“กรมสมเด็จพระเทพฯ” พระราชทานโคมไฟมงคลฉลองเทศกาล “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” พร้อมคำอวยพรเป็นภาษาจีน มีความหมายเป็นสิริมงคล ประดับบนซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระ ชนมพรรษา วงเวียนโอเดียน ในเทศกาลตรุษจีน 29 ม.ค.-28 ก.พ.นี้ ด้าน ผบ.ตร.สั่งทุกหน่วยดูแลความปลอดภัยประชาชน ตั้งแต่วันจ่ายยันวันเที่ยว ให้พร้อมรับมือเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านจราจร ย้ำห้ามตำรวจเรียกรับผลประโยชน์เด็ดขาด เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพหลอกเงิน ขณะที่กรุงเทพโพลล์เผยผลสำรวจ ของแพงกระทบซื้อของเซ่นไหว้น้อยลงและส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นภาครัฐคุมราคาได้
ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช กทม. เมื่อเวลา18.00น.วันที่ 29 ม.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ประธานประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานประชาคมนักธุรกิจย่านเยาวราช และนายประวิช สุขุม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมทำพิธีเปิดงานประดับไฟเนื่องในเทศกาลตรุษจีน “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” ระหว่างวันที่29 ม.ค.-28 ก.พ.2565 บนถนนเยาวราช โดยบนซุ้มประตูมีการประดับด้วยโคมไฟมงคลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4โคม มีคำอวยพรเป็นภาษาจีนมีความหมายเป็นสิริมงคล คือ “ฝูลู่โซ่วฉวง” หมายถึง บุญวาสนา อายุยืน“ว่านซื่อหยูอี้” หมายถึง ทุกเรื่องสมปรารถนา “หยูหู่เทียนอี้” หมายถึง เหมือนเสือติดปีก และ “ฝูหู่เซิงเวย”หมายถึง ปีเสือบังเกิดบุญบารมี
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีเปิดงานมีไฮไลต์เป็นการแสดงชุด “หู่เหนียนต้าจี่ สวัสดีปีเสือทอง”มีเหล่าเทพเจ้าจีนและนางฟ้าไทยออกมาร่ายรำ จากนั้นจึงเปิดตัวเทพเจ้าของจีนอัญเชิญ “เสือทอง” สัญลักษณ์ของผู้ทรงอำนาจ กล้าหาญ แข็งแกร่ง สมเป็นผู้นำและ “สิงโตทอง” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ร่ำรวย มั่งคั่ง รื่นเริงสนุกสนาน ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โดยประธานในพิธีได้ตีกลองมหามงคล 9 ครั้ง จากนั้นไฟที่อุโมงค์ปีขาลเบิกบานสำราญใจที่อยู่บนเกาะกลางถนนความยาว 45 เมตร จากวงเวียนโอเดียนไปถึงหน้าเทียนฟ้ามูลนิธิ ได้เปิดสว่างไสวพร้อมกันทุกดวง โดยไฟที่อุโมงค์จะเปิดตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น.ทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ขณะที่ตลอดถนนเยาวราชมีการประดับไฟเป็นรูปต่างๆอย่างสวยงามตระการตา มีประชาชน นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชม
วันเดียวกัน พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิด เผยว่า เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.ถึง 1 ก.พ. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กำชับหน่วยปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทั่วประเทศ ให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวน เพิ่มความเข้มในการออกตรวจตราตามสถานที่ตลาดจำหน่ายสินค้าที่นำไปประกอบพิธี อำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเวลาดังกล่าว โดยวันจ่ายตรงกับวันที่ 30 ม.ค. เฝ้าระวังการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ ตามธนาคาร ตู้ ATM ร้านทอง ร้านอัญมณี ร้านสะดวกซื้อ โรงทาน สถานที่ที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ และให้จัดสายตรวจในการดูแลความปลอดภัยบ้านที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการต่างๆที่ปิดทำการ พร้อมทั้งกำชับตำรวจทุกนายไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดอันมิชอบโดยเด็ดขาด
