สสว. เปิดตัว "SME ปัง ตังได้คืน" เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS พร้อมอัดฉีดงบกว่า 400 ล้านบาท ให้ SME ใช้บริการพัฒนาธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตั้งเป้าปี 65 ช่วย SME ให้ได้กว่า 6,000 ราย
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.65 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสวฺ.) กล่าวว่า “แนวคิดเกี่ยวกับมาตรการ "SME ปัง ตังได้คืน" เกิดจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ ที่ผู้ประกอบการ SME ทุกรายมีค่าใช้จ่ายในเรื่องต้นทุนที่สูงมาก ทำให้ความสามารถในการพัฒนาสินค้าเพื่อการแข่งขันหรือเข้าสู่ตลาดในช่วงนี้อาจมีข้อจำกัด โครงการนี้จึงเกิดขึ้นมาเพราะต้องการช่วยลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นส่วนหนึ่งให้กับผู้ประกอบการ SME เพื่อที่พวกเขาเหล่านี้จะได้ไปต่อและสามารถแข่งขันกับ SME รายอื่นๆ ได้
นายวีระพงศ์ กล่าวว่า โดย สสว. เริ่มดำเนินโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ Business Development Service มาตั้งแต่ต้นปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีโอกาสเข้าถึงบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกประเภทของบริการที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจตัวเองได้ และ สสว. จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ แบบร่วมด้วยช่วยจ่ายในสัดส่วนร้อยละ 50–80 ตามขนาดของธุรกิจ โดยช่วยจ่ายสูงสุดถึงรายละ 200,000 บาท จุดเด่นของโครงการนี้อยู่ภายใต้แนวคิดที่ว่า ผู้ประกอบการ SME ต้องเป็นผู้เลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ข้อดีของมาตรการ "SME ปัง ตังได้คืน" นอกจาก SME จะโตขึ้นจากการพัฒนาบริการด้านมาตรฐานจนทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นจนปังแล้ว SME ก็ต้องได้ตังคืนด้วย ซึ่งมองว่าได้ตังคืนถึงสองต่อ (ต่อที่ 1) SME ที่เข้าร่วมจะได้รับเงินคืนในส่วนที่ลงทุนไปจาก สสว. 50–80% แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เช่น ถ้าไปทำเรื่องสูตรอาหาร สมมติจ่ายไป 10,000 บาท ก็จะได้เงินคืน 5,000 บาท เป็นต้น (ต่อที่ 2) เมื่อเจ้าของ SME เข้าสู่ตลาดการแข่งขันได้ ก็จะได้เงินคืนจากกำไรหรือยอดขายจากการค้าที่ตัวเองทำได้
ผอ.สสว. เผยอีกว่า ในปีนี้ สสว. ได้เตรียมงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการกว่า 400 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการกว่า 6,000 ราย โดยมุ่งเน้นการอุดหนุนพัฒนาใน 3 ด้านคือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาการตลาดต่างประเทศ
"แนวคิดหลักของมาตรการ ‘SME ปัง ตังได้คืน’ คือต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้พลิกฟื้นและพัฒนาธุรกิจให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง เบื้องต้น สสว. ได้พิจารณาผู้ประกอบการใน 4 กลุ่มด้วยกันคือ 1. กลุ่มท่องเที่ยว (Restart) เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร บริการเพื่อสุขภาพ นำเที่ยวหรือจำหน่ายของที่ระลึก เพื่อพลิกธุรกิจขานรับนโยบายเปิดประเทศ 2. กลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม (Food) รวมไปถึงการผลิตยาและสมุนไพร 3. กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น อุตสาหกรรมการบิน อากาศยานและเครื่องมือแพทย์ 4. กลุ่ม BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว กลุ่มเกษตรแปรรูป และการค้าและบริการอื่นๆ"
ทั้งนี้ สสว. ตั้งเป้าจะพัฒนาและให้ความช่วยเหลือ SME 6,000 ราย ล่าสุดมาตรการ ‘SME ปัง ตังได้คืน’ เฟสแรกนี้ก็มีผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ราย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคือ SME นั้นจะต้องทำธุรกิจมาอย่างน้อย 2 ปี โดยเป็นได้ทั้ง SME ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดย่อม สามารถยื่นสมัครได้ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และวิสาหกิจชุมชน แต่ทั้งนี้ต้องยื่นเอกสารแสดงรายได้ว่าท่านประกอบการจริง พูดง่ายๆ ว่ามาตรการนี้ออกมาเพื่อช่วย SME ที่ยังอยู่รอดและมีความแข็งแกร่งพอสมควร เพื่อให้พวกเขาสามารถไปต่อได้นั่นเอง
ผอ.สสว. กล่าวเสริมว่า ครั้งนี้เป็นการเปิดตัวมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน อย่างเต็มรูปแบบ และถือเป็นเฟสแรกที่เน้นการทำเรื่องมาตรฐานอาหารเป็นหลัก ข้อดีก็คือ SME ที่เข้าร่วมส่วนใหญ่จะมีความพร้อมอยู่แล้ว แต่ปัญหาก็คือช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ สสว.จึงจะช่วยเพิ่มช่องทางเข้าไปให้ โดยตลาดที่จะให้ SME ไปต่อได้นั้นต้องเป็นตลาดที่รู้จัก และต้องมีมานาน ส่วนตลาดในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ที่เราจะไปนั้น ต้องเป็นตลาดที่เขาซื้อขายสินค้าที่เรามีอยู่ เช่น ผลไม้ เฟอร์นิเจอร์ และอาหารแปรรูปต่างๆ เป็นต้น
สำหรับผู้ให้บริการทางธุรกิจซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ในด้านการยกระดับมาตรฐาน ด้านการตลาด ที่ขึ้นทะเบียนบนระบบ BDS เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้มีจำนวนกว่า 80 หน่วยงาน และขึ้นบริการบนระบบแล้ว 100 บริการ ซึ่งบริการที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ บริการการจัดทำฉลากโภชนาการ บริการเตรียมความพร้อมเพื่อรับรองเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ บริการขออนุญาต อย. และบริการให้คำปรึกษาการจัดทำระบบมาตรฐานฮาลาล เป็นต้น
...
ผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับบริการและการพัฒนาในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS https://bds.sme.go.th/