ตำรวจซุกหมายจับ แอบช่วย เสี่ยโจ้ นํ้ามันเถื่อน มือขวาห้อเก๋ง อัดท้ายสยอง (คลิป)

ข่าว

    ตำรวจซุกหมายจับ แอบช่วย เสี่ยโจ้ นํ้ามันเถื่อน มือขวาห้อเก๋ง อัดท้ายสยอง (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    19 พ.ย. 2564 05:10 น.

    ผบช.ภาค 9 โว รู้แล้วเสี่ยโจ้กบดานที่ ไหน รอยืนยันอีกครั้ง ก่อนจับกุมพร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบตำรวจที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แฉตรวจสอบพบไม่นำมาจับกุมแต่กลับนำมาเก็บไว้ ขณะเดียวกัน อดีตผู้ต้องหาเครือข่ายเสี่ยโจ้น้ำมันเถื่อนซิ่งเก๋งชนท้ายรถบรรทุกอุปกรณ์ปรับสภาพถนนที่จอดปฏิบัติหน้าที่บนทางด่วนเสียชีวิต ตำรวจยันไม่พบการจัดฉาก เช่นเดียวกับญาติไม่ติดใจ

    กรณีตำรวจสอบสวนกลางจับกุมนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ปัตตานี พ่อค้าน้ำมันเถื่อน ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลาที่ จ.60/2564 ลงวันที่ 23 ก.พ.2564 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” ได้ที่ตลาดกลางคืนย่านห้วยขวาง เมื่อช่วงตี 1 วันที่ 5 พ.ย. หลังหลบหนีคดีตั้งแต่ปี 55 ส่งตัวให้อัยการจังหวัดสงขลาในวันเดียวกัน และถูกปล่อยตัวเพราะอัยการสั่งไม่ฟ้อง ก่อนมาพบว่ามีหมายจับศาลจังหวัดปัตตานีโผล่ในภายหลัง ส่วนเสี่ยโจ้เชื่อว่าหลบหนีข้ามแดนไปประเทศกัมพูชา ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ระบุกรณีหมายจับเสี่ยโจ้ที่หายจากสารบบ อาจมีเจ้าหน้าที่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกสอบทางวินัยและข้อเท็จจริง สำหรับหมายจับที่ยังใช้ได้คือหมายจับศาลอุทธรณ์จังหวัดปัตตานี ปี 58 ลั่นต้องไปตามจับกุมมาให้ได้

    ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 พ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 แถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบกรณีหมายจับ “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” หรือนายสหชัย เจียรเสริมสิน หายไปจากสารบบศาลและมาพบในวันถัดมาหลังปล่อยตัว เสี่ยโจ้ไปแล้วว่า คดีที่ตำรวจดำเนินคดีกับเสี่ยโจ้มีทั้งหมด 14 คดี สอบสวนเสร็จสิ้น 11 คดี เหลือ 3 คดี ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ประกอบด้วย คดีค้า น้ำมันเถื่อนที่มีการสั่งสอบเพิ่มเติม เนื่องจากมีการกระทำความผิดหลายครั้งกว่าหมื่นรายการ อยู่ระหว่างประสานศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนเรื่องพยานหลักฐานว่าดำเนินการถึงขั้นตอนใด ขอยืนยันด้วยว่ายังมีหมายจับที่บังคับใช้ได้คือหมายจับของศาลอุทธรณ์จังหวัดปัตตานี มีโทษจำคุกและยังไม่หมดอายุความ ยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้ปรากฏข้อเท็จจริงให้ชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

    พล.ต.ท.นันทเดชกล่าวต่อว่า ส่วนที่ยังคงเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้คือหลังจากที่นายโจ้ถูกส่งตัวไปยังอัยการ แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องและถูกปล่อยตัวไป ตรวจสอบแล้วมีอีกคดีคือคดีปลอมแปลงเอกสารราชการ เป็นการปลอมดวงตราของตรวจคนเข้าเมือง ศาลชั้นต้นจังหวัดปัตตานี นัดฟังคำพิพากษาประมาณต้นเดือน ต.ค.57 ระหว่างรอฟังคำพิพากษาเสี่ยโจ้ถือโอกาสหลบหนี ศาลได้ออกหมายจับเสี่ยโจ้ ให้เอาตัวมาฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น สำหรับหมายจับศาลนั้น ตรวจสอบพบว่า ศาลจังหวัดปัตตานีได้ส่งมาจริง ตำรวจรับหมายจริง แต่ประเด็นคือหมายจับของศาล ตำรวจไม่ได้นำมาเพื่อจับกุมแต่นำไปเก็บไว้ เรื่องนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ภาค 9 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ได้สั่งกำชับให้จับกุมตัวเสี่ยโจ้มาดำเนินคดีให้ได้ ขณะนี้พอรู้ตัวแล้วว่าเสี่ยโจ้หลบหนีไปไหน รอการยืนยันอีกครั้งก่อนจับกุม

    ขณะเดียวกับที่เสี่ยโจ้ตกเป็นข่าวสั่นคลอนต้นธารกระบวนการยุติธรรม มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเสี่ยโจ้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต 1 ราย โดยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 พ.ย. พ.ต.ต.หญิง ผกามาศ กมลแสน สว. (สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 ไปสอบสวนเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในยานพาหนะบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ฝั่งขาเข้าจากบางนา เลยด่านท่าเรือประมาณ 1 กิโลเมตรแขวงและเขตคลองเตย กทม.

