ฉีดวัคซีนโควิดพระสงฆ์ สัปเหร่อ วัดฝั่งธน ชี้จัดการศพเผาแล้วเก็บกระดูกได้

ข่าว

ฉีดวัคซีนโควิดพระสงฆ์ สัปเหร่อ วัดฝั่งธน ชี้จัดการศพเผาแล้วเก็บกระดูกได้

ไทยรัฐออนไลน์

30 ก.ค. 2564 12:34 น.

กทม. ฉีดวัคซีนเชิงรุกพระสงฆ์ สัปเหร่อ บุคลากรวัดในพื้นที่ฝั่งธน เปิดขั้นตอนจัดการศพที่ถูกวิธี หลังเผา ถือได้ว่าเชื้อโรคถูกทำลายหมด เก็บกระดูกไปบำเพ็ญกุศลได้

วันที่ 30 ก.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่จุดให้บริการวัคซีนแก่พระภิกษุสงฆ์และเจ้าหน้าที่ผู้จัดการศพ ในวัดพื้นที่กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตบางกอกน้อย ร่วมกับโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ ให้บริการวัคซีนป้องกันเชิงรุกแก่พระภิกษุสงฆ์ เจ้าหน้าที่ผู้จัดการศพ(สัปเหร่อ) มัคนายก ตลอดจนบุคลากรของวัดในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 8 เขต จำนวน 152 แห่ง และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ 6 เขต จำนวน 69 แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 221 แห่ง

สำหรับในวันนี้มีพระภิกษุสงฆ์เข้ารับการฉีดวัคซีน 577 รูป และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ารับการฉีดวัคซีน จำนวน 309 คน รวมผู้เข้ารับบริการ 886 คน

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา วัดศรีสุดารามวรวิหาร ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่เพื่อให้กรุงเทพมหานคร ได้ใช้ในการจัดตั้งเป็น รพ.สนาม และศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความครบวงจร และมีประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก สำหรับในวันนี้กรุงเทพมหานครได้จัดบริการฉีดวัคซีนเพื่อให้บริการแก่พระสงฆ์ เณร แม่ครัว เจ้าหน้าที่วัด ซึ่งเข้าเกณฑ์การรับวัคซีน คือมีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงให้บริการพระสงฆ์จากทุกนิกาย และเจ้าหน้าที่วัดในพื้นที่ฝั่งธนบุรีทั้งหมด

ในส่วนของพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่วัดในพื้นที่อื่นอีก 35 เขต จะให้บริการในวันที่ 1 ส.ค. ที่จุดฉีดวัคซีนนอก รพ. หน่วยความร่วมมือกรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย SCG บางซื่อ โดยวัดที่ประสงค์เข้ารับวัคซีน สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมความพร้อมและมาตรการต่างๆ ให้ถูกต้องและเป็นไปตามสุขลักษณะต่อไป

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยได้ออกข้อปฏิบัติในการจัดการศพผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด สำหรับผู้ปฏิบัติงานฌาปนสถาน เพื่อให้ผู้ที่ปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้องสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และไม่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคออกไปสู่ภายนอก

โดยศพผู้เสียชีวิตที่จะรับมาประกอบพิธี ณ ฌาปนสถาน จำเป็นต้องผ่านการบรรจุศพลงในถุงบรรจุศพอย่างถูกวิธีจากสถานพยาบาล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคแล้ว เมื่อศพผู้เสียชีวิตได้เคลื่อนย้ายมาถึงฌาปนสถาน ให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด อาทิ ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสกับศพรวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่สัมผัสกับศพ เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายศพต้องสวมถุงมือยาง หน้ากากอนามัย และเสื้อคลุมกันเปื้อน แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ต้องสวมชุด PPE เนื่องจากถุงศพภายนอกผ่านการบรรจุศพอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคแล้ว

ในการเผาศพ ควรใช้เตาเผาศพปลอดมลพิษ แบบสองห้องเผา กล่าวคือ มีห้องเผาศพและห้องเผาควันใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิง มีระบบควบคุมการทำงานของหัวเผาและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ในระหว่างการเผาศพ ให้งดหรือหลีกเลี่ยงการเปิดประตูเตา หากจำเป็นต้องเปิดประตูเตาเพื่อเขี่ยศพหรือพลิกศพ ต้องปิดหรือลดความแรงของพัดลมในห้องเผาลงให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของสารคัดหลั่งจากศพ

เมื่อเผาศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถือได้ว่าเชื้อโรคถูกเผาทำลายไปหมดแล้ว จากนั้นให้ดำเนินการเก็บกระดูกเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศล แล้วจัดการขี้เถ้าที่เหลืออย่างถูกสุขลักษณะต่อไป

สำหรับผู้จัดงาน ห้ามเคลื่อนย้ายศพออกจากหีบศพ และห้ามเปิดถุงบรรจุศพ เพื่อทำการแต่งหน้าหรืออาบน้ำศพโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค หากจะทำการรดน้ำศพให้ใช้วิธีการโยงสายสิญจน์ หรือผ้าโยงจากหีบศพเท่านั้น

การสวดพระอภิธรรมและการบำเพ็ญกุศลศพ สามารถดำเนินการได้เหมือนศพปกติทั่วไปแต่ให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการรวมตัวของผู้คน ได้แก่ ควรคัดกรองคนเข้าร่วมงาน การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและการจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เป็นต้น รวมทั้งควรจำกัดจำนวนวันในการประกอบพิธีกรรมเท่าที่จำเป็น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19วัคซีนโควิดกรุงเทพมหานครฝั่งธนฌาปนกิจเตาเผาสัปเหร่อพระสงฆ์เก็บกระดูกข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 08:18 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์