รวบสาวไทยแก๊งมาเลย์! ลวงแม่ม่ายในแอปหาคู่ โอนเงินนับล้านบาท

ข่าว

    รวบสาวไทยแก๊งมาเลย์! ลวงแม่ม่ายในแอปหาคู่ โอนเงินนับล้านบาท

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    30 ก.ค. 2564 05:20 น.

    ธนาคารให้หนุ่มมาเลย์ ที่รู้จักผ่านแอปฯหาคู่ ไปใช้ตุ๋นเงินแม่ม่าย โดยอ้างตัวเป็นวิศวกรแท่นน้ำมันในประเทศตุรกี ตีสนิทหว่านล้อมขอความช่วยเหลือให้ช่วยเสียภาษีเครื่องจักรนำเข้ามาในประเทศไทยจำนวนหลายล้านบาท สุดท้ายเชิดเงินหนี อยู่ระหว่างประสานตำรวจสากลตามตัวหนุ่มแสบมาลงโทษ

    ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ก.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงผลงานการจับกุมผู้ต้องหาประจำสัปดาห์โดยมีคดีที่น่าสนใจรวม 3 คดี ดังนี้ คดีแรก พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 นำกำลังจับกุม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ จับกุมตัวได้ในบ้านพักย่านทองหล่อ

    สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ธ.ค.63 มีผู้เสียหายชื่อนางน้อย (นามสมมติ) แม่ม่ายชาวไทย เข้าแจ้งความว่าถูกนายหวัง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) รู้จักผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ LINKEDIN เข้ามาตีสนิทแอบอ้างตัวเป็นลูกครึ่งแคนาดา-จีน ทำงานเป็นวิศวกรแท่นขุดเจาะน้ำมันอยู่ที่ประเทศตุรกี ขอให้นางน้อยช่วยเป็นธุระเรื่องจ่ายภาษีการนำเข้าเครื่องจักรที่ต้องนำมาลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจอสังหา-ริมทรัพย์ในประเทศไทยเป็นเงินหลายล้านบาท โดยนายหวังออกอุบายหว่านล้อมจนนางน้อยหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีคนไทยซึ่งเป็นของ น.ส.บี จากนั้นไม่สามารถติดต่อนายหวังได้อีก หลังรับแจ้งชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ตรวจสอบเส้นทางของเงินกระทั่งจับกุม น.ส.บีเอาไว้ได้

    สอบสวน น.ส.บีอ้างว่า ก่อนหน้านี้รู้จักกับนายหวัง หรืออันโตนิโอ ชาวมาเลเซีย ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ชื่อ SKOUT เมื่อคุยกันถูกคอ นายหวังขอร้องให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคารและทำบัตรเอทีเอ็มของประเทศไทยให้ เพื่อนำมาใช้โอนและถอนเงินสดภายในประเทศไทย โดยนายหวังให้ตนส่งสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มไปที่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ คุมตัว น.ส.บีส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดี ส่วนนายหวัง หรืออันโตนิโอ อยู่ระหว่างขั้นตอนประสานตำรวจสากลติดตามตัวมาดำเนินคดีฐานร่วมกันฉ้อโกง

    คดีที่ 2 ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 นำกำลังจับกุมนายนาม อายุ 37 ปี นายชิน อายุ 38 ปี สองผู้ต้องหาชาวเกาหลี พร้อมหญิงสาวชาวไทย อายุ 22 ปี อีก 2 คน ของกลางยาไอซ์บรรจุในซองซิปใส ขนาดเล็ก ยัดใส่เม้าส์ คอมพิวเตอร์ 1 ตัว และยาไอซ์บรรจุในซองซิปใสขนาดเล็กในกระเป๋าสะพายอีก 3 ถุง น้ำหนักรวมทั้งหมด 16.88 กรัม จับกุมนายนามได้ที่หน้าศูนย์การค้าฟอร์จูน ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กทม. ก่อนขยายผลไปจับกุมตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน ที่ห้องพักละแวกใกล้เคียง พร้อมของกลางยาเคตามีน 1.57 กรัม และกัญชา 39 กรัม

    สอบสวนนายนามและนายชินสารภาพว่าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องนานหลายเดือนแล้ว สามารถพูดไทยได้และรู้จักเครือข่ายค้ายาเสพติด จนสามารถสั่งซื้อยาเสพติดของกลางทั้งหมดมาเสพเองและแบ่งขายให้พรรคพวกทั้งคนเกาหลีและคนไทย ส่วนหญิงไทยอีก 2 คน เพิ่งรู้จักมาร่วมเสพยาด้วยกันได้ 2 วัน คุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีตามฐานความผิด

    คดีสุดท้าย พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. นำกำลังจับกุมนายเติ้ง อายุ 32 ปี และนายต้ง อายุ 36 ปี สองผู้ต้องหาชาวจีน ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ หลังทั้งคู่ชวนชาวจีนเพื่อนร่วมชาติลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ผ่านเว็บไซต์ cqnyys.com ก่อนออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าประกันยูสเซอร์เพื่อใช้ถอนเงิน สร้างความเสียหาย 5.1 ล้านบาท เบื้องต้นสามารถยึดเงินคืนกลับมาได้ 1.7 ล้านบาท และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คน ที่หลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว มาดำเนินคดี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สตม.สมพงษ์ ชิงดวงตำรวจ ตม.แถลงข่าวจับ3คดีต่างชาติค้ายาฉ้อโกง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 15:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์