ล้อมคอกหม้อแปลงไฟฟ้า มีเก่า “400 ลูก” ทั่วกรุง เยียวยาเหยื่อสำเพ็ง

ข่าว

ล้อมคอกหม้อแปลงไฟฟ้า มีเก่า “400 ลูก” ทั่วกรุง เยียวยาเหยื่อสำเพ็ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

28 มิ.ย. 2565 04:42 น.

บันทึก

หลายหน่วยงานแห่ดูที่เกิดเหตุไฟไหม้สำเพ็งดับ 2 ศพ เตรียมแผนล้อมคอกป้องกันเหตุสลดซ้ำ ทั้งปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าของหน่วยราชการและของชาวบ้าน กฟน.แจงมีหม้อแปลงไฟฟ้าเก่าอายุ 20-25 ปีกว่า 400 ลูกทั่วกรุงเทพฯ “บิ๊กตู่” สั่งหน่วยงานกวดขันตรวจเครื่องมือ-อุปกรณ์ไฟฟ้าเก่า ไม่อยากให้สูญเสียซ้ำอีก “ชัชชาติ” ถอดบทเรียน 2 เหตุเพลิงไหม้ เล็งเพิ่มค่าตอบแทนอาสาสมัครดับเพลิง เล็งถอดแบบบรรเทาสาธารณภัยเกาหลีมาใช้ใน กทม. “แรงงาน” ขยับช่วยเหยื่อ แคชเชียร์หญิงไทยญาติจะได้รับกว่า 1.4 ล้านบาท ส่วนคนงานชาวเขมรญาติได้เกือบ 8 แสนบาท

กรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านสำเพ็ง ทำให้พนักงานบริษัท ราชวงศ์รุ่งเรือง จำกัด เลขที่ 157 ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ เสียชีวิตคากองเพลิง 2 คน ประกอบด้วย น.ส.จิราพัชร สุ่มมาตร์ อายุ 52 ปี พนักงานแคชเชียร์ และนายเพชร เดือม อายุ 34 ปี คนงานชาวกัมพูชา เบื้องต้นพยานยืนยันเหตุเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่หน้าอาคารดังกล่าวระเบิด จนไฟลุกไหม้สายไฟฟ้าลามไปติดตัวอาคาร ค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. น.ส.อาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ พร้อมด้วย น.ส.โสภา เกียรตินิรชา ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง และเจ้าหน้าที่สภาวิศวกร ร่วมตรวจสอบเหตุหม้อแปลงระเบิดจนเพลิงไหม้ลุกลามไปติดอาคารร้านค้าริมถนนราชวงศ์ย่านสำเพ็งเสียหายหลายคูหา มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง น.ส.อาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ เผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีอาคารพาณิชย์เสียหายประมาณ 4 คูหา ประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ยอมรับว่ายังไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 คน ถือเป็นบทเรียนสำคัญ

“หลังจากนี้ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจสายไฟเก่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบจุดเสี่ยงให้แจ้งมายังสำนักงานเขต รวมถึงจะเชิญการไฟฟ้าฯมาประชุมร่วมกันว่าให้ไปตรวจสอบในพื้นที่มีหม้อแปลงเก่าเกินอายุที่สมควรคือมากกว่า 20 ปีหรือไม่ เพราะจากข้อมูลการไฟฟ้าระบุว่า หม้อแปลงอายุเกิน 20 ปีต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ หากในพื้นที่ยังมีหม้อแปลงประเภทนี้อยู่จะประสานให้ดำเนินการดูแลเปลี่ยนใหม่หรือซ่อมแซมให้สมบูรณ์รัดกุมมากขึ้น ส่วนหม้อแปลงหน้าร้านเกิดเหตุตนไม่สามารถตอบได้ว่าอายุการใช้งานกี่ปี แต่เท่าที่สังเกตด้วยสายตาเชื่อว่า น่าจะใช้งานมานานพอสมควรแล้ว วันเสาร์วันอาทิตย์นี้ทางเขตจะอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเรื่องการดูแลสายไฟและมาตรการป้องกันระวังภัย เกี่ยวกับสายไฟฟ้าด้วยอีกทาง” น.ส.อาทิตยากล่าว

