“ยาเคนมผง”..ยาเสพติดสูตรค็อกเทลที่เพิ่ง เป็นข่าวดังเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดผลร้ายแรงทำให้ผู้เสพหลายรายเสพยาแล้วอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ยานรกสูตรนี้ประกอบด้วย...เฮโรอีน เคตามีน ยาไอซ์ และ ยานอนหลับ ชื่อโรเซ่ (โคลนาซีแพม)...เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 4 ลำดับที่ 11 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เฉพาะยานอนหลับ ร้านขายยาขายกันอยู่ที่เม็ดละ 3-5 บาท

การวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่าตัวยาที่อันตรายที่สุดคือ “เฮโรอีน” เนื่องจากยาเสพติดชนิดนี้ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการโอเวอร์โดส จนถึงขั้นเสียชีวิตได้มากที่สุด

โดยมียานอนหลับเป็นตัวประสานตัวยา และตัวเร่งฤทธิ์ของยาทั้งหมด

“ผู้เสพ” จะมีอาการมึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า แต่จะไม่มีกลิ่นสุรา และจะมีอาการสะลึมสะลือ

โดยอาการที่อันตรายที่สุด คืออาการปากเขียวคล้ำ...มีเลือดออกทางจมูก ซึ่งอาการดังกล่าวแปลว่า ผู้เสพมีอาการเสพยาเกินขนาด จนร่างกายไม่สามารถรับได้ หรือ “น็อกยา”

หากพบอาการแบบนี้ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ยาเสพติดประเภทดังกล่าว แม้เสพเพียงครั้งเดียวก็อาจถึงแก่ชีวิตได้เพราะเป็นยาที่มีขนาดค่อนข้างรุนแรง

“Weerachai Phutdhawong” โพสต์เฟซบุ๊ก ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ได้ส่งตัวอย่าง “ยาเคนมผง” ให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะกิจ) คัดแยกสารส่วนผสมทั้งหมด น่าสนใจว่าหนึ่งในนั้นคือสารประกอบการใช้งานเกี่ยวกับการประหารชีวิตนักโทษ ดังนี้

“Sodium Pentothal”...โซเดียม เพนโทธาล ที่ทำให้นักโทษหมดสติ ปริมาณ 20-25 มิลลิลิตร ถัดมา...“Pancuronium bromide”... แพนคิวโรเนียม โบรไมด์ ที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ปริมาณ 50 มิลลิลิตร และ “Potassium chloride”...โปแตสเซียม คลอไรด์ ที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น ปริมาณ 50 มิลลิลิตรเช่นกัน

ย้ำว่า...ตามผลการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเท็กซัส สารดังกล่าวไม่ใช่ยาพิษแต่เป็นยาทั่วไป...ถ้าใช้เกินขนาดก็มีผลทำให้ตายได้

“ยาเคนมผง”...ยาเสพติดร้ายตัวล่าในวันนี้ หากย้อนไปก่อนหน้านี้นิดหน่อยก็ยังมียาเสพติดตัวอื่นที่มีความร้ายกาจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ยา “เขียว-เหลือง” ยาเสพติดอีกตัวในวงการที่นิยมแพร่หลายกันมาก มานานแล้วนับตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว หรือบางคนก็เรียกว่า “เม็ดเมา” ...เทียบเคียงกันแล้วไม่รู้ว่าแบบไหนจะร้ายกว่ากัน?

อาจจะเรียกเขียวเหลืองว่าเป็นสารตั้งต้น...เป็นยาที่เอามาผสมสูตรกันเองแล้วแต่จะทำกัน ไม่ว่าจะผสม...โคล่า ยาแก้ไอบ้าง น้ำกระท่อมบ้าง... โดยจะมีฤทธิ์รุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป

ผู้รู้ในวงการเล่าให้ฟังว่า ยาที่ว่านี้เป็นยารักษาอาการแก้ปวดรุนแรง เข้าใจว่ามีส่วนผสมของมอร์ฟีนอยู่ด้วย ที่มาชื่อเขียวเหลืองมาจากสีของแคปซูลยา ดึงออกมาแล้วก็เอามาเทผสมตามสูตร

ประเด็นสำคัญมีว่า...ยาเขียวเหลือง เสพแล้วตรวจไม่พบ ไม่เหมือนยาม้า ยาไอซ์ กัญชา ยาเสพติดอื่นๆ...ด้วยเหตุนี้ บวกกับราคาที่ไม่แพง เม็ดละ 8 บาทเท่านั้น

ผลทำให้ “เขียว-เหลือง” กลายเป็นปัญหาใหญ่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว

ยุคโลกไร้พรมแดนเช่นนี้ แม้ว่ายาเขียวเหลืองจะเป็นยาที่ควบคุม ซื้อขายได้ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ กระนั้นก็อย่างที่รู้ๆกันว่าในโลกออนไลน์ ไม่มีอะไรที่ไม่มีขาย หรืออยากจะหาซื้ออะไรก็คงหาได้ไม่ยากนัก

