อธิบดีกรมการข้าว สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 10 ยึดถือเป็นหลักการดำเนินชีวิต สนองพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นข้าราชการที่ดี ภายใต้พระบรมโพธิสมภารสืบไป
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.64 นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ตนได้เข้ามารับราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล หรือที่เรียกว่า เกษตรตำบล อยู่ที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้ 2-3 ปี ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 10 ขณะนั้นท่านเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานในการที่จะทำปุ๋ยหมักที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ปี 2528 ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ต่อมาเสด็จมาในการหว่านข้าวครั้งแรกในปี 2529 ซึ่งตนก็มีโอกาสได้เป็นคณะทำงานในการเตรียมการรับเสด็จท่าน ซึ่งได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ท่านอย่างมาก ได้ถวายงานที่ถือว่าเป็นที่สุดแห่งชีวิตของข้าราชการคนหนึ่ง และเห็นพระองค์ท่านเสด็จได้ลงไปในผืนนา ทรงหว่านข้าวด้วยพระหัตถ์ของท่านเอง
หลังจากนั้นตนและเจ้าหน้าที่ก็เฝ้าปฏิบัติดูแลแปลงที่พระองค์ท่านทรงหว่านข้าวไว้อย่างประณีต พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวข้าว พระองค์ท่านก็เสด็จทรงลงมาเก็บเกี่ยว ซึ่งตนก็อยู่ในครั้งนี้เช่นกัน หลังจากนั้นอีก 1 ปี พระองค์ท่านได้เสด็จมาอย่างต่อเนี่อง มาทรงเป็นประธานในการหว่านข้าว แล้วก็ทรงเกี่ยวข้าวอีกรอบหนึ่ง จำได้ว่าเมื่อปี 2543 เสด็จมาอีกครั้งหนึ่งที่ อ.ศรีประจันต์ วันนั้นทรงมาหว่านข้าวที่บ้านนาป่า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ทรงมาเกี่ยวครั้งสุดท้าย ถือว่าเป็นครั้งที่ 7 ที่เสด็จมาในเรื่องของการทำนาที่ จ.สุพรรณบุรี ก็ได้มีพระราชดำริ และพระราชทานธงประจำของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่พระองค์ท่านได้เสด็จมา และเห็นความสำคัญด้านการเกษตร เห็นความสำคัญของพี่น้องชาวนา หรือพสกนิกรของท่าน ตลอดระยะเวลาที่ในหลวง รัชกาลที่ 10 ได้ทรงงานที่ผ่านมา เป็นแบบอย่างให้ข้าราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน นำโครงการพระราชดำริของพระองค์มาปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และถ่ายทอดสู่ประชาชนและเกษตรกรทั่วทุกหมู่เหล่า อันจะส่งผลไปยังความเป็นอยู่ที่ดี ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง
...
นายอาชว์ชัยชาญ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้นับเวลาแล้วตนรับราชการมาแล้ว 38 ปีกว่าๆ เหมือนได้รับสิ่งตอบแทนในเรื่องการทำงานของพระองค์ ได้เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านในการเสด็จมาทำนา ตนทำงานกรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ได้ 38 ปี เป็นความโชคดีได้มาเป็นอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งได้มาปฏิบัติงานเกี่ยวกับเรื่องข้าวให้กับชาวนาโดยเฉพาะ และนึกถึงพระองค์ท่านอยู่โดยตลอด ที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ก็ถือว่าเป็นที่สุดหามิได้ในชีวิต
"ขอฝากไปถึงพี่น้องข้าราชการที่ปฏิบัติงาน ผมอยากให้ท่านมุ่งมั่นที่จะสืบสาน ต่อยอดตามที่พระองค์ท่านอยากจะให้เกิดกับพี่น้องชาวไทย แล้วก็ฝากไปถึงชาวนาโครงการพระราชดำริทั้งหลายทั้งปวง ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ ท่านได้คิดมาเบ็ดเสร็จแล้ว จึงอยากให้พวกเราได้ถือปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ไม่ใช่รับรู้รับทราบอย่างเดียว ต้องทำให้เกิดผลด้วยนะครับ" อธิบดีกรมการข้าว กล่าว.