ผกก.ดังจับมือผู้ชุมนุมเดินหน้าทำหนัง "ประชาธิปไตย 1410" รับบริจาคทุนสร้าง

ข่าว

    ผกก.ดังจับมือผู้ชุมนุมเดินหน้าทำหนัง "ประชาธิปไตย 1410" รับบริจาคทุนสร้าง

    ไทยรัฐออนไลน์

    18 ม.ค. 2564 20:23 น.

    ต้อม ยุทธเลิศ เชิญแกนนำคณะราษฎร 63 แถลงเดินหน้าสร้างภาพยนตร์ประชาธิปไตย 1410 แนวไซไฟ-ทริลเลอร์ พูดถึงการสู้กับเผด็จการ ยันไปต่อ แม้นักแสดงหลายคนจะโดนคดี ม.112 เปิดรับบริจาคทุนทำหนังคนละ 100

    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ม.ค. ที่ศูนย์สัมมนา Library the Jam Factory ถนนเจริญนคร นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ "ต้อม ยุทธเลิศ" ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พร้อมเหล่าแกนนำ แม่ยก ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คณะราษฎร 2563 อาทิ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ "แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์" นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางไปร่วมแถลงข่าวทิศทางการเดินหน้าสานต่อโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "ประชาธิปไตย 1410" ภาพยนตร์แนวไซไฟ-ทริลเลอร์ ซึ่งมีเนื้อหาสื่อถึงการต่อสู้กับเผด็จการ ที่ผู้สร้างได้มีการทาบทามนักแสดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองตัวจริงเข้าร่วมแสดงถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แต่ในภายหลังปรากฏว่า มีนักแสดงหลายคนถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จนหลายฝ่ายเกรงว่าแผนการสร้างภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวจะถูกยกเลิก

    ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง กล่าวว่า ตนยืนยันขอเดินหน้าต่อโครงการสร้างภาพยนตร์ประชาธิปไตย 1410 ซึ่งจะมีการระดมทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท จากคนที่ต้องการสันติภาพมาช่วยกันจำนวน 1 ล้านคน วันนี้จึงเป็นการสรุปแนวทางอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก แรงบันดาลใจของการสร้างหนังเกิดจากผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งอยากระดมทุนมาช่วยเหลือผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ด้วยการสร้างหนังโดยเฉพาะบรรดานักร้องนักแสดงที่ยืนหยัดต่อสู้ด้วยประชาธิปไตย แต่โดนบีบออกจากวงการ อาทิ แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์, ทราย เจริญปุระ, มารีญา พูลเลิศลาภ, และเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์รายดังกล่าว ต้องการให้นักแสดงเหล่านี้เล่นภาพยนตร์โดยมีตนเป็นผู้กำกับการแสดง เมื่อตนเห็นผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนั้นมีความตั้งใจ ตนจึงทวีตข้อความขึ้นไปบ้าง ว่า หากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์สนใจที่จะให้ตนกำกับการแสดงเกิน 10,000 ราย ตนก็จะร่วมสานต่อโครงการต่อไป ซึ่งผลสุดท้ายก็ได้ยอดเกิน 10,000 รายจริงๆ ซึ่งตอนนั้นนักแสดงหลายคนยังไม่รู้เรื่องแผนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เลย

    นายยุทธเลิศ กล่าวต่อว่า พอมีการเปิดบัญชีระดมทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้น ก็มีคนกล่าวหาว่าตนหลอกลวงประชาชนหรือเปล่า เพราะเริ่มมีการระดมทุนโดยไม่ประสานงานกับนักแสดง แต่ตนอยากบอกว่า ที่ตนไม่ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการนั้น เพราะความคิดแรกเริ่มไม่ได้เกิดจากความคิดตน เป็นเพียงความต้องการของคนที่ต้องการช่วยให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดแบบประชาธิปไตยได้ต่อสู้กับอำนาจบางอย่างผ่านศิลปะสื่อภาพยนตร์ ในฐานะคนทำหนังตนเชื่อว่าการสื่อทางภาพยนตร์มีความทรงพลัง ไม่ต้องใช้ความรุนแรง และไม่จำเป็นต้องใช้มวลชนจำนวนมาก

    "แน่นอนสิ่งที่เราต้องการเวลานี้คือ เงินในการทำหนัง ตนต้องการเงินแค่ 100 บาท จากคน 1 ล้านคน ตนไม่กังวลว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรๆ ได้หรือไม่ แต่มองว่ายังดีกว่านั่งด่ารัฐบาล จนหมดคำจะด่าแล้วยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเสียที จึงอยากลองเปลี่ยนมาใช้สื่อภาพยนตร์เพื่อถ่ายทอดปัญหาโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตนไม่ได้หวังถึงการโค่นล้มเผด็จการ แต่สิ่งที่บ้านเมืองเรากำลังต้องการตอนนี้คือความเข้าใจ ในแนวคิดของทั้ง 2 ฝ่าย เพราะสุดท้ายแม้เราจะต้องฆ่ากันให้ตาย แต่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องอยู่ร่วมกันอยู่ดี ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายต้าน วันนี้ยังมองไม่เห็นอนาคตว่าจะจบลงอย่างไร แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยากขีดให้เห็นว่าอนาคตข้างหน้าสมควรจะเป็นแบบไหนและจบลงอย่างไรมากกว่า เราเสียเวลาจากการทิ่มแทงกันมานานมากแล้ว" ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง กล่าว

