ไลฟ์สไตล์
100 year

ข้าวสารเงียบเหงา ไร้ นทท. ชี้เยียวยารัฐขาดประสิทธิภาพ แนะเร่งช่วย SMEs

ไทยรัฐออนไลน์
25 ก.พ. 2564 00:55 น.
SHARE

"สุดารัตน์" เดินถนนข้าวสาร พบการค้าเงียบเหงา ไร้นักท่องเที่ยว ขณะที่วงเสวนา ชี้เยียวยาขาดประสิทธิภาพ มาตรการไม่ตรงความต้องการคนตัวเล็ก แนะเร่งช่วย SMEs รักษาสภาพงาน แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 ที่ถนนข้าวสาร สถาบันสร้างไทย จัดเสวนานักดนตรีและผู้ประกอบการ เพื่อศึกษาผลกระทบเชิงลึกจากมาตรการของรัฐต่อตัวธุรกิจ พร้อมหามาตราการหรือแนวทางที่ภาคธุรกิจอยากนำเสนอต่อภาครัฐ เพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้ รวมถึงศึกษาความเสี่ยงที่ต้องกังวล หากกลับมาเปิดดำเนินการ และการจัดหาสวัสดิการที่ควรมีสำหรับอาชีพอิสระ พร้อมเดินสำรวจธุรกิจร้านค้าย่านถนนข้าวสาร ที่เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไร้นักท่องเที่ยว ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าปิดตัวหนีวิกฤติเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก

ข่าวแนะนำ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย เรียกร้องให้ภาครัฐมองผู้เดือดร้อนทุกกลุ่ม เห็นสภาพความเป็นจริงซึ่งกำลังยากลำบาก สำหรับคนตั้งใจทำกิน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาเคยเสนอว่า เงินช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการล้มและรักษาตำแหน่งงานให้กับลูกจ้าง เงินยังมีอยู่อยากให้เกาให้ถูกที่คัน โดยหลักการคือต้องให้รักษาตำแหน่งงาน และผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ พร้อมระบุด้วยว่าการขายแอลกอฮอล์ ก็ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกฎหมายที่ระบุว่าการดำเนินการต้องผลิตในปริมาณไม่น้อยกว่า 1 แสนลิตร จึงต้องตั้ง คำถามว่ามีวิธีคิดต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่า ภาครัฐไม่ได้ขาดเม็ดเงินแต่ "เกาไม่ถูกที่คัน" แม้แต่การแจกเงินก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ต้องทำเพื่อการอก้ปัญหา คือ การรักษาสภาพงานไม่ให้คนตกงานไปมากกว่านี้ รักษา SMEs อย่าให้ล้มโดยเฉพาะเรื่อง Soft Loan และเงินช่วยเหลือขอให้ลงไปที่ผู้เดือดร้อนให้ตรงคนที่เดือดร้อนอย่างทั่วถึง ต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการ โดยเฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อให้เงินช่วยเหลือลงไปถึงผู้เดือดร้อนและควรจ่ายเป็นเงินสด 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า การออกกฎหมาย การขอใบอนุญาตยังเป็นอุปสรรค เน้นการควบคุมมองผู้ประกอบการเป็นผู้ร้าย ซึ่งการแก้ปัญหาดังกล่าวให้รวดเร็วที่สุด คือ การออก พ.ร.ก.มายกเลิกข้อบังคับ หรือใบอนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน โดยปล่อยให้ผู้ประกอบการเดินหน้าประกอบอาชีพ แต่อย่าทำผิดกฎหมาย โดยดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับการขออนุญาตต่างๆให้ถูกต้อง 

ด้าน นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมเหล้าเบียร์ เปิดเผย ปัจจุบันผู้ประกอบการคนทำมาหากิน จะไม่ตายเพราะโควิดฯแต่จะตายเพราะไม่มีจะกิน จึงขอให้รัฐทบทวนมาตรการที่ออกมา และขอให้ลงมาดูข้อเท็จจริงว่า แต่ละพื้นที่มีมาตรการในการดูแลอย่างไร อนุญาตให้ขายแอลกอฮอลอย่างไรให้เหมาะสม ส่วนการขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ต้องมีการควบคุมอย่างเหมาะสม ไม่ใช่จัดการในลักษณะที่ออกมาตรการกำจัดการขาย หรือปิดกันการขายของผู้ประกอบการรายย่อย 

ขณะที่การออกกฏหมายก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งการออกมาตรการต้องทำให้คนค้าขายอยู่ได้ ซึ่งผู้บริหารประเทศจะต้องมีวิสัยทัศน์ ขณะเดียวกันเห็นว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากยอดขายหนักมาก สำหรับผู้ประกอบการ ส่วนร้านค้า ที่พัก โฮสเทล หรือร้านนวด ลำบากมาก แต่คนเหล่านี้ก็พยายามปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่ปัญหาสำคัญคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐจะต้องเข้ามาดูแต่ละส่วนอย่างละเอียด 

ด้าน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ถนนข้าวสารไม่เคยเงียบแบบนี้ ต่างชาติหายทำให้ธุรกิจการค้าตกลงกว่าร้อยละ 80 จึงต้องมาคิดว่าจะทำอย่าไรให้ร้อยละ 20 ซึ่งเป็นคนไทยกลับมา แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะยังมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง แม้ล่าสุดจะมีการผ่อนคลายให้กลับมาเปิดได้ถึง 23.00 น.ก็ตาม เพราะสถานบันเทิงยังไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ โดยเฉพาะผับบาร์ ซึ่งเวลาดังกล่าวจะได้ประโยชน์เฉพาะในส่วนของร้านอาหารเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามมองว่า ผู้ประกอบการพยายามตอบสนองมาตรการของภาครัฐและพยายามปรับตัว แต่รัฐบาลก็ควรมีแผนบริหารจัดการที่ดีกว่า ออกมาตการที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรกลับไปทบทวน และขอให้รัฐปรับแก้ไขกฎหมายให้เอื้อต่อการทำมาหากิน ให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะในแง่ของธุรกิจท่องเที่ยว และขอให้ทบทวนกฏหมายว่าจะบริหารจัดการอย่างไรในแต่ละส่วน ให้เหมาะสมไม่ใช่เหมารวมทุกธุรกิจ 

ด้าน นายไตรเทพ ศรีกาลรา นักดนตรีอิสระ เปิดเผยว่า รายได้หายไปกว่าร้อยละ 90 แต่ค่าใช้จ่ายยังเท่าเดิม ถือเป็นช่วงที่ลำบากที่สุดในรอบ 17 ปี รัฐต้องเข้ามาช่วยเยียวยาแบ่งเบาผู้ประกอบการ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ แม้แต่เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำก็ไม่ถึงผู้ประกอบการ 

ด้านผู้ร่วมเสวนา เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมาย ต้องเชื่อมต่อการทำมาหากินของประชาชน ไม่ใช่ออกกฎหมายเพื่อบังคับให้ประชาชนทำตามความต้องการของผู้มีอำนาจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถนนข้าวสารนักท่องเที่ยวเยียวยาSMEsโควิดฯข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 07:58 น.