หนุ่มแจ้งความ สน.บางบอน หลังลูกเมียหายตัว ส่งข้อความมาบอกแค่ “ช่วยด้วย” นึกว่าถูกจับเรียกค่าไถ่ ที่แท้ไปเที่ยวแล้วแบตโทรศัพท์หมด ยังส่งข้อความไม่ครบ

จากกรณีที่ นายพุภธิพงษ์ กุลชศิลป์ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางบอน ให้ติดตามหาตัวภรรยาคือ น.ส.สุพิตร แก้วเก็บคำ อายุ 33 ปี และลูกชาย ด.ช.ปิยะภัทติ์ กุลชศิลป์ อายุ 4 ปี ซึ่งหายจากบ้านพักภายในโรงงานประติมากรรม ซ.แม่ละออง 1 แขวงและเขตบางบอน กรุงเทพฯ โดยหายตัวไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2564 ในช่วงบ่าย จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ก็ติดต่อ น.ส.สุพิตรไม่ได้ ไม่ทราบว่าหายไปไหน โดยส่งไลน์มาหาสามีว่า “ช่วยด้วย” จากนั้นติดต่อไม่ได้อีกเลย

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 17 ต.ค. 2564 พ.ต.อ.นรินท์โชติ พงศ์พิธานนท์ ผกก.สน.บางบอน พร้อมด้วยฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน ได้ติดต่อและติดตาม น.ส.สุพิตร แก้วเก็บคำ อายุ 33 ปี และลูกชาย ได้ที่หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ก่อนจะนำตัวกลับมาที่สถานีตำรวจ

น.ส.สุพิตร เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ตนเองนั่งเครียดเรื่องงานที่โรงงาน บวกกับที่อยากพาลูกไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนสมอง จึงออกจากบ้านพักไปพร้อมกับลูกชาย นั่งรถแท็กชี่ไปที่สมุทรสาคร ที่หน้าวิทยาลัยเทคนิค หลังจากนั้นก็กดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วพิมพ์ไลน์ไปบอกสามีว่า “ช่วยด้วย” เพื่อต้องการให้มารับ แต่แบตเตอรี่มือถือกลับหมดทั้งที่ยังไม่ได้บอกสามีว่าจะเดินทางไปที่ไหน หลังจากนั้นจึงเดินทางไปที่จังหวัดปทุมธานีเพื่อหาเพื่อน แต่ไม่พบ และเดินทางไปนั่งรถทัวร์ที่สายใต้ไปลงที่ชะอำและหัวหิน ก่อนตำรวจจะติดตามไปเจอที่ห้องพักและแจ้งว่าสามีกำลังตามหาอยู่ ตนจึงอยากจะขอโทษสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายดังกล่าวที่เกิดขึ้น

ด้าน นายพุภธิพงษ์ กุลชศิลป์ สามี กล่าวว่า ตนเองก็เข้าใจแฟนว่าเครียดกับงาน ประกอบกับช่วงนั้นตนเองก็ร้อนใจว่าแฟนสาวนั้นหายตัวไปพร้อมกับลูกชาย จึงไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด เงินในบัญชีก็หายไป เลยเข้าใจว่าแฟนสาวอาจถูกลักพาตัว จึงเดินทางมาแจ้งความดังกล่าว.