    นายยุทธเลิศ กล่าวอีกว่า ตนอยากเห็นประเทศไทยกลับมาเป็นปกติก่อนยุคเผด็จการ วันนี้นอกจาก ส.ส.เจี๊ยบ คุณหมอทศพร และท่านทูตนอกแถว ที่ตนจะให้มาเป็นนักแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้จะมาร่วมการแถลงข่าว แล้วตนยังได้รับการยืนยันจากท่านทูตนอกแถวว่า จะเป็นผู้อาสาคอยดูแลในเรื่องของการต่างประเทศให้ด้วย ตอนนี้เรามาพูดเรื่องหัวใจของคนที่ต้องการก้าวผ่านวิกฤติ ไม่มีใครพูดเรื่องเงิน เพราะหลังจากนี้แค่มีคนเห็นด้วยช่วยสนับสนุนสัก 10,000 คน หรือ 100,000 คน ก็จะเริ่มเขียนบท เริ่มกำหนดเปิดกล้อง ได้ภายในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยหนังจะถ่ายทอดด้วยอดีตและปัจจุบันที่เป็นเรื่องจริง ส่วนบทสรุปของอนาคตเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นว่าจะจบลงอย่างไร ตนบอกได้เลยว่าเกี่ยวข้องกับทุกสถาบัน และฉายได้ในแพลตฟอร์มที่ดูกันได้ฟรีทั่วโลกไม่ใช่แค่โรงภาพยนตร์

    นายยุทธเลิศ กล่าวด้วยว่า เงิน 100 ล้านบาท ที่ต้องการระดมทุนภาพยนตร์ ตนขอรับการสนับสนุนจากบุคคลที่มีตัวตน 1 ล้านคน คนละ 100 บาท ไม่ได้ขอเปิดรับบริจาคจากใครก็ได้ที่ให้เงินแล้วหายหน้าไป ตนต้องการไอดี ต้องการรู้จักตัวตนของผู้ร่วมอุดมการณ์ ทุกคนที่ช่วยเงิน 100 บาท จะมีชื่อระบุเป็นเจ้าของภาพยนตร์บนโปสเตอร์ ซึ่งตนต้องการแบบนั้น เนื่องจากเงิน 100 ล้านบาทจากคนเพียงคนเดียว มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่หากจะมีนายทุนที่ต้องการสนับสนุนเงินก้อนก็จะไม่ขัด เพราะเชื่อว่าหากงบประมาณเกินจากที่ตั้งเป้าไว้ก็น่าจะทำอะไรได้สะดวกและมีสัมฤทธิผลได้เร็วขึ้น

    เมื่อถามว่ากังวลใจเรื่องนักแสดงที่ทาบทามไว้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 บ้างหรือไม่ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ "แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์" ซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเจตนาในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเจตนาที่ดี ดังนั้นจึงยอมลงทุนด้วยการนำตัวเองออกมาการันตีโดยไม่มีข้อกังขา ส่วนตัวเชื่อว่าภาพยนตร์จะสามารถชี้ให้เห็นถึงบทสรุปในอนาคตได้ เพราะอย่างที่ผู้กำกับกล่าวไว้ว่า ภาพยนตร์มีความทรงพลังมากทั้งในด้านศิลปะและวัฒนธรรม ถามว่ากลัวหรือกังวลไหม ตนขอถามกลับถึงทุกท่านว่า กฎหมายบ้านเมืองทุกวันนี้ยังเป็นกฎหมาย และยังศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือเปล่า สิ่งพวกตนต่อสู้อยู่ก็เพื่อรัฐสวัสดิการ เพื่ออนาคตของประเทศสิ่งใดที่ตนเห็นว่าขับเคลื่อนแล้วไม่ขัดต่อภาพลักษณ์ของรูปขบวนใหญ่ ทำแล้วมีผลดีมากกว่าผลเสียตนยินดีสนับสนุน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ชุมนุมคณะราษฎรแอมมี่ เดอะ บอททอม บลูส์ต้อม ยุทธเลิศประชาธิปไตย 1410สร้างภาพยนต์ต่อสู้เผด็จการภาพยนตร์ไซไฟ-ทริลเลอร์คดี 112แกนนำม็อบข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 05:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์