น.ส.โสภา เกียรตินิรชา ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ทำประกันสังคม รวมถึงคนที่เป็นแรงงานต่างด้าวด้วย เบื้องต้นทั้งคู่ได้รับเงินชดเชยคนละ 5 หมื่นบาท และยังมีเงินทดแทนตามระยะเวลาทำงานที่กระทรวงแรงงานจะจ่ายให้ 70 เปอร์เซ็นต์ของค่าแรง และต้องไปตรวจสอบระยะเวลาการทำงานของทั้ง 2 คนก่อน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 คน ตอนนี้กลับบ้านแล้ว 10 คน เหลืออีก 1 คนที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

นายเกียรติศักดิ์ แซ่แต้ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านพิชิตชัยค้าของเล่นเด็กติดกับอาคารต้นเพลิง เผยว่า โชคดีวันเกิดเหตุร้านตนปิดบริการ ไม่เช่นนั้นตนและลูกจ้างอีก 5-6 คนไม่รู้จะมีชะตากรรมยังไง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สินค้าและโครงสร้างอาคารเสียหายทั้งหมด ประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หลังจากนี้ตน เจ้าของร้านต้นเพลิงรวมถึงผู้เสียหายรายอื่นจะดำเนินการฟ้องร้องกับการไฟฟ้านครหลวงเพื่อให้รับผิดชอบความเสียหายแน่นอน เพราะที่ผ่านมาทั้งสายไฟและหม้อแปลงมีปัญหาบ่อยครั้ง ล่าสุดวันที่ 24 มิ.ย. เวลา 19.00 น. หม้อแปลงไฟฟ้าลูกนี้เพิ่งมีปัญหามีเสียงคล้ายเกิดการช็อตจนชาวบ้านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่มาดู แต่เจ้าหน้าที่มาแก้ไขเพียงชั่วครู่แล้วกลับไป กระทั่งช่วงเช้าหม้อแปลงมีปัญหาส่งผลให้เกิดการระเบิดมีทรัพย์สินเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรม ราชูปถัมภ์ และ น.ส.บุษกร แสนสุข ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอัคคีภัย สภาวิศวกร พาคณะเข้าตรวจสอบที่เหตุเพลิงไหม้และบริเวณโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาซ่อมแซมสายไฟ และตรวจสอบความปลอดภัยบริเวณเสาไฟฟ้าจุดใกล้เคียงกับเหตุเพลิงไหม้ นายวิลาศกล่าวว่า กฟน.ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้ต้องรอผลการพิสูจน์ให้เสร็จสิ้น แต่เรื่องมาตรการรับผิดชอบมีอยู่แล้ว ทั้งในส่วนทรัพย์สินที่เสียหายและผู้เสียชีวิต ส่วนหม้อแปลงนั้นอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 25 ปี ลูกนี้ใช้มาแล้วประมาณ 20 ปีมีการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน ตรวจสอบล่าสุดเมื่อกลางปีที่แล้ว ปกติตรวจสอบปีต่อปี

“เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดถึงสาเหตุที่เกิดปัญหาได้ แต่จากสภาพแวดล้อมเห็นว่ามีควันขึ้นและมีไฟไหม้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ส่วนเรื่องที่มีข้อมูลว่าเจ้าของอาคารจะฟ้องร้อง กฟน.เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม อยากให้พูดคุยกันก่อน จากนี้ผู้เสียหายสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเขตท้องที่ปกติ หม้อแปลงไฟฟ้าลักษณะนี้มีจำนวนประมาณ 400 ลูกทั่วกรุงเทพฯ จะปรับแผนการบำรุงรักษาติดอุปกรณ์เตือนเหตุ รวมถึงประสานทางกรุงเทพมหานครและประสานในเรื่องสายสื่อสารด้วย” ผู้ว่าการ กฟน.กล่าว

