30 โจ๋คะนองกรุง เผา 6 ป้อมจราจร ลงมือเย้ย พ.ร.ก. โยงแก๊ง "ดินแดง"

ข่าว

    30 โจ๋คะนองกรุง เผา 6 ป้อมจราจร ลงมือเย้ย พ.ร.ก. โยงแก๊ง "ดินแดง"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    24 ก.ย. 2564 05:09 น.

    กลุ่มวัยรุ่นขี่รถ จยย.เผาป่วนเมืองกลางดึก 6 จุดซ้อน เป้าหมายป้อมจราจร ทั้งที่แยกสะพานควาย แยกประดิพัทธิ์ ด่วนระนอง แยกราชประสงค์ แยกอุรุพงษ์ และแยกมิตรสัมพันธ์ ผบ.ตร.-ผบช.น. เชื่อหวังผลทางการเมืองไม่ใช่อาชญากรรมทั่วไป พบผู้ก่อเหตุมาเป็นกลุ่มใหญ่ 30 คน ซ้อนรถ จยย. 15 คัน ต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีและการข่าว ขณะที่แกนนำและแนวร่วมกลุ่มต่างๆถูกไล่เช็กบิลตามเคย รวมทั้ง “น้องอั่งอั๊ง” หลานสาว “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า และ “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” แห่งพรรคก้าวไกล

    กลุ่มคนร้ายขี่รถ จยย.ตระเวนเผาป้อมจราจร 6 จุดซ้อนตำรวจมุ่งหวังผลการเมือง โดยเมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 23 ก.ย. ร.ต.อ.สุรพงษ์ ประทุมวัน รอง สว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดเข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจร สี่แยกสะพานควาย ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตพญาไท กทม. และที่สี่แยกประดิพัทธ์ ถนนพระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

    สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 02.19 น.เจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจรตามสี่แยกต่างๆหลายแห่ง จึงระดมกำลังแยกย้ายใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงลุกไหม้ที่ป้อมจราจรตามจุดต่างๆ ทั้งที่สี่แยกสะพานควาย สี่แยกประดิพัทธ์ สี่แยกอุรุพงษ์ สี่แยกมิตรสัมพันธ์ และสี่แยกราชประสงค์ นอกจากนี้มีป้อมจราจรหลายแห่งถูกทุบทำลายกระจกแตกเสียหาย

    เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานเหตุเพลิงไหม้ต่อเนื่องหลายจุดทั่ว กทม.ครั้งนี้ เป็นฝีมือกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถ จยย.ที่เคยก่อเหตุบนถนนดินแดงและถนนวิภาวดีรังสิต เชื่อว่าเป็นการเผาทำลายเพื่อก่อความไม่สงบเพื่อหวังผลทางการเมือง ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มที่ก่อความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เน้นเผาทำลายทรัพย์สินทางราชการและของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง ก่อนหลบหนีการจับกุม คำถามคือการก่อเหตุของกลุ่มดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด เนื่องจากทรัพย์ทางราชการที่ถูกเผาทำลายก็มาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ส่วนการก่อเหตุความรุนแรงในลักษณะนี้จะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าเป็นปกติของผู้ก่อเหตุที่พยายามหาโอกาส ตำรวจต้องยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและการข่าวให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

    พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลา 00.30-02.40 น. ของวันที่ 23 ก.ย. กลุ่มผู้ก่อเหตุตระเวนทุบทำลายและเผาป้อมจราจร 6 จุด ประกอบด้วยท้องที่ สน.บางซื่อ 3 จุด ที่แยกสะพานควาย แยกประดิพัทธ์และด่วนระนอง ใกล้สี่แยกพิบูลย์วัฒนา ถนนพระราม 6 ท้องที่ สน.ลุมพินี 1 จุด ที่แยกราชประสงค์ ท้องที่ สน.พญาไท 1 จุด ที่แยกอุรุพงษ์ และท้องที่ สน.มักกะสัน 1 จุด ที่แยกมิตรสัมพันธ์ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุใช้รถ จยย.ประมาณ 15 คัน มีผู้ก่อเหตุประมาณ 30 คน การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ทำให้เสียทรัพย์ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานแล้ว ต้องปรับกลยุทธ์และประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำกว่านี้ เพราะเห็นได้ว่ามีการกระจายตัวยกระดับความรุนแรง ตำรวจต้องปรับยุทธวิธีการใช้กำลัง การบังคับใช้กฎหมายและการข่าว การกระทำแบบนี้ไม่ใช่อาชญากรทั่วไป จะเห็นว่าตั้งแต่เดือน ส.ค.จนถึงปัจจุบัน มีผู้ก่อเหตุถูกจับกุมกว่า 400 คน ทุกครั้งที่จับเขาจะมีความรู้เทคนิคข้อกฎหมายต่างๆมากขึ้น เห็นจากมีฝ่ายกฎหมายที่พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง พอมีคนโดนจับก็จะมาทันที ตนจึงพูดคุยกับฝ่ายสอบสวนว่าการบังคับใช้กฎหมายให้ดูฐานความผิดอื่นด้วย เช่น อั้งยี่ ซ่องโจร ให้ไปรวบรวมพยานหลักฐานมา