    ที่เกิดเหตุอยู่บนช่องทางเดินรถฝั่งซ้ายสุด ก่อนถึงทางแยกตัววายไปดาวคะนองและดินแดง ประมาณ 300 เมตร จุดดังกล่าววางสัญญาณไฟให้ผู้ใช้รถเบี่ยงเส้นทางเนื่องจากมีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องจักรปรับสภาพผิวการจราจร พบรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ สีขาว ทะเบียน 1 ขก 8730 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนป้ายบอกสัญญาณการก่อสร้างที่วางเตือนเอาไว้ 3 ป้ายล้มระเนนระนาด ก่อนพุ่งอัดท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 97-1076 กรุงเทพมหานคร ของเจ้าหน้าที่จนรถเก๋งพังยับเยิน ส่งผลให้ผู้ขับขี่เสียชีวิตติดคาเบาะที่นั่งคนขับ 1 ราย ทราบชื่อคือนายฉัตรชัย บ้านมะหิงษ์ หรือ “ฉัตรชัย แฮมิลตัน” อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 6 ต.บ้านนา อ.บ้านนา จ.นครนายก สภาพศพนั่งอยู่ที่เบาะคนขับไม่คาดเข็มขัดนิรภัย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำลายอักษรภาษาอังกฤษสีแดง นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ ข้อมือขวาหักผิดรูป พบโทรศัพท์มือถือผู้ตาย 1 เครื่องเก็บไว้เป็นหลักฐาน

    จากการสอบสวนนายศรรัตน์ มีลือการณ์ อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ พนักงาน บจก.วิวัฒน์พล เอนจิเนียริ่ง ผู้รับเหมาปรับสภาพพื้นผิวการจราจรบนทางด่วนให้การว่า นำรถบรรทุกอุปกรณ์มาปฏิบัติงาน ตรงจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ระหว่างทำงานได้วางป้ายไฟสัญญาณบอกเตือนผู้ใช้ทางให้เบี่ยงรถออกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ตามกฎระเบียบ ขณะยืนเก็บของอยู่ที่หลังรถ 6 ล้อ เห็นรถผู้ตายวิ่งมาจากทางเลนขวาสุดแต่ไกลจากนั้นไถลซ้ายตรงดิ่งเข้ามาทางเลนซ้ายสุดแบบไม่แตะเบรกเหมือนหลับใน ต้องตัดสินใจกระโดดหนี ก่อนรถผู้ตายพุ่งชนป้ายไฟและพุ่งชนท้ายรถตนอย่างจังจนเสียชีวิต

    สำหรับผู้ตายตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย.57 เคยถูกศาลอาญา รัชดาฯ ออกหมายจับคดีร่วมกับนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ นางอัญญมาลย์ ชาวไร่อ้อย น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์ น.ส.ปริญญาภรณ์ เจียรเสริมสิน, นางลดาวรรณ ธนูสังข์ นางศิริวรรณ สมบูรณ์ และนางสีอรุณ อินทรยง ตามฐานความผิด ร่วมกันนำหรือพาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลที่ยังมิได้เสียภาษี ยังมิได้ผ่านพิธีการทางศุลกากร เข้ามาในราชอาณาจักร, ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วย ประการใดๆ ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดย หลีกเลี่ยงอากรฯ,

    นอกจากนี้ ยังมีข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครอง หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้า โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน, ร่วมกันมีและใช้มิเตอร์วัดปริมาณน้ำมันโดยไม่มีเครื่องหมายรับรอง ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร พ.ศ.2535 พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2527 และประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนั้น ยังมีข้อหาตาม พ.ร.บ.มาตรา ชั่ง ตวง วัด พ.ศ.2542 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 และร่วมกันฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2527 ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ.2550) ลงวันที่ 19 ก.ย.2550 ด้วย

    ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานพบว่าที่เกิดเหตุอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ฝั่งขาเข้าจากบางนา เลยด่านท่าเรือประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการซ่อมแซมพื้นผิวถนน มีเครื่องจักร และรถบรรทุกขนอุปกรณ์จอดอยู่ มีการกั้นพื้นที่ด้วยกรวยยางเป็นไปตามกฎระเบียบ จากการสอบถามก่อนเหตุผู้ตายขับรถมาเลนขวาสุด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีการเปลี่ยนเลนจากขวาไปเลนซ้ายอย่างกะทันหันก่อนพุ่งชนท้ายรถหกล้อเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขณะนี้ได้ส่งร่างผู้ตายไปที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ จากการสอบถามญาติพบว่าก่อนประสบอุบัติเหตุผู้ตายไปดื่มกินอาหารมา ญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าอาจจะเป็นการจัดฉาก หรือมีความเชื่อมโยงกับเสี่ยโจ้ ปัตตานี แต่อย่างใด

    มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายฉัตรชัย บ้านมะหิงษ์ หรือเก่ง ถือเป็นมือขวาคนสนิทนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ปัตตานี ทุกเรื่องจะต้องผ่านนายเก่ง รวมทั้งขณะที่เสี่ยโจ้อยู่ต่างประเทศ นายเก่งจะเป็นคนคอยดูแลประสานงานเรื่องต่างๆรวมทั้งเรื่องการเงินแทนเสี่ยโจ้ด้วยทุกเรื่อง สำหรับคดีความที่นายเก่งถูกดำเนินคดีร่วมกับเสี่ยโจ้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เสี่ยโจ้ น้ำมันเถื่อนเสี่ยโจ้ ปัตตานีเสี่ยโจ้น้ำมันเถื่อนพ่อค้าน้ำมันเถื่อนสหชัย เจียรเสริมสินร่วมกันฟอกเงินข่าวหน้า1ข่าววันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 12:05 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์