รองอธิบดีกรมการแพทย์ เผยความต่างยาต้านไวรัส 4 ตัว ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ยันผ่านการพิจารณารอบคอบจากคณะกรรมการ แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ เหมาะสมกับประเทศไทย

วันที่ 19 มี.ค. 2565 นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุข ถึงความแตกต่างของยาต้านไวรัสที่ให้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีการปรับแนวทางการรักษามาเป็นระยะ มีทั้งยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เตรียมกระจาย และเตรียมนำเข้า ดังนี้

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) มีการใช้มา 2 ปีแล้ว ช่วงแรกศึกษาข้อมูลจากต่างประเทศที่มีการนำยามาให้ กลไกการออกฤทธิ์ คือ ยับยั้งการเพิ่มของ RNA ไวรัส ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์

ยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ออกฤทธิ์ตำแหน่งเดียวกับฟาวิพิราเวียร์ ทำให้ไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ ได้รับการรับรองจาก US FDA ในการรักษาโควิดในภาวะฉุกเฉิน เป็นการให้ยาทางหลอดเลือดดำ มีประโยชน์สำหรับคนไข้ที่ทานไม่ได้ มีปัญหาการดูดซึม และใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการลดลงและนอนโรงพยาบาลน้อยลงเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

...

ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เป็นยาที่อยู่ในกระบวนการเตรียมพร้อมการกระจายหลังจากได้รับการอนุมัติจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แล้ว โดยยามีกลไกการออกฤทธิ์จุดเดียวกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรง ทานยาติดต่อกัน 5 วันรวม 40 แคปซูล และเป็นยาทานตัวแรกที่ได้รับการรับรองจาก US FDA

ยาแพกซ์โลวิด (Paxlovid) อยู่ในกระบวนการจัดหา มีกลไกการออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ ทำให้เชื้อลดจำนวนลงและไม่สามารถเกิดผลกับโรคได้ ลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาล 88% กรณีให้ยาภายใน 5 วันนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ อีกทั้งพบว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คาดว่ากลางเดือน เม.ย. 2565 จะได้รับการนำเข้ามาและกระจายในลำดับถัดไป

นพ.มานัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาต้านไวรัสที่นำมาให้ในแนวทางการรักษาที่มีผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์จากโรงเรียนแพทย์ ช่วยกันติดตาม โดยยาแต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ยาเรมเดซิเวียร์ ให้ได้ในหญิงตั้งครรภ์ทุกไตรมาส ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ หลังติดตามดูยังพบว่ามีประโยชน์ สามารถให้ได้ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3 ขณะที่โมลนูพิราเวียร์และแพกซ์โลวิด ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร

สำหรับราคาต่อคอร์สการรักษา

  • ยาฟาวิพิราเวียร์ 800 บาท
  • ยาเรมเดซิเวียร์ 1,512 บาท
  • ยาโมลนูพิราเวียร์ 10,000 บาท
  • ยาแพกซ์โลวิด 10,000 บาท

...

รองอธิบดีกรมการแพทย์ ยืนยันว่า พบประสิทธิภาพและประสิทธิผลความปลอดภัยของยาฟาวิพิราเวียร์กับการใช้ในเมืองไทย และหลายประเทศก็ยังใช้ยานี้ในการรักษาโควิด-19 ทางด้านการได้มาของแนวทางการรักษาจะมีการปรับไปตามหลักฐานเชิงประจักษ์และการประชุมของผู้เชี่ยวชาญ และคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการปรับปรุงแนวทางการรักษา โดยจำแนกตามความรุนแรงของโรค ตัวเลือกยาที่มี รวมถึงยารักษาตามอาการและฟ้าทะลายโจร

ขณะที่การรักษาในรูปแบบ “เจอ แจก จบ” ของกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว ไม่มีอาการหรืออาการน้อย (ข้อมูลจากเขตสุขภาพที่ 4, 5 และ 6) พบว่ามีการจ่ายยาตามอาการมากที่สุด 52% ส่วนฟ้าทะลายโจร กับยาฟาวิพิราเวียร์ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันพร้อมให้ความมั่นใจว่ายาที่ใช้มีการเห็นชอบและเหมาะสมกับประเทศไทย.