สตช.ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ผนึกกำลังแก้ไขปัญหา พร้อมเสริมเกราะป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทยกพวกตีกัน โดยมี "บิ๊กรอย-บิ๊กหลวง" ร่วมเป็นสักขีพยาน รวมทั้งส่งเสริมการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงศักยภาพด้านฝีมือ และความสามารถด้านต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ ร่วมกันทำความดี มีความเสียสละ และจิตอาสา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ธ.ค. 64 ที่ ห้องศรียานนท์ โซนซี ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย ร.ท.สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นผู้แทนฯ ลงนาม พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง จตช. (ช่วยงาน ปป.), นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือฯ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ จัดทำขึ้นภายใต้มาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในทุกมิติและกำหนดมาตรการควบคุม ดูแล ป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อลดอัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนของสังคมส่วนรวม

ทั้งนี้ ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสถานศึกษาในสังกัดของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เปิดโอกาสในการแสดงศักยภาพด้านฝีมือ และความสามารถด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์ ร่วมกันทำความดี มีความเสียสละ และจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และสังคมส่วนรวม ซึ่งได้มีการจัดโครงการ "อาชีวะอาสาทำความดีในเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2565" เพื่อให้บริการในการดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแซมยานพาหนะของพี่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ออกเดินทางท่องเที่ยว และเดินกลับไปยังภูมิลำเนาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสำคัญประจำปี

นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้มีการบูรณาการความร่วมมือด้านการคิดค้นพัฒนานวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะ รวมถึงฝีมือของนักเรียน นักศึกษา ในการคิดค้นอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับระงับ/ป้องกันภยันตรายต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ฉบับ มีระยะเวลา 1 ปี นับตั้งลงนามร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว