หนุ่มใหญ่วัย 41 ผู้ป่วยกลุ่ม 608 ติดโควิดฯไร้ รพ.รับรักษา อ้างเตียงเต็ม ต้องนอนกลางป่ากล้วย เหตุที่บ้านมีแม่ชราอาศัยอยู่ หวั่นติดเชื้ออาการรุนแรง "เพจสายไหมต้องรอด" รุดช่วยเหลือ-หลังอาการทรุด
เมื่อกลางดึกวันที่ 18 ก.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ซอยจตุโชติ 13 เขตสายไหม กทม. เพื่อนำยามาให้ นายหนุ่ม (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ผู้ป่วยกลุ่ม 608 หลังติดเชื้อโควิด-19 มีอาการเหนื่อยหอบและหายใจแน่นหน้าอก เนื่องจากมีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด ความดัน และหัวใจ
โดย นายหนุ่ม เล่าว่า ตลอดทั้งวันตนมีอาการอาเจียน ลุกเดินไม่ไหว ปวดตามตัวอย่างรุนแรง และหายใจเหนื่อยมาก ช่วงบ่ายที่ผ่านมาตนพยายามติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ์เพื่อขอเข้ารับการรักษา เนื่องจากเป็นผู้ป่วยกลุ่ม 608 แต่ถูก รพ.ปฏิเสธ แจ้งว่าเตียงเต็ม โดยได้รับมาเพียงยาพาราแก้ปวดเท่านั้น จากนั้นตนจึงขับรถกลับมาที่บ้าน โดยระหว่างขับรถกลับต้องจอดแวะข้างทางตลอดเวลา เนื่องจากอาเจียนและหายใจเหนื่อยหอบ เมื่อมาถึงบ้านตนเห็นแม่ซึ่งมีอายุกว่า 70 ปี จึงไม่กล้าเข้าบ้าน เนื่องจากแม่มีโรคประจำตัวเยอะ คิดว่าหากแม่ติดเชื้ออาจจะมีอาการรุนแรงมาก จึงตัดสินใจขับรถไปนอนในสวนกล้วยข้างทาง โดยคิดว่าหากจะเป็นอะไรก็ขอให้เป็นแค่ตนคนเดียว ต่อมาช่วงค่ำอาการเริ่มหนักขึ้น จึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยังเพจสายไหมต้องรอด จากนั้นเจ้าของเพจดังกล่าวก็เดินทางมาช่วย
ด้าน นายเอกภพ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เคสนี้ถือเป็นผู้ป่วยกลุ่ม 608 ที่ รพ.ตามสิทธิ์ต้องรับรักษา แต่เนื่องจากขณะนี้ทุก รพ.เตียงเต็มหมดแล้ว จึงไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ แต่สิ่งที่ตนแปลกใจ คือ ผู้ป่วยกลุ่ม 608 จำเป็นต้องจ่ายยาต้านไวรัสให้ เหตุใดจึงได้เพียงยาพาราแก้ปวด ตนจึงต้องติดต่อไปยัง รศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อขอรับการสนับสนุนยาต้านไวรัสมาให้ผู้ป่วยทันที เนื่องจากหากปล่อยไว้ผู้ป่วยอาจเป็นหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ประเมินอาการทุกๆ 4 ชั่วโมง หากไม่ดีขึ้นจะนำส่งโรงพยาบาลทันที
...
"ผมได้ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่เคสนี้เคสเดียว แต่ยังมีผู้ป่วยกลุ่ม 608 อีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัส เนื่องจากทาง รพ.แจ้งว่ายาหมด บาง รพ.แจ้งว่าต้องให้เป็นหนักก่อนถึงจะได้รับยาต้านไวรัส ตนเห็นว่าหากปล่อยไว้แบบนี้จะมีผู้ป่วยกลุ่ม 608 นอนตายที่บ้านอีกเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งกระจายยาต้านไวรัสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด รวมถึงกลุ่มจิตอาสาที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดฯ ก็ควรได้รับการสำรองยาต้านไวรัส เพื่อไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มจิตอาสาถือว่ามีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุด" นายเอกภพ กล่าว.