    “การที่เขาลงมือกระทำเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและหวังผลทางการเมือง ส่วนจะมีพัฒนาการรุนแรงกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจัดการของตำรวจที่ต้องจัดการให้ได้” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว

    ส่วนการดำเนินคดีกับแกนนำและแนวร่วมกลุ่มต่างๆนั้น ที่ สน.ลุมพินี เวลา 13.00 น. กลุ่มนักกิจกรรมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกอบด้วยนายธนัตถ์ หรือไฮโซลูกนัท ธนากิจอำนวย นายพชร หรือฟลุค ธรรมมล นายอรรถพล บัวพัฒน์ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นายชนินทร์ วงษ์ศรี นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา และนายทรงพล สนธิรักษ์ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 3 ก.ย. เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธและจะทำคำให้การเป็นเอกสารยื่นภายใน 20 วัน ก่อนทั้งหมดเดินทางกลับโดยไม่ต้องประกันตัวเพราะเข้าพบตามหมายเรียก

    ที่ศาลอาญา พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องไมค์-ภานุพงศ์ จาดนอก แกนนำกลุ่มราษฎร ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามป.อาญา ม.112 และอื่นๆ เหตุเกิดที่ ต.สำนักท้อน อ.ฉาง จ.ระยอง ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลกและท้องที่อื่นทั่วราชอาณาจักร ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ ภายหลังศาลได้ประทับ ฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ.2380/2564 เพื่อจะนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน

    ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.อัครสร หรืออั่งอั๊ง โอปิลันธน์ หลานสาวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาพร้อมนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผกก.3.บก.ปอท.และพนักงานสอบสวน กก.3.บก.ปอท.ตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 หลังเจ้าตัวติดธุระขอเลื่อนนัดพบพนักงานสอบสวนมาแล้วหนึ่งครั้ง

    ด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตภาพหมายเรียกจาก สภ.เมืองปทุมธานี กรณีเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 29 ส.ค.พร้อมระบุว่าได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 หลังจากโทร.คุยรองผู้กำกับ เมื่อรับหมายเรียกครั้งแรกว่า จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.และจะไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 1 ต.ค.

    วันเดียวกัน กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเพจ นัดหมายแนวร่วมชุมนุม “ครบรอบ 1 ปี ความจริงสู่ความฝัน” ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ย. ที่ลานหน้าหอศิลป์ เวลา 16.00-19.00 น. โดยระบุว่าพวกเราขอเชิญชวนพี่น้องมวลชนทุกท่านพบกับนิทรรศการและ Art Show 3 เปลี่ยนผ่าน 3 ความหวัง หลังจากผ่านมาแล้วรวมกันกว่า 1 ปี ในขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการและอำนาจที่กดขี่บนหัวเรา จึงขอเชิญมวลชนทุกท่านมาร่วมรำลึกช่วงเวลาที่ฝ่าฟันกันมาผ่านงานศิลปะด้วยกัน แล้วเจอกันที่ปลายฝั่งฝันของพวกเราทุกคน

    ขณะที่การติดตามคดีหามือยิงเยาวชนชายอายุ 15 ปี รายหนึ่งที่หน้า สน.ดินแดง จนบาดเจ็บสาหัสยังไม่รู้สึกตัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.นั้น นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ปธ.กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วยผู้ปกครองของเยาวชนและทีมทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน นำคลิปและรายงานของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ที่รวบรวมหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ มามอบให้ พ.ต.ท.โสภณ แย้มชมชื่น รองผกก.(สอบสวน) สน.ดินแดง เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดี หลังผ่านมากว่า 1 เดือน แต่ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิด หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน พ.ต.ท.โสภณชี้แจงว่า ตำรวจทำงานตามขั้นตอน การจะสรุปสำนวนได้ต้องได้ข้อเท็จจริงก่อนว่าใครเป็นผู้กระทำผิด คดีนี้ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ขณะนี้ตำรวจ สน.ดินแดง มีคดีในความอยู่ในรับผิดชอบกว่า 100 คดี อาจทำให้เกิดความล่าช้าบ้าง ยืนยันจะทำงานอย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้บังคับบัญชากำชับให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เผาป้อมจราจรโจ๋เผาป้อมเผาป้อมเผาป่วนเมืองเผาป่วนกลางดึกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุขแก๊งดินแดงข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 17:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์