ชนเละ 2 ศพตีเส้นจราจร โชเฟอร์กระบะเมาขับ วัดแอลกอฮอล์ได้ 170

ข่าว

ชนเละ 2 ศพตีเส้นจราจร โชเฟอร์กระบะเมาขับ วัดแอลกอฮอล์ได้ 170

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

2 ก.พ. 2564 05:16 น.

สยอง 2 ศพเซ่นเมาแล้วขับ คราวนี้เหยื่อเป็น 2 คนงานชายหญิงขณะตีเส้นจราจรบนสะพานต่างระดับฉิมพลี ถนนกาญจนาภิเษก ถูกหนุ่มเจ้าของร้านชำเมาซิ่งกระบะฝ่ากรวยกั้นและป้ายสัญญาณไฟ พุ่งชนเครื่องกะเทาะเส้นจราจร ครูดไปกับถนนจนไฟลุกท่วม ก่อนกระแทกร่าง 2 คนงานชะตาขาด ฝ่ายชายตายคาที่ ส่วนฝ่ายหญิงไฟไหม้ร่างดับทุรน ขณะที่หนุ่มตีนผียืนรอมอบตัววัดแอลกอฮอล์ 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ รับเมามองไม่เห็นสัญญาณไฟ

เหตุเมาแล้วขับชน 2 คนงานชายหญิง ดับคา ถนนเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 1 ก.พ. ร.ต.อ. ณัฐพล รักอาชีพ รอง สว. (สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน รับแจ้ง เหตุรถชนคนตีเส้นถนนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบนสะพานต่างระดับฉิมพลี ถนนกาญจนาภิเษกฝั่งขาเข้า มุ่งหน้านครปฐม แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นช่วงทางแยกตัววี ตรงไปถนน พระราม 2 ส่วนทางเบี่ยงขวาไปนครปฐม จุดเกิดเหตุ อยู่ฝั่งมุ่งหน้าไป จ.นครปฐม เป็นถนน 2 เลน เลนซ้าย พบศพนายสุวัฒน์ ทวีพันธ์ อายุ 46 ปี ชาว จ.สกลนคร นอนหงายจมกองเลือด ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีส้ม ยูนิฟอร์มของทีมงานไอซีซี โรดไลน์ ของบริษัท โตวันทรานสปอร์ต จำกัด รับตีเส้นจราจร มีเสื้อสะท้อนแสง คลุมทับ กางเกงยีนส์สีดำ กะโหลกศีรษะแตก เลือด ปนมันสมองนองพื้น ร่างกายแหลกเหลว ส่วนเลนขวา พบร่าง น.ส.กาญจนา ศรีวิลา อายุ 30 ปี ชาว จ.สกลนคร อยู่ในชุดฟอร์มบริษัทเดียวกัน สภาพนอนหงายจม กองเลือด ใบหน้าถูกไฟไหม้ ศีรษะแตก ร่างกายท่อนล่าง ถูกไฟไหม้ หน่วยกู้ภัยพยายามปฐมพยาบาลช่วยชีวิต แต่ยื้อไว้ไม่ไหว นางกาญจนาเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ใกล้ศพของคนทั้งคู่ พบเครื่องลอกเส้นถนน ใช้น้ำมัน เบนซินเป็นเชื้อเพลิงถูกไฟไหม้เสียหายทั้งเครื่อง

นอกจากนี้ ห่างไปประมาณ 20 เมตร ทางฝั่ง มุ่งหน้าถนนพระราม 2 พบรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ แบบแค็บ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 2 ฒฉ 9359 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับ กันชนหลุด เศษชิ้นส่วน กระจายเต็มถนน ส่วนคนขับทราบชื่อ นายอรรณนพ จันจันทึก อายุ 45 ปี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสภาพมึนเมา เบื้องต้นนายอรรณนพให้การว่า ก่อนเกิดเหตุไปดื่มกินกับเพื่อนที่บ้านข้างโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กำลังจะขับรถกลับบ้านที่เปิดร้าน ขายของชำอยู่ย่านบางบอน มาถึงจุดเกิดเหตุไม่เห็นสัญญาณไฟซ่อมทาง ขับพุ่งชนผู้ตายทั้ง 2 คน อย่างจัง

ขณะที่ น.ส.อุดมพร วิลัยลักษณ์ อายุ 25 ปี คนงานบริษัทเดียวกันให้การว่า นางกาญจนาเป็นน้าสาว แท้ๆ ส่วนนายสุวัฒน์ มีศักดิ์เป็นอาเขย ก่อนเกิดเหตุ ได้รับคำสั่งให้มาลอกเส้นจราจรเดิมที่หลุดร่อนแล้วตีเส้นใหม่ โดยใช้กรวยปิดการจราจร 1 ช่องทาง คือ เลนซ้ายฝั่งมุ่งหน้านครปฐม ใช้เลนขวาได้ช่องทางเดียว โดยเอาป้ายไฟเป็นรูปลูกศรตั้งไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุ เกือบ 100 ม. มีกรวยวางไว้เป็นระยะจนถึงจุดที่พบศพ โดยผู้ตายทั้ง 2 คน ใช้เครื่องกะเทาะถนนจนเสร็จสิ้น แล้วนั่งพักอยู่ในช่องเลนซ้ายที่ปิดไว้ รอให้พวกตนมา ตีเส้น จังหวะนั้นรถกระบะคันก่อเหตุ ขับรถมุ่งหน้าถนนพระราม 2 วิ่งผ่านกรวยกั้นเข้าชนเครื่องกะเทาะ สีถนนที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงเข้าอย่างจังจนเครื่องครูดไปกับถนน เกิดประกายไฟทำให้ไฟลุกพึ่บ ก่อนชนผู้ตายทั้ง 2 คน โดยนายสุวัฒน์ อาเขยเสียชีวิต คาที่ ขณะที่เครื่องลอกเส้นถนนที่ลุกไหม้ มีน้ำมัน เบนซินกระฉอกออกจากเครื่อง ไหม้ลุกร่าง น.ส.กาญจนา จนดิ้นพราดก่อนเสียชีวิตด้วยความทรมาน

เบื้องต้นตำรวจนำตัวนายอรรณนพ เป่าวัดแอลกอฮอล์พบสูงถึง 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แจ้งข้อหา ขับรถในขณะมึนเมาสุรา และขับรถโดยประมาทเป็น เหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นำตัวเข้าห้องขังทันที และมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวช โรงพยาบาลศิริราชเพื่อผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    นี่มันตี๋ใหญ่! วีรกรรมแบบพีกๆ กระบะเมาแล้วขับ โดดลงคลองหนีตำรวจซุกใต้ผักตบ
    05:42

    นี่มันตี๋ใหญ่! วีรกรรมแบบพีกๆ กระบะเมาแล้วขับ โดดลงคลองหนีตำรวจซุกใต้ผักตบ

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 21:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์