ด้านนายธเนศเผยว่า ต้องแบ่งตัวอาคารเป็น 2 ส่วน อาคารส่วนแรกที่ตรงกับหม้อแปลงไฟฟ้า ส่วนใหญ่ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กได้รับผลกระทบน้อยพื้นไม่มีรอยแตกร้าว แต่ห้องทางฝั่งซ้าย 2 หลังข้างกันเป็นผนังอิฐก่อและเสริมโครงสร้างเหล็ก เมื่อเจอความร้อนเหล็กเสียรูปและแอ่นตัว ผนังบิดตัว มีข้อเสนอแนะว่า สามารถตรวจสอบห้องที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทางขวาตามหลักวิศวกรรมได้ ส่วน 2 ห้องทางด้านซ้ายอาจต้องรื้อทั้งหมด ทั้ง 2 ห้องไม่มีโครงสร้างเชื่อมกันและมีโอกาสถล่มได้ หากประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตในอาคารโดยรอบต้องค้ำยันก่อน

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ น.ส.อนงค์วรรณ สุ่มมาตร์ อายุ 59 ปี มาติดต่อขอรับศพ น.ส.จิราพัชร สุ่มมาตร์ อายุ 52 ปี น้องสาว ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้สำเพ็ง น.ส.อนงค์วรรณเผยว่า ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจ เพราะคิดว่าน้องสาวน่าจะเอาตัวรอด แต่พอไปดูจุดเกิดเหตุถึงเห็นว่าหม้อแปลงระเบิดตรงหน้าร้านที่น้องสาวทำงานอยู่พอดี พอไฟ ลุกลามถึงร้านจำหน่ายถุงพลาสติกเป็นเหมือนเชื้อเพลิง ทำให้ลุกลามอย่างรวดเร็วน้องหนีออกมาไม่ได้ จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดอ่างแก้ว เขตภาษีเจริญ อยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบรวมถึงบริษัทที่น้องทำงานด้วย เพราะน้องมีภาระผ่อนบ้านร่วมกับน้องสาวอีกคน ส่วนศพนายเพชร เดือม อายุ 34 ปี ยังไม่มีญาติมารับ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเห็นเหตุการณ์ไปกว่า 10 คนแล้ว ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ยังไม่ตัดประเด็นใดออกไป เนื่องจากต้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อน วันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ของสำนักโยธาธิการและผังเมืองจะเข้าตรวจสอบโครงสร้างตัวอาคารว่ายังแข็งแรงและปลอดภัยต่อการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือไม่ จากนั้นพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ พฐ.จะร่วมกันเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด นำไปประกอบพยานหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน และหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงความช่วยเหลือคนงานที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ย่านสำเพ็งว่า ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยเข้าไปตรวจสอบและหาข้อเท็จจริง คาดว่าเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด มีเสียชีวิตซึ่งเป็นลูกจ้าง 2 ราย เป็นชายสัญชาติกัมพูชา 1 คน และหญิงไทย 1 คน ผู้บาดเจ็บจากสำลักควัน 9 คน เบื้องต้นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้สำนัก งานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 11 (ตลิ่งชัน) เข้าตรวจสอบ รวมทั้งประสานหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าให้ความช่วยเหลือลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบ จะเชิญนายจ้างและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่สำลักควันของโรงพยาบาลหัวเฉียว 7 ราย พบว่าใช้สิทธิประกันกลุ่มอุบัติเหตุ 4 ราย ใช้สิทธิประกันสังคม 1 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิอีก 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกลางยังไม่ได้รับแจ้ง สำหรับลูกจ้างที่เสียชีวิตเป็นผู้ประกันตนคือ น.ส.จิราพัชร สุ่มมาตร์ ลูกจ้างห้างผ้าใบราชวงศ์ ทายาทจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท เงินทดแทนขาดรายได้ 1,260,000 บาท และบำเหน็จชราภาพกรณีตาย 134,653 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวม 1,444,653 บาท ส่วนนายเพชร เดือม ลูกจ้างชาวกัมพูชาเข้ามาทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ทายาทจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท เงินทดแทนขาดรายได้ 722,904 บาท บำเหน็จชราภาพกรณีตาย 17,512 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวม 790,416 บาท สำนักงานประกันสังคมจะประสานความช่วยเหลือจ่ายสิทธิประโยชน์แก่ทายาทโดยเร็ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุเพลิงไหม้สำเพ็งว่า ได้รับรายงานเหตุไฟไหม้เวลา 11.00 น.กว่า สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลในพื้นที่ หลายส่วนราชการเข้าไปแก้ปัญหา ดูแลเช่นเดียวกับเหตุไฟไหม้ที่บ่อนไก่ ขอฝากเตือนไว้ด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนแออัด เรื่องเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรต่างๆที่ไม่ทันสมัยหรือเก่า เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ขอให้กวดขันและตรวจตราให้ดี เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีก

ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เผยหลังประชุมคณะผู้บริการ กทม. ว่า ที่ประชุมวันนี้พิจารณาเรื่องการถอดบทเรียนเหตุเพลิงไหม้ชุมชนบ่อนไก่และสำเพ็งพบว่า สาเหตุเพลิงไหม้ที่บ่อนไก่ ต้นเพลิงมาจากไฟฟ้าช็อตที่ชั้นบนและลุกลามไปยังอีกจุดอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บ้านเรือนอยู่ติดกันและเป็นโครงสร้างไม้ติดไฟง่าย น้ำประปามีแรงดันน้อย การปฏิบัติงานมีหลายหน่วยงานทำให้บริหารจัดการพื้นที่ไม่ดี

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า กรณีที่สำเพ็งสาเหตุต้นเพลิงคือ 1.หม้อแปลงที่มีควัน 2.สายสื่อสารติดไฟ และ 3.ตัวอาคารมีเชื้อเพลิง เช่น พลาสติกเยอะเลยทำไฟลุกลามเร็วขึ้น เบื้องต้นประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำรวจหม้อแปลงทั้งหมด 400 กว่าลูกเฉพาะจุดเสี่ยงในกรุงเทพฯชั้นใน หากมีข้อกังวลให้แจ้งเข้ามาที่ กทม. หรือทราฟฟี่ ฟองดูว์ เราจะดำเนินการตรวจสอบให้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ส่วนการจัดระเบียบสายสื่อสารจะหารือกับ กสทช. เพื่อให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าของอาคารที่มีวัสดุที่มีเชื้อเพลิงมากต้องระวังเรื่องอัคคีภัยให้มากขึ้น เจ้าของอาคารต้องตรวจสอบดูแลในส่วนของตัวเองด้วย

“ส่วนการเข้าเผชิญเหตุตามหลักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ควรฉีดที่ต้นเพลิงมากกว่ากระหน่ำฉีด ต่อจากนี้จะให้อบรมจัดระเบียบให้ทุกทีมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องเรียนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วย ให้ ผอ.สปภ.ทำแผนระยะสั้น กลาง และยาวให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้จะพิจารณาเรื่องค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัย รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ การนำเด็กมาเป็นอาสาสมัครจะพิจารณาความเหมาะสม จะนำการทำงานบรรเทาสาธารณภัยของประเทศเกาหลีที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบ วันที่ 27 มิ.ย. เวลา 11.30 น. นัดประชุม 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กทม. การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ศาลาว่าการ กทม. 1 เสาชิงช้า” นายชัชชาติกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

ไฟไหม้ ติดสถานทูตเยอรมันระดมดับเพลิง5คัน
02:28

ไฟไหม้ ติดสถานทูตเยอรมันระดมดับเพลิง5คัน

ApplicationMy Thairath

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 เวลา 00:24 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์