สปสช. ประชุมแนวทางการเบิกจ่ายกรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สีเขียว รักษาตามสิทธิ์ รวมถึงกรณี UCEP Plus เผย รพ.เอกชน 85 แห่งทั่วประเทศ แจ้งเข้าร่วมดูแลผู้ป่วยตามหลักเกณฑ์ใหม่
วันที่ 17 มี.ค. 2565 นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ ที่ปรึกษาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการเบิกจ่ายกรณีผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียว สิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกรณียกเลิกยูเซ็ป โควิด (UCEP โควิด-19) เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา โดยมี นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน พร้อมด้วยตัวแทนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 800 คน
นพ.การุณย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนในการร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติสถานการณ์นี้มาได้ด้วยดี แต่ด้วยเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) แม้ว่าจะไม่รุนแรงและเตรียมปรับเป็นโรคประจำถิ่น แต่ก็ทำให้ขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประกอบกับที่ผ่านมามีการยกเลิกบริการ UCEP โควิด-19 และปรับเปลี่ยนสู่บริการยูเซ็ปพลัส (UCEP Plus) ตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2565 ที่ได้แยกผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยที่เป็นกลุ่มสีเขียวออกจากสิทธิประโยชน์ UCEP Plus โดยให้คงไว้แต่ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง จึงนำมาสู่การประชุมเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าบริการโควิด-19 ใหม่ให้เกิดชัดเจน ให้สถานพยาบาลเอกชนที่ไม่ใช่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเข้าร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ให้เข้าถึงบริการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง
...
สำหรับการให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองและแดง เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉินเฉพาะกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ซึ่งการประเมินผู้ป่วยจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) การเบิกจ่ายตามสิทธิประโยชน์ UCEP Plus กำหนดให้เฉพาะสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยค้างคืนเท่านั้น เป็นการเบิกจ่ายตามรายการที่กำหนด (Fee Schedule) โดยสถานพยาบาลต้องดำเนินการตามระบบ Pre-Authorize ของ สพฉ. และยืนยันตัวตนการใช้สิทธิ์ Authentication Code ของ สปสช.
2. กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ค่าบริการให้เบิกจ่ายจากกองทุนรักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่มีสิทธิ์อยู่ตามเงื่อนไขตามสิทธิประโยชน์ของกองทุนนั้น โดยในส่วนของผู้ป่วยสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิ์บัตรทอง 30 บาทหรือสิทธิ์ สปสช.) สถานพยาบาลสามารถให้การดูแลทั้งบริการผู้ป่วยนอกแยกกักตัวที่บ้าน (เจอ แจก จบ) ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข และบริการดูแลผู้ป่วยที่บ้านและในชุมชน Home Isolation / Community Isolation) และบริการ Hospitel
- บริการผู้ป่วยนอกแยกกักตัวที่บ้าน สถานพยาบาลสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาเบื้องต้นแบบเหมาจ่าย 1,000 บาท/ราย ครอบคลุมบริการให้คำแนะนำแยกกักตัวที่บ้าน ยารักษาโรคโควิด-19 ได้แก่ ยาฟ้าทะลายโจร ยาฟาวิพิราเวียร์ (เบิกจาก สธ.) ยารักษาตามอาการ เป็นต้น และการติดตามอาการผู้ป่วยหลังครบ 48 ชั่วโมง รวมถึงการส่งต่อหากผู้ป่วยมีอาการแย่ลง ค่าบริการให้คำปรึกษาแบบเหมาจ่าย 300 บาท สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีการโทรศัพท์กลับมาภายหลัง 48 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะมาจากอาการไม่ดีขึ้นหรือจำเป็นต้องส่งต่อ
- บริการดูแลผู้ป่วยที่บ้านและในชุมชน (Home Isolation / Community Isolation) และบริการ Hospitel เป็นการเบิกจ่ายค่าบริการเหมาจ่าย โดยครอบคลุมค่าบริการดูแลผู้ป่วย ทั้งค่าอาหาร 3 มื้อ การประเมินและติดตามอาการ การให้คำปรึกษา นอกจากนี้ยังมีค่าอุปกรณ์ในการดูแลและติดตามสัญญาณชีพ ค่ายาที่เป็นการรักษาโรคโควิด-19 และค่า Chest X-ray กรณีที่มีความจำเป็น โดยกรณีให้บริการรักษาและติดตาม 1-6 วัน เป็นจำนวน 6,000 บาท และกรณีให้บริการรักษาและติดตาม 7 วันขึ้นไป เป็นจำนวน 12,000 บาท
ส่วนค่าบริการตรวจหาเชื้อทั้งแบบ ATK และ RT-PCR ของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิ์เพื่อตรวจคัดกรองและเข้าสู่การรักษานั้น ยังคงเบิกจ่ายจาก สปสช. ตามหลักเกณฑ์บริการก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนบริการนี้ให้กับคนไทยทุกคนทุกสิทธิ์รักษาพยาบาล
...
“หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าบริการโควิด-19 ใหม่นี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. เป็นต้นไป ทุกสถานพยาบาลจะต้องใช้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ในการดูแลผู้ป่วยและเบิกจ่ายค่าบริการ พร้อมขอให้สถานพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำข้อตกลงร่วมให้บริการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 สิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อที่ สปสช. จะได้ส่งผู้ป่วยเข้ารับบริการ และให้การเบิกจ่ายค่าบริการเป็นไปอย่างถูกต้อง”
อย่างไรก็ตาม จากการประชุมชี้แจงเมื่อวันที่ 15 มี.ค. มีโรงพยาบาลเอกชน 85 แห่ง แจ้งความประสงค์ร่วมทำข้อตกลงให้บริการผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว.