บช.น.โดดป้อง จับบ่อนรัชดา18 “5เสือ” สน.รอดเขียง ยันผีพนันแค่ 52 คน

ข่าว

บช.น.โดดป้อง จับบ่อนรัชดา18 “5เสือ” สน.รอดเขียง ยันผีพนันแค่ 52 คน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

28 มิ.ย. 2565 04:38 น.

บันทึก

ตำรวจ สน.สุทธิสาร คุมตัวนักพนันหลายชาติ 52 คนจากบ่อนบาคาราซอยรัชดาฯ 18 ส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือศาลตัดสินจำคุกระหว่าง 15 วันถึง 3 เดือน 15 วัน ปรับตั้งแต่ 11,000-14,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี โฆษก บช.น.ยัน ผู้ต้องหามีแค่ 52 คน ไม่ใช่ 77 คน ตามที่มีรายงานตั้งแต่ทีแรก และไม่มีคำสั่งย้าย 5 เสือโรงพักสุทธิสาร เพราะเป็นการจับกุมใน บช.น.เอง แต่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าปล่อยปละละเลยหรือไม่

กรณีตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) บุกจับบ่อนพนันบาคารากลางกรุง ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินอาคารอโยธยาทาวเวอร์ ตึกเอ ซอยรัชกาภิเษก 18 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จับกุมนักพนันทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศรวม 52 คน เงินสดกว่า 4 ล้านบาท และอุปกรณ์การเล่นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ความคืบหน้าจาก สน.สุทธิสาร เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.ท.ชุติพนธ์ ตะกรุดทอง สว. (สอบสวน) สน.สุทธิสาร คุมตัวผู้ต้องหาลักลอบเล่นการพนัน 52 คน แยกเป็นผู้ชาย 34 คน ผู้หญิง 18 คน แบ่งเป็นคนไทย 14 คน ชาวจีน 22 คน ชาวเมียนมา 14 คน และมาเลเซีย 2 คนส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือ

สำหรับการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่สายตรวจ 1 2 และ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. รับแจ้งจากสายลับว่า ที่ชั้นใต้ดินตึกเอ ทาวเวอร์ (ตึกอโยธยาทาวเวอร์) ซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงและเขตห้วยขวาง มีการลักลอบเล่นพนันไพ่บาคารา เมื่อไปตรวจสอบพบว่ามีการเล่นการพนันจริงจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ผู้ต้องหา 52 คน แยกเป็นชาย 34 คน หญิง 18 คน มีนายเอกรินทร์ สวัสดิ์นาวิน อายุ 41 ปี อยู่เลขที่ 33/1078 หมู่ 8 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นผู้จัดให้เล่นพนัน พร้อมเงินสดของกลาง 4,356,700 บาท อุปกรณ์เล่นการพนันบาคารา 30 รายการ

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ แจ้งข้อหานายเอกรินทร์ ผู้ต้องหาที่ 1 ข้อหาจัดให้มีการลักลอบเล่นการพนัน (บาคารา) เอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (บาคารา) โดยผิดกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่ 2-52 แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (บาคารา) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย

ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจากลุ่มนักพนันมีทั้งคนไทย เมียนมา มาเลเซีย และจีน รวม 45 คนเป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1910/2565 ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ชั้นพิจารณาจำเลยทั้งหมดรับสารภาพ

ศาลพิจารณาคำฟ้องประกอบคำรับสารภาพ พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 12 (2) และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2) และ 18 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยทั้ง 45 คนให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 10,000 บาท และจำเลยที่ 2-45 มีความผิดฐานร่วมกันเล่นพนันบาคาราให้ปรับคนละ 1,000 บาท รวมโทษจำเลยที่ 2-45 จำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 11,000 บาท ส่วนนายเอกรินทร์ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นผู้จัดให้เล่นพนันบาคาราด้วย ให้จำคุก 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 3 เดือน 15 วันและปรับ 11,000 บาท

ขณะที่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 45 คนเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 และให้ริบอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้เล่นพนัน และทรัพย์สินพนันของกลาง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และ 30

