“อนุทิน” ตอบปมเพื่อนร่วมรุ่นชนะประมูล ATK ชี้ เสนอราคาดีสุด ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามหลักเกณฑ์ ย้ำ ต้องเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
วันที่ 16 ส.ค. 2564 จากกรณีที่มีความพยายามกล่าวหาว่าสาเหตุที่เอกชนรายหนึ่งชนะประมูลชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ก็เพราะมีสายสัมพันธ์ที่ดี ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้น
นายอนุทิน ได้ตอบข้อสงสัยนี้ว่า ในรุ่นมีเพื่อนอยู่ทั้งสิ้น 300 คน ส่วนตัวเป็นประธานรุ่นรู้จักกับทุกคน ส่วนที่บอกว่ามีการช่วยเหลือกัน ถ้าเขาประมูลราคาสูงที่สุดแต่ดันชนะมาได้ ตรงนั้นถือว่าแปลก แต่นี่เขาเสนอราคาดีที่สุด และของก็ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตามระเบียบการจัดซื้อจัดหา ส่วนตัวทำธุรกิจภาคเอกชนมาก่อนถึงขั้นโดนว่าใจดำเพราะไม่ยอมช่วยใคร แต่ไม่โกรธ เพราะต้องการทำทุกอย่างให้ถูกต้อง และไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องปกป้ององค์กรนั้น มาที่กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องปกป้อง
ส่วนเรื่องการประมูลขอให้ไปสอบถามที่องค์การเภสัชกรรม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และโรงพยาบาลราชวิถี ทุกหน่วยงานสามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจนกว่า ถ้าจะมากล่าวหาว่ามีการฮั้วประมูล ก็ต้องไปถามผู้จัดประมูล เห็นว่าเชิญผู้ประมูลมาถึง 20 บริษัท เรื่องนี้ให้จบใน 3 หน่วยงาน คือ สปสช. ในฐานะผู้ใช้ ขณะที่ผู้จัดหาคือโรงพยาบาลราชวิถี และองค์การเภสัชกรรม
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า “ท่านเป็นคนที่อยากให้มีการแข่งขัน” ซึ่งนายอนุทิน กล่าวว่า ระหว่างคนที่มาขอให้ซื้อแบบเฉพาะเจาะจง กับคนที่มาขอให้แข่งขันกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับงบประมาณ และได้ของตามมาตรฐาน มันก็มีคำตอบอยู่แล้ว ว่าจะต้องไปทางไหน ที่ได้รับรายงานคือ ชุดตรวจนี่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้วประมาณ 30 ราย ก็ควรเปิดกว้างให้มีการแข่งขันกันใช่หรือไม่ ทำให้มันถูกต้อง เคยยืนยันในที่ประชุมผู้บริหารเมื่อวันที่ 4 ส.ค. แล้วว่า เรื่องนี้ต้องเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
...
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2564 ผ่านระบบออนไลน์ เป็นการประชุมร่วมกันหลายหน่วยงาน ซึ่งมี นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เข้าร่วมการประชุมด้วย ช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ได้กล่าวว่า “ในการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ฝากเป็นนโยบายว่า อย. ขึ้นทะเบียนกว่า 30 แบรนด์ จะซื้อเฉพาะเจาะจงไม่ได้ แม้ว่าจะวุ่นวายแต่ต้องใช้วิธีการประมูล ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาตามมาเยอะแยะ ตรงไหนที่มีทางเลือกมากและมีการขึ้นทะเบียนโดย อย.แล้ว เราก็ต้องทำตามระเบียบทั่วไป ฝากแจ้งยัง สปสช.ด้วย เราทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ ก็จะมีความปลอดภัย”
ซึ่งขณะนั้น นพ.จเด็จ ที่อยู่ในการประชุมออนไลน์ ก็กล่าวตอบรับทราบ โดยระบุว่าอยู่ระหว่างปรึกษากับองค์เภสัชกรรม.