ผู้การตำรวจรถไฟตั้งคณะพนักงานสอบสวน ล่าแก๊งลงทะเบียนรับวัคซีนแล้วนำสิทธิไปขายต่อหัวละ 500-1,000 บาท ขณะที่การจัดระเบียบ "สถานีกลางบางชื่อ" ต้องยืนตามจุด เว้นระยะห่างตามที่กำหนด

กรณีเจ้าหน้าที่ได้จับทุจริต ผู้ที่เข้ามารับการฉีดวัคซีน ที่สถานีกลางบางซื่อ โดยพบว่ามีบุคคลลงทะเบียนผ่านระบบมือถือ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามารับวัคซีน แล้วมีการนำโควตาไปขายสิทธิ์ ทำมาแล้ว 3 วัน วันละ 1,500 คน เจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ที่ซื้อสิทธิ์มาฉีดวัคซีน สารภาพว่ามีการจ่ายค่าหัวสิทธิ์ในการมาฉีดวัคซีนถึงหัวละ 500-1,000 บาท กระทรวงคมนาคมในฐานะเจ้าของพื้นที่ และกระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากถือว่าเป็นคดีฉ้อโกง ผู้เสียหายคือกรมการแพทย์ และสั่งให้ตรวจสอบผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกระบบที่เข้าร่วม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแบบนี้อีก

ส่วนคนที่ซื้อสิทธิ์มาถ้าให้ความร่วมมือให้ปากคำ ให้หลักฐานการโอนเงิน การติดต่อกับตัวกลาง กระทรวงสาธารณสุขจะกันเป็นพยานและจะฉีดวัคซีนให้ แต่ถ้าไม่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่จะไม่ฉีดวัคซีนให้ และต้องเป็นผู้ต้องหาต่อไป โดยจะสอบเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมรู้เห็นหรือไม่ หากมีจะต้องรับโทษตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์  ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ(ผบก.รฟ.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิด กรณีแอบอ้างจองสิทธิ์ฉีดวัคซีนผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ เข้ามาฉีดวัคซีนที่ ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ หลังจาก พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทราบเรื่องว่าไม่ได้มีการนัดหมายจึงประสานทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้เข้าตรวจสอบ

...

ต่อมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้สั่งเร่งรัดให้ดำเนินการจึงนำพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจรถไฟ(บก.รฟ.) เข้าสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว 7 ปาก ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์ พนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ และจะสอบปากคำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก

พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่าการสืบสวนสอบสวนมีความซับซ้อนจึงเตรียมตั้งคณะพนักงานสอบสวนโดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ ขนาดนิด รองผบก.รฟ. ประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) และกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) หาแนวทางการสืบสวนและต้องตรวจข้อมูลความผิดปกติในยูสเซอร์ รวมทั้งติดตามหาผู้กระทำความผิด โดยเบื้องต้นหากพิสูจน์หาต้นตอผู้กระทำความผิดได้ จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อน

พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าจะรับทราบข้อมูลจากการสังเกตพบว่าบริเวณประตู 4 ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ มีผู้นัดหมายผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ดังกล่าวมายืนรอแน่นบริเวณประตู แต่เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปทำให้ผู้ที่จองผ่านเครือข่ายฯต่างแยกย้ายหลบหนีไป ส่วนใหญ่พบว่าเป็นพนักงานบริษัท และพนักงานโรงงาน ซึ่งสันนิษฐานว่ามีหลายกลุ่มที่ร่วมกระทำความผิด ทั้งนี้ ผู้ที่ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน หรือศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ จะกันไว้เป็นพยาน

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นห่วงการจัดการผู้มาฉีดวัคซีน ที่สถานีกลางบางซื่อ เนื่องจากมีคนจำนวนมาก เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้จัดประชุม และได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ. ทำการจัดระเบียบ เว้นระยะห่าง คนที่จะมาฉีดวัคซีน จะต้องยืนตามจุดตามระยะห่างที่กำหนด