วช. จับมือ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ พัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนระยะ 5 ปี

ข่าว

    วช. จับมือ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ พัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนระยะ 5 ปี

    ไทยรัฐออนไลน์

    25 พ.ย. 2564 16:44 น.

    วช. ผนึกกำลัง สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม พัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนระดับปริญญาโทและเอก ในปี 2564-2568 ในระยะเวลา 5 ปี

    เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 64 4 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา (อว.) จัดพิธีแถลงข่าวความร่วมมือ การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรระดับปริญญาโทและปริญญาเอก วิจัยและนวัตกรรม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัคซีน ระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) ณ เวที Highlight Stage ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 โดยมีนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุลชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษาฯ เป็นประธานและสักขีพยาน และกล่าวว่า ในนามตัวแทน อว.ขอบคุณทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนร่วมมือกัน หลายสิ่งที่หวังว่าจะประสบความสำเร็จเชื่อว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอนในการทำงานวิจัยให้ออกมาเป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. และ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ หรือ สวช. โดย นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) ได้เห็นชอบร่วมกันในการสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรมระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัคซีน การร่วมมือในครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 ซึ่ง สวช.มีบทบาทอย่างมากในการทำให้ประเทศไทยเดินหน้าก้าวพ้นวิกฤติ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สนับสนุนความร่วมมือในงานวิจัยและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัคซีนกับสถาบันการศึกษาต่างๆ

    2) พัฒนานักวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอก และสร้างความร่วมมือในงานวิจัยระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา เพื่อความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัคซีนของประเทศในภาพรวม โดยใช้ประสบการณ์ของทั้ง วช. สวช. และสถาบันการศึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ 3) เพิ่มจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาเฉพาะด้านที่เป็นความต้องการของหน่วยงาน และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้โดยตรง โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้เป็นการสนับสนุนทุนพัฒนาบุคลากรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกคุณภาพสูงที่อยู่ภายใต้ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยของ วช. เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2568 ซึ่งมีผลงานวิจัยคุณภาพในระดับสากล โดยอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองด้วยการสร้างความร่วมมืออย่างกว้างขวางของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

    ดร.วิภารัตน์ ผอ.วช. กล่าวต่อว่า การทำงานจะเป็นเรื่องความร่วมมือของเครือข่ายหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ โดย วช. และ สวช. ร่วมดำเนินการและพิจารณาหัวข้อวิจัย นักศึกษาผู้รับทุน สนับสนุนทุนวิจัย และการดำเนินงานวิจัยส่วนอื่นๆ ให้แก่นักศึกษาผู้รับทุนที่อยู่ภายใต้ทุนต่างๆ เช่น ทุนพัฒนาบัณฑิตศึกษา, ทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) และทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ส่วนกรอบงานจะดูเรื่องนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนและกำลังคนคือสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทาง สวช.จะเข้ามาเสริมเรื่องของค่าวิจัย โดยพิจารณาจากหัวข้อโครงการวิจัยและงบที่ได้รับในแต่ละปี ในปีนี้ (2564) จะเริ่มต้นไว้จำนวน 5 ทุน โดยเบื้องต้นจะสนับสนุนทุนวิจัยในรูปแบบตัวเงิน (in cash) แต่ละปี

    โดยทุนพัฒนาบัณฑิตศึกษาระดับปริญญาโท จำนวนไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท และปริญญาเอก ไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท, ทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (ทุน พวอ.) ปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อโครงการ ระยะเวลา 2 ปี ปริญญาเอก ไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท ต่อโครงการระยะเวลา 3 ปี และกรณีหลักสูตรระดับปริญญาโท ต่อเนื่องปริญญาเอก ไม่ต่ำกว่า 250,000 บาทระยะเวลา 5 ปีต่อโครงการ, ส่วนทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (ทุน คปก.) หลักสูตรระดับปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 150,000 บาทระยะเวลา 3 ปีต่อโครงการ ระดับปริญญาโทต่อเนื่องปริญญาเอก ไม่ต่ำว่า 250,000 บาท ระยะเวลา 5 ปีต่อโครงการ

    ผอ.วช. กล่าวต่อว่า ในนามของ วช.ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ สวช.ได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพนักวิจัยในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่มีความสามารถสูงในด้านวัคซีนต่อไปในอนาคตและจะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศในการก้าวพ้นในภาวะวิกฤติ ซึ่ง วช.มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้กรอบความร่วมมือดังกล่าวประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ทุกประการ

    ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) กล่าวว่า สวช.ขอบคุณ วช.ที่ร่วมมือครั้งนี้และเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนของประเทศ เพราะในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้งานด้านวัคซีนทุกคนเห็นความสำคัญ ส่วน สวช.ภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ เรากำหนดนิยามของคำว่าความมั่นคงด้านวัคซีนว่า “ประเทศไทยต้องมีวัคซีนเพียงพอทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน” เพียงแค่นี้ก็มีความยากอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้มีวัคซีนเพียงพอกับความต้องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตลอดเวลา รวมถึงในภาวะฉุกเฉิน (กรณี โควิด-19) ทำอย่างไรที่เราจะสามารถวิจัยและผลิตวัคซีนเองได้อย่างทันท่วงที ซึ่งงานด้านวัคซีนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาสั่งสม บ่มเพาะและต้องปลูก ปัจจัยสำคัญคือกำลังคนของเรา ความสามารถ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรด้านวัคซีน ประกอบกับงานด้านวัคซีนมีความกว้างขวางมาก ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการ การวิจัยตัวเชื้อไวรัสที่มีขนาดเล็กมาก จนถึงสัตว์ทดลองและไปถึงการผลิตวัคซีนที่มีจำนวนมาก คือ 100-200 ล้านโดสต่อปี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต้องการคนที่มีประสิทธิภาพทั้งสิ้น การพัฒนาคนตั้งแต่ต้นน้ำที่ สวช. ร่วมกับ วช. จึงเป็นจุดที่สำคัญอย่างยิ่ง ก่อนมีการถ่ายโอนภารกิจมาที่ วช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เดิมได้มีการทำเรื่องนี้มาแล้วเช่นกันตั้งแต่ปี 2558 จนมีการถ่ายโอน วช. ทั้งหมดคือการวางรากฐานสำคัญ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วช.สถาบันวัคซีนงานวิจัยวัคซีนนวัตกรรมวัคซีนพัฒนาบุคลากรวัคซีนวิภารัตน์ ดีอ่องการศึกษา

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 09:19 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์