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวอีกว่าส่วนวันที่ 31 ม.ค. เป็นวันไหว้เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีการจุดธูปเทียน เผากระดาษไหว้เจ้า และจุดประทัดตามประเพณีความเชื่อ ให้เน้นเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ให้สถานีตำรวจทั่วประเทศจัดทำแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมเหตุเพลิงไหม้ และในวันตรุษจีน 1 ก.พ.ที่ประชาชนจะปิดบ้าน ปิดร้านค้า บริษัทและสถานประกอบการ เพื่อเดินทางท่องเที่ยว กราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ ให้เน้นตรวจตราสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมและที่พักอาศัย จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้พร้อมอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับประชาชน พร้อมกันนี้ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนโปรดระมัดระวังการหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้วิธีการแอบอ้างในรูปแบบต่างๆ
ด้าน นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ มูลนิธิเมาไม่ขับร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน ภาครัฐ ภาคเอกชน จัดโครงการตรุษจีนเมาไม่ขับ รณรงค์เมาไม่ขับ ขับไม่โทร. ขับไม่ไลน์ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ มูลนิธิเมาไม่ขับได้จัดทำเหรียญปี่เซียะ จำนวน 9,999 เหรียญ มอบแก่ประชาชน เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นการเตือนสติไม่ให้ประมาท โดยมีพิธีขอพรจากพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ ณ วัดมังกรกมลาวาส ซึ่งประชาชนที่ประสงค์จะขอรับเหรียญปี่เซียะ จะต้องเป็นผู้เกิดปีขาลหรือปีชงกับปีขาล ได้แก่คนที่เกิดปีมะเส็งและปีกุน ขอให้จ่าหน้าซองเขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ถึงตัวท่านเอง ติดแสตมป์ 5 บาท พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน ส่งมาที่ มูลนิธิเมาไม่ขับ เลขที่ 21 ซอยสามัคคี 58 ถนนสามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 (ขอเหรียญปี่เซียะ) หมดเขตวันที่ 10 ก.พ.2565
...
นอกจากนี้ กรุงเทพโพลล์ โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “คิดอย่างไรกับราคาสินค้าช่วงใกล้ตรุษจีนปีเสือ” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,167 คน พบว่า ราคาสินค้าต่างๆมีราคาแพงขึ้น เช่น หมู เป็ด ไก่ ส่งผลต่อการซื้อของไหว้ในวันตรุษจีนในปีนี้ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 64.1 ระบุว่าทำให้ซื้อของไหว้แต่ละอย่างน้อยลง/เกรดต่ำลง เพื่อให้ครบตามประเพณี รองลงมา ร้อยละ 31.1 ระบุว่าต้องยอมตัดของไหว้บางอย่างที่ตัดได้ออก เพื่อประหยัดงบประมาณ และร้อยละ 14.2 ระบุว่าต้องยอมหาของไหว้อื่นทดแทน เพราะสู้ราคาไม่ไหว ส่วนความเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะสามารถควบคุมพ่อค้าแม่ค้าไม่ให้แอบขึ้นราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้หรือไม่นั้น ร้อยละ 91.5 ระบุว่าเชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 8.5 ระบุว่า เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
สำหรับมาตรการตรึงราคาสินค้าของภาครัฐในช่วงนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้มากน้อยเพียงใดนั้น ร้อยละ 82.2 ระบุว่าช่วยได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 17.8 ระบุว่าช่วยได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ส่วนเรื่องที่ประชาชนอยากให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเรื่องสินค้าราคาแพงในขณะนี้มากที่สุดร้อยละ 73.3 คือควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ให้ต้นทุนการขนส่งสินค้ามีราคาสูง รองลงมา ร้อยละ 63.0 คือควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็น เช่น แก๊สหุงต้ม น้ำตาล น้ำมันพืช ข้าวสาร ฯลฯ และร้อยละ 53.5 ควบคุมราคาสินค้าที่เป็นต้นทางในการผลิตวัตถุดิบ เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ย ฯลฯ