คดีอุ้มเหยื่อทวงหนี้ อย่างท้าทายอำนาจรัฐกลางกรุง! เริ่มเงียบๆหงอยๆไปยังไงชอบกล? ทั้งๆที่เปิดหัวมาอย่างหวือหวา...ชุดหนุมาน กองปราบฯบุกจับผู้ต้องหาชาวอเมริกันและคนไทยผู้ก่อเหตุอุ้ม นายเวน ยู ชุง อายุ 60 ปี นักธุรกิจชาวไต้หวัน เพื่อทวงถามเงินค่าสั่งซื้อถุงมือยางประมาณ 3 ล้านดอลลาร์
ลากคอผู้ต้องหาชาวอเมริกันและคนไทยจากที่พักย่านสุขุมวิท!
มีคลิปหลักฐานพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายขณะก่อเหตุเป็นเครื่องยืนยันว่า มันอุกอาจท้าทายอำนาจรัฐสิ้นดี เพราะกลุ่มคนเหล่านี้บุกก่อเหตุในร้านอาหาร ท่ามกลางสายตาชาวบ้านชาวช่องจำนวนมาก
หลังจากจับชุดแรก พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี รอง ผกก.6 บก.จร. ผู้ร่วมแก๊งที่ถูกออกหมายจับโร่เข้ามอบตัวเป็นคนที่ 4 พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่หลังจากนั้นเงียบกริบ?
ข้อมูลทางการสืบสวนของกองปราบฯ กลุ่มแก๊งนี้ตั้งตัวเป็นมาเฟียรับจ้างทวงหนี้ มีทั้งชาวต่างชาติ ตำรวจ และอดีตตำรวจหลายนายเข้าไปเกี่ยวข้อง!
และไม่ใช่เพิ่งรวมหัวกันก่อเหตุ แต่ทำมาแล้วหลายคดี ต่อมาผู้เสียหายเริ่มกล้าเข้าไปแจ้งความ หลังจากตอนแรกเข้าใจว่า
กลุ่มผู้ต้องหายิ่งใหญ่จริงๆ เพราะมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ร่วมด้วย?
อย่างหญิงชาวอินเดียเข้าแจ้งความว่า ถูกอุ้มทวงหนี้ท้องที่ สน.ลุมพินี ตอนแรกตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความ เลยต้องถ่อไปที่กองปราบปราม ติดต่อสอบถามไปถึงสำนักงาน ผบช.น. ถึงมีการรับคดี
นี่คือปัญหาของตำรวจไทยมาหลายยุคหลายสมัย แทนที่จะรีบดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย กลับผลักไสให้เค้าต้องไปพึ่งพาหน่วยงานอื่น!
เรื่องนี้มันต้องมี “หัวโจก” ที่คอยวิ่งเต้นชักใย?
...
จะตามดูว่า ตำรวจนครบาลจะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี หรือจะปล่อยให้กลุ่มคนเหล่านี้สร้างภาพลักษณ์ที่เลวร้ายให้กับประเทศชาติต่อไป!
เข้าใจแหละว่า การเบี้ยวการโกงกันมันเป็นเรื่องไม่ดี
แต่มันมีกฎหมายไว้คุ้มครองอยู่แล้ว หรือมันไม่ทันใจเลยต้องใช้วิธี “โจร” แทนวิธี “ตำรวจ”?
สหบาท