"อนุชา" สั่ง สำนักพุทธฯ ให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั่วประเทศ สำรวจเชิงรุก หลังกระแสข่าวทำวงการสงฆ์เสื่อมเสีย ขณะที่ พศ. รับข้อสั่งการ จัดประชุมด่วน พศจ. ทั่วประเทศ เร่งลงพื้นที่สำรวจวัดทันที พร้อมถกแนวทางป้องกันโควิด

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.64 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงต่อกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคณะสงฆ์บางกลุ่มที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ปฏิบัติผิดไปจากหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา กล่าวอ้างการตั้งลัทธิใหม่ สร้างความแตกแยก และเป็นภัยต่อสังคม จึงได้สั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เร่งดำเนินการจัดประชุมหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ และดำเนินการสำรวจเชิงรุก กรณีของวัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีการบิดเบือนและปฏิบัติผิดไปจากคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยอ้างตัวสร้างลัทธิความเชื่องมงาย ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม รวมถึงกรณีที่พบว่ามีคณะสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่กิจของสงฆ์ โดยกำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสงฆ์สามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ที่ยังคงยึดถือปฏิบัติตามคำสั่งนี้มาจนปัจจุบันอย่างเคร่งครัด

...

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยังกำชับให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำหนดแนวทางการจัดระบบ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด และขอความร่วมมือไปยังทุกวัดอย่าปฏิเสธการฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีความเห็นว่าการฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อสามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทันที ไม่ควรมีการตั้งศพไว้เป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ขณะที่ นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เป็นประธานที่ประชุม โดยมีคณะผู้บริหาร รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพโดยระบบ Zoom ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามผลการปฏิบัติงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และติดตามการดำเนินงานตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ประกอบด้วย กระแสลัทธินอกรีตและคำสอนผิดเพี้ยน กรณีพระภิกษุร่วมกิจกรรมทางการเมือง แนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการขอความร่วมมือฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อ

สำหรับผลการหารือและติดตามข้อมูลที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม เช่น ความเชื่อหรือลัทธิต่างๆ ตามที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน ให้ พศจ. เร่งประสานงานกับเจ้าคณะปกครองสงฆ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาและหาแนวทางร่วมกันในการทำความเข้าใจต่อสังคมให้ถูกต้องและรวดเร็ว ส่วนกรณีพระภิกษุร่วมกิจกรรมทางการเมือง ให้ประสานงานกับเจ้าคณะปกครองสงฆ์ทุกระดับอย่างใกล้ชิด ทำความเข้าใจและสร้างความตระหนัก รวมถึงการสอดส่องดูแล ให้พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสงฆ์สามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 และขอความเมตตาให้เจ้าคณะปกครองทุกระดับให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

ในส่วนของแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประชุมได้กำชับให้ พศจ. ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เช่น วัดที่มีประชาชนไปสักการะหรือวัดใหญ่ในพื้นที่ ให้ประสานการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและปฏิบัติตามมาตรการและคำสั่งของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีที่ขอความร่วมมือฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อขอให้ พศจ. ทำความเข้าใจกับเจ้าคณะปกครองและวัดในความรับผิดชอบ ให้อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิต อย่าไปซ้ำเติม เนื่องจากเขาได้รับผลกระทบมากพอแล้ว พร้อมนี้ พศ. ได้มีหนังสือขอความร่วมมือเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยขอให้เอาใจใส่เรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ หากมีเหตุขัดข้องให้รายงาน พศ. ทราบโดยด่วน.