กองทัพเรือ จัดงาน "วันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ" ประจำปี 2565 เพื่อระลึกถึงวีรชนทหารเรือที่เสียสละชีวิตปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติ โดยมี 2 วีรชน ในวีรกรรมสำคัญร่วมงาน
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 17 ม.ค. 65 พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการจัดงาน เนื่องในวันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ประจำปี 2565 ณ อนุสรณ์เรือหลวงธนบุรี โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (COVID-19) ทำให้ในปีนี้ กองทัพเรือ ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้มีความเหมาะสมในรูปแบบ NEW NORMAL โดยลดขั้นตอน และผู้ร่วมงานลง แต่ยังคงไว้ซึ่งพิธีการสำคัญ ประกอบด้วย การวางพวงมาลา และอ่านคำสดุดีวีรชนกองทัพเรือ การจัดพิธีสงฆ์ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนทหารเรือ ที่เสียสละชีวิต เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติและยังคงอยู่ในจิตใจของทหารเรือทุกนายตราบจนปัจจุบัน
พิธีสดุดีวีรชนและบำเพ็ญกุศลแด่วีรชนของกองทัพเรือ เป็นพิธีสำคัญที่กองทัพเรือ จัดขึ้นเป็นประจำ ในวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เพื่อให้ทหารเรือทุกคนได้แสดงความเคารพ และระลึกถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษทหารเรือที่ได้ทำการรบอย่างกล้าหาญ และยอมพลีชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินของเรา ประวัติศาสตร์ได้จารึกความกล้าหาญของทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ระหว่าง ไทย กับ ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2484
...
โดยฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือประกอบด้วย เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง เรือสลุป 2 ลำ และเรือปืน 4 ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ 1 ลำ เรือดำน้ำ 1 ลำ เข้ารุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อจะเข้าระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศ กำลังทางเรือของไทยที่รักษาการณ์อยู่ในบริเวณนั้นประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และ เรือหลวงสงขลา ภายใต้การบังคับบัญชาของ นาวาโทหลวงพร้อมวีระพันธ์ ผู้บังคับการเรือหลวงธนบุรี แม้ว่าจะเสียเปรียบด้านกำลังรบอย่างมากวีรชนทหารเรือไทยได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถ จนต้องสูญเสียเรือรบทั้ง 3 ลำไป พร้อมชีวิตนายทหารและลูกเรือ รวมทั้งสิ้น 36 นาย รวมถึง นาวาโทหลวงพร้อมวีระพันธ์ แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่าด้วยกำลังทางเรือของเรา สามารถทำให้ข้าศึกได้รับความเสียหายจนต้องล่าถอยไปในที่สุด
สำหรับการจัดงานในวันนี้ มีสองวีรชนในวีรกรรมสำคัญของกองทัพเรือ เข้าร่วมพิธี คือ วีรชนที่มาร่วมพิธีนาวาโท บัญญัติ ฆารกุล และ นาวาเอก ประทีป อนุมณี โดย นาวาโท บัญญัติ ได้มีส่วนร่วมวีรกรรมของหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง เมื่อ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2518 ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า หน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง (นปข.) จากสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นที่ดอนน้อย กลางลำแม่น้ำโขง ชายแดนไทย-ลาว บ้านโพนสา ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ชี่ง พันจ่าตรี ปรัศน์ พงษ์สุวรรณ พันจ่าเรือ ล.123 เสียชีวิต จ่าเอก บัญญัติ ฆารกุล (ยศขณะนั้น) จ่าเรือ ล.123 ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปยกย่องว่าเป็นวีรกรรม ครั้งลำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของชาติ และขนานนามว่า "วีรกรรมดอนน้อย"
ในส่วนของ นาวาเอก ประทีป ได้ร่วมรบในวีรกรรมสำคัญของกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543 เรือเอกประทีปฯ (ยศในขณะนั้น) ได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับทหารพราน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกลาดตระเวนพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ปะทะกับกองกำลังกลุ่มก่อการร้าย "พูโลใหม่" ภายใต้การนำของ "สะรี ตะโละ มีญอ" โดย เรือเอกประทีป ถูกกระสุนของฝ่ายตรงข้ามในระยะประชิด แม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นโจรก่อการร้ายกลุ่มนายสะรี ตาโละ มีญอ ถูกกระสุนเสียชีวิตจำนวน 6 ศพ แต่ทำให้ เรือเอก ประทีป ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนที่พุ่งเข้าศีรษะ และได้รับขนานนามว่า "ประดู่เหล็กแห่งดูซงญอ".
...