"รมว.คมนาคม" เผยอาจไม่มีความจำเป็น ต้องใช้อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ เป็น รพ.สนามโควิด-19 แทน รพ.บุษราคัม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เมื่อวันที่ 12 ส.ค.64 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการประสานงานมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอใช้อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 หรือ SAT1 สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นโรงพยาบาลสนาม แทนโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เนื่องจากพื้นที่ที่ตั้งของโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะหมดสัญญาเช่าพื้นที่ในเดือนสิงหาคมนี้นั้น ล่าสุดทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานมาว่า อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องย้ายโรงพยาบาลสนาม บุษราคัมมาที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุขจะได้เข้าลงพื้นที่เพื่อเตรียมการอย่างต่อเนื่อง
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่กระทรวงสาธารณสุข จะไม่ขอใช้พื้นที่อาคาร SAT 1 นั้น เนื่องจากทางกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า หากย้ายมายังอาคาร SAT 1 จะมีปัญหาทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เนื่องจากพื้นที่ใหม่มีขนาดของพื้นที่ที่รองรับผู้ป่วยได้มากกว่าโรงพยาบาลสนามบุษราคัมถึง 3 เท่า ดังนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้ จึงอยู่ในขั้นตอนของการเจรจากับทางอิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่จะขอเช่าพื้นที่ในการทำโรงพยาบาลสนามต่อ จากเดิมที่จะหมดสัญญาในสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดังนั้นทางภาครัฐจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ ประกอบกับพื้นที่ที่ตั้งของโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะหมดสัญญาเช่าพื้นที่ในเดือนสิงหาคมนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ประสานมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม มาเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมจึงได้สั่งการให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) จัดปรับพื้นที่อาคารเทียบเครื่องรองหลังที่ 1 หรือ SAT 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งอาคารดังกล่าวเป็นอาคาร 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยกว่า 216,000 ตารางเมตร และก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ มีระบบปรับอากาศ น้ำประปาพร้อมแล้ว และยังไม่เปิดใช้งาน ให้ปรับมาเป็นโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด ซึ่งตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่อาคาร SAT 1 แล้ว
...
จากการสำรวจขณะนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาระบุว่า หากมีการปรับเป็นโรงพยาบาลสนาม จะต้องปรับพื้นที่เพิ่มเติมเป็นห้องอาบน้ำ ตลอดจนเพิ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เข้าไปในสถานที่ โดยจะใช้พื้นที่ในการเป็นโรงพยาบาลสนามประมาณ 1 แสนตารางเมตร ซึ่งจะแบ่งเป็นพื้นที่เตียงผู้ป่วยได้อย่างน้อย 5,000 เตียงในระยะแรก และจะใช้พื้นที่ชั้น 2 เป็นสถานที่ทำการของแพทย์และห้อง ICU ส่วนชั้น 3 และ 4 เป็นพื้นที่สำหรับคนไข้สีเขียวและเหลือง และยังคาดว่าจะรองรับผู้ป่วยได้มากกว่าโรงพยาบาลบุษราคัมกว่า 3 เท่า
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับสาเหตุหลักที่ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้มีแนวนโยบายที่จะยกเลิกการใช้พื้นที่ของอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ และกลับไปขอเจรจาเพื่อต่อสัญญากับอิมแพ็ค เมืองทองธานี แทน เนื่องจากประสบปัญหาในเรื่องของงบประมาณ ที่จะนำมาปรับปรุง ตลอดจนต้องซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์อีกจำนวนมาก ประกอบกับขนาดของพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า ทำให้ขาดแคลนในเรื่องบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จะเข้ามาประจำ