ร.ร.เตรียมวิศวกรรมไทย-เยอรมัน มจพ. ร่วมสร้างดาวเทียมเพื่อการศึกษาวิจัย ฝีมือเด็กมัธยมไทย เป็นครั้งแรก ระดมทุนสร้าง จาก 6 หน่วยงานทดสอบ 7 ภารกิจบนอวกาศ ส่งผลให้ต้นทุนสร้างต่ำ แค่หน่วยงานละ 2-3 ล้านบาท เหมือนซื้อรถยนต์แค่ 1 คัน จากนี้ทุกหน่วยงานเข้าถึงการวิจัยอวกาศได้คาด พร้อมส่งมอบให้ญี่ปุ่นต้นปี 2566 ขึ้นสู่อวกาศได้ไม่เกินกลางปีหน้า
ฝีมือเด็กไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มจพ. รศ.ดร.อุดมเกียรติ นนทแก้ว คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผศ.ดร.เสาวคนธ์ คุณวุฒิ ผอ.ร.ร.เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน ดร.พงศธร สายสุจริต รักษาการ ผอ.สถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ร่วมกันแถลงข่าวการสร้างดาวเทียมของนักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มจพ. (KNACKSAT-2 TGPS) เพื่อเตรียมปล่อยสู่อวกาศ
ศ.ดร.สุชาติกล่าวว่า มจพ.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ เป็นเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ที่ผ่านมา มจพ.เคยส่งดาวเทียมขนาดเล็กเพื่อการศึกษา KNACKSAT ขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี พ.ศ.2561 จากฐานทัพอากาศประเทศสหรัฐ อเมริกา โดยทีมงานระดับนักศึกษาปริญญาตรี ของ มจพ. สำหรับดาวเทียม KNACKSAT-2 TGPS ทีมงานประกอบด้วยนักศึกษาของโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน เป็นระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว 22 คน เป็นการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องในการผลิตบุคลากรด้านนี้ ถือเป็นก้าวเล็กๆแต่เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนสู่ความเป็นเลิศทางด้านเทคโนโลยีอวกาศ
...
ขณะที่ ดร.พงศธรกล่าวว่า ดาวเทียม KNACK SAT-2 TGPS เป็นดาวเทียมขนาดเล็ก CubeSat ขนาด 3U หรือขนาด 30×10×10 เซนติเมตร มีพื้นที่บรรจุ Payload หรือระบบปฏิบัติการ 10 ระบบ ทำให้เกิดความร่วมมือจาก 6 หน่วยงานในการระดมทุนร่วมกันเพื่อส่งดาวเทียมดวงนี้ออกไปปฏิบัติภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ เดิมดาวเทียม 1 ดวง จะส่งขึ้นไปประกอบภารกิจได้เพียง 1 ภารกิจ ต้องลงทุนครั้งละ 10 ล้าน แต่สำหรับดาวเทียม KNACKSAT- 2 TGPS จะใช้หลักการระดมทุนร่วมกันของหน่วยงานที่ต้องการทดสอบการปฏิบัติการในอวกาศ โดยครั้งนี้จะปฏิบัติภารกิจ 7 เรื่องจาก 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. จะทดสอบอุปกรณ์ป้องกันรังสีจากอวกาศ 2.บริษัท เอไอเอส จะทดสอบระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่เชื่อมกันด้วยอินเตอร์เน็ต หรือ IoT จากอวกาศ 3.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ หรือจิสด้า นำงานวิจัยระบบรางเพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของขบวนรถไฟของไทยจากอวกาศ 4. ศูนย์วิจัยระบบราง มจพ. 5.งานวิจัยของมหาวิทยาลัยในมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ทดสอบการถ่ายภาพความละเอียดสูง 6.ประเทศเนปาล ทดสอบงานวิจัยของนักเรียน ม.ปลายของเนปาล
ดร.พงศธรกล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจของไทย จะเป็นฝีมือของนักเรียนไทยเพื่อทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากกัมมันตภาพรังสี ใช้ความสามารถด้านวิศวกรรมในการออกแบบอุปกรณ์การป้องกันรังสี ในตัวดาวเทียมยังมีส่วนอื่นๆ เช่น ระบบโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ที่นักเรียนไทยจะได้เรียนรู้ในครั้งนี้ เช่น ช่วยประกอบดาวเทียม ช่วยทดสอบระบบต่างๆ เป็นต้น ส่วนต้นทุนการสร้างดาวเทียมนี้จะเป็นเงินลงทุนจากหน่วยงานในประเทศไทย ทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งจากต่างประเทศ รวมค่าส่งดาวเทียมด้วย เป็นเงินประมาณ 20 ล้านบาท หรือหน่วยงานละ 2-3 ล้านบาท เทียบแล้วเท่ากับการซื้อรถยนต์ 1 คัน แสดงให้เห็นว่าการส่งดาวเทียมเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานสามารถทำได้ ในอนาคตเชื่อว่าต้นทุนต่างๆจะลดลงกว่านี้ จะทำให้สามารถนำเทคโนโลยีต่างๆมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้
รักษาการ ผอ.สถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจกล่าวต่อด้วยว่า สำหรับดาวเทียม KNACKSAT-2 TGPS มีกำหนดส่งมอบดาวเทียมให้กับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ภายในไตรมาสแรกของปี 2566 และส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 จะบรรจุไปพร้อมกับเสบียงของนักบินอวกาศ ไปที่สถานีอวกาศ นักบินอวกาศจะนำดาวเทียมดวงนี้ไปติดตั้งที่แขนกลด้านนอกยานอวกาศ และจะมีปุ่มกดจากภาคพื้นดินในการส่งดาวเทียม KNACKSAT-2 TGPS เมื่อถึงเวลานั้นจะมีผู้บริหารจาก มจพ. และตัวแทนนักเรียนไทย ไปร่วมพิธีส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรด้วย