นอกจากนี้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 1 ยังยื่นฟ้องคดีด้วยวาจากลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมาและจีนรวม 7 คนเป็นจำเลย ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2522 คดีอาญาหมายเลขดำ อ.1914/2565 จำเลยทั้ง 7 คนให้การรับสารภาพชั้นพิจารณา ศาลแขวงพระนครเหนือพิจารณาคำฟ้องประกอบคำรับสารภาพแล้ว พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 12 (2) และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2) และ 18 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 1-6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองด้วย จำเลยทั้ง 7 คนให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้จำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันเล่นการพนันบาคาราปรับคนละ 1,000 บาท ลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 1-6 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ

เมื่อรวมโทษทุกความผิดแล้วจำคุก จำเลยที่ 1 3 4 คนละ 4 เดือน 15 วัน และปรับคนละ 17,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 15 วัน ปรับ 13,500 บาท จำเลยที่ 5-6 จำคุกคนละ 2 เดือน 15 วัน ปรับคนละ 14,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 7 จำคุก 15 วัน และปรับ 11,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งเจ็ดเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และ 30

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. กล่าวว่า กรณีจับกุมบ่อนบาคาราท้องที่ สน.สุทธิสาร สั่งการโดย ผบช.น.ประสาน บก.น.2 เนื่องจากมีผู้กระทำผิดจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความโปร่งใสจึงให้ บก.สปพ.ดำเนินการ เบาะแสการจับกุมเป็นข้อมูลของ บช.น.เอง เป็นการจับกุมในหน่วย การจับกุมคดีการพนันเป็นเรื่องปกติ สถานที่เกิดเหตุเป็นออฟฟิศและที่พักชาวต่างชาติ ยังไม่มีข้อมูลว่าบ่อนเป็นของชาวต่างชาติ ก่อนถูกจับตำรวจท้องที่ไปตรวจสอบช่วงก่อนเที่ยงคืนแต่ไม่พบ ทราบว่าชาวต่างชาติชักชวนกันหลังเที่ยงคืน กระทั่งจับกุมตอนตีสอง พนักงานสอบสวนต้องเรียกเจ้าของสถานที่มาสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่าบ่อนลักลอบเล่นเร็วๆนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบเจ้าของบ่อน บช.น.และ บก.น.2 ออกคำสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ปล่อยปละละเลยมีส่วนรู้เห็นหรือไม่

ถามว่า สน.ปทุมวัน ถูก กก.ดส.บช.น.จับเรื่องสถานบริการ 5 เสือ สน.ถูกเด้ง ทำไม สน.สุทธิสาร ไม่โดน พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องแล้วมันอาจต่างกัน ไม่ใช่ว่าพอถูกจับแล้วต้องสั่งย้าย การสั่งย้ายไม่ได้หมายความว่าเป็นการดำเนินการตามมาตรการโดยเคร่งครัดให้สังคมเห็นว่าทำอย่างเข้มงวด เพราะมีหลายกรณีสั่งย้ายตรวจสอบแล้วไม่พบความบกพร่องหรือมีความผิด แต่มีหลายรายพบว่ามีความผิดและลงโทษ การให้ไปช่วยราชการไม่ได้เป็นมาตรฐานว่าทำโดยเคร่งครัด แต่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบ ถามว่า ตอนแรกแจ้งยอดจับกุมนักพนัน 77 คน แต่ตอนหลัง เหลือ 52 คน พล.ต.ต.จิรสันต์ตอบว่า เบื้องต้นอาจพูดกันด้วยทางวาจา ยังไม่ได้ยืนยันการจับกุมที่แน่นอน ยืนยันว่ายอดจับกุม 52 คน

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

ตายเพิ่ม 1 ศพ เหยื่อไฟไหม้ Mountain B รายที่ 18
01:54

ตายเพิ่ม 1 ศพ เหยื่อไฟไหม้ Mountain B รายที่ 18

ApplicationMy Thairath

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 เวลา 00:43 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์