 22 ส.ค.65 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีผู้ต้องขังในเรือนจำส่งจดหมายมาร้องเรียนให้ช่วยแก้ปัญหาว่า ตนได้รับจดหมายจากผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ ที่ส่งมาให้จำนวนมากในช่วงนี้ โดยได้อ่านเองทุกฉบับ เพราะตนอยากทราบชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างแท้จริง ไม่ใช่เชื่อแค่ภาพที่เห็นจากการลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมเท่านั้น ซึ่งจากการอ่านจดหมายทั้งหมดพบว่า ส่วนใหญ่อยากให้พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนต่างๆ โดยตรงกับที่ตนได้ผลักดันเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด ทั้งคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพอาหารด้วย
"หลายโครงการที่กระทรวงยุติธรรมได้ขับเคลื่อน ก็ไม่เคยลืมผู้ต้องขังในเรือนจำ ผมได้สั่งการให้ช่วยเหลือผู้ต้องขังด้วย ทั้งเรื่องการไกล่เกลี่ยหนี้ที่ผู้ต้องขังส่วนใหญ่จะถูกเบี้ยปรับ เพราะอยู่ในเรือนจำไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรือกองทุนยุติธรรมที่เข้าไปช่วยให้คำปรึกษาด้านคดีความ ช่วยเหลือการประกันตัว และจัดหาทนายความให้ฟรี นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้ ด้วยการฝึกคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน รวมถึงโครงการนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ ที่จะช่วยหางานรองรับให้ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อลดจำนวนการกลับไปทำผิดซ้ำ หรือเร็วนี้ๆ วันที่ 29 ส.ค.นี้ ก็จะมีการจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อให้ผู้ต้องขังได้นำผลงานที่ผลิตเอง เช่น เฟอร์นิเจอร์ งานประดิษฐ์ มาจำหน่ายในราคาถูก จึงขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนทุกคนมาร่วมอุดหนุน เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ต้องขังด้วย" รมว.ยุติธรรม กล่าว
...
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงยุติธรรมได้ขับเคลื่อนช่วยผู้ต้องขังอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้ต้องขัง เพื่อสามารถเก็บเป็นเงินทุนไปประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษได้ ดังนั้นจึงมีจดหมายหลายฉบับที่เขียนมาชื่นชม เช่น ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี ได้ขอบคุณที่ตนได้ให้โอกาสผู้ผิดพลาด ตามโครงการคืนคนดีสู่สังคม รวมถึงสิ่งดีๆที่ได้ทำให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งเมื่อตนได้อ่านก็ทำให้มีกำลังใจในการเดินหน้าช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังต่อไป เพราะเมื่อตนเข้ามารับตำแหน่ง ก็พยายามช่วยลดความแออัด เพิ่มพื้นที่นอน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่มาโดยตลอด ซึ่งยึดหลักมนุษยธรรม ตามหลักสากลเป็นหลัก