เพียงแค่คลิก ทดลองค้นหากันดู “เขียว เหลือง ราคา” ก็ขึ้นมาเต็มพืดไปหมด โดยเฉพาะผลค้นหาลำดับต้นๆจะเป็นแฮชแท็กยอดฮิต ทวิตเตอร์ #เขียวเหลืองราคาส่ง

ลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดก็เพียบ อาทิ ขายเขียว-เหลือง

ทรามาดอลT50 แผงละ 55 บาท 2 แผง 100 บาท 10 แผง 500 รวมส่ง สนใจแอดไลน์ ID #เขียวเหลือง #เขียวเหลืองราคาส่ง #ยาแก้ไอ #ทามาดอล #สายเขียว #ลีน #เม็ดเมา, ทินดอล เขียวเหลือง กระปุกละ 500 แคปซูล 2,XXX เมาแน่นอนตอก HK ทุกเม็ด นัดรับใกล้เคียงนครปฐม สมุทรสาคร

...

เห็นชัดเจนโจ่งแจ้งอย่างนี้ แต่จะจับได้ไล่ทันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อรู้แหล่งขายแล้ว ไม่ใช่ว่าจะสั่งได้ทันที ส่วนใหญ่จะดึงลูกค้าเข้ากลุ่มไลน์กันก่อน แล้วก็ยืนยันตัวตนกัน จึงจะติดต่อซื้อขายกันอีกต่อหนึ่ง

บรรยากาศในไลน์กลุ่มถือว่าเป็นพื้นที่จำกัดในวงแคบ นอกจากรายละเอียดซื้อๆขายๆแล้ว ยังมีการสอนวิธีเสพ วิธีอัปส่งเสริมการขายครบวงจร...ประมาณว่าอาการหลังเสพก็จะฟินๆ เบลอๆ เคลิ้มๆ

เท่าที่รู้มา...ผลที่เกิดขึ้นจากการเสพระยะยาว เสพจนติด “เขียว-เหลือง” จะมีผลต่อสมองอย่างมาก...ทำให้คนเสพ “โง่” ได้เลย ทำลายสมองหนักเลย หลายรายที่เคยเจอมาสมองพังหนักมากโง่สาหัส แล้วยังผอมมากๆด้วย...ถามว่าเสพนานไหมกว่าจะติด ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจิตใจจะเข้มแข็งหรืออ่อนไหวขนาดไหน

ยาเสพติดลักษณะรูปแบบนี้ อย่าว่าแต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ตรวจจับได้ยาก ผู้ปกครองคนใกล้ตัววัยรุ่นเองก็เหมือนกันจะจับได้ไล่ทัน

ลูกหลานตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน...หน้าตายาก็เหมือนยารักษาโรคทั่วไป

เงื่อนปัญหาสำคัญจึงต้องพุ่งเป้าไปที่แหล่งจำหน่าย เอายาควบคุมเหล่านี้มาจากไหน ต้องแก้ปัญหากันที่ต้นทาง...ยุคนี้ไม่ต้องถามว่าจะขายกันกระจายไปขนาดไหน ประเมินว่าขายไปทั่วประเทศแน่นอน ผ่านการติดต่อทางโซเชียล...สังคมออนไลน์ทั้งหมดที่มีใช้กัน

อย่างเฟซบุ๊ก...ก็พวก#เม็ดเมา ทวิตเตอร์...ก็#เขียวเหลือง

ย้ำว่า...ยาเสพติดตัวนี้ขายกันมานานแล้วจริงๆ เจ้าหน้าที่จับคนเสพได้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร รู้ว่าเสพยาแต่ตรวจแล้วไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เอาผิดตามกฎหมายไม่ได้ ถึงพ่อแม่จะแจ้งตำรวจให้จับ...จับมาถึงแล้วก็ทำได้แค่ปราม หรือไม่ก็ทำคุณประโยชน์กวาดโรงพัก ตักเตือน...อย่าทำอีก

...

พลิกแฟ้มรายงานประจำปี 2562 ผลการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ ป.ป.ส.ระบุว่า ภาพรวมเมื่อเทียบกับปี 2561 การ “จับกุม” และ “ตรวจยึด”...ยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน โคเคน กัญชาแห้ง เคตามีน ปริมาณลดลง...แต่ไม่มากนัก

น่าสนใจว่าคดีการจับยึดพบของกลางปริมาณมากๆนอกจากจะเกิดในพื้นที่ชายแดนแล้ว ยังเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ภาคกลางตอนใน เนื่องจากเป็นที่เก็บพักยาเสพติด เพื่อรอส่งต่อไปยังภาคใต้ของประเทศ และ...รอการลำเลียงส่งออกไปยังประเทศที่สามต่อไป

ประเด็นสำคัญมีอีกว่าใน “โลกดิจิทัล 4.0” ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี...สื่อสังคมออนไลน์ที่แพร่หลาย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ผู้กระทำผิดใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร และเป็นตลาดในการซื้อขายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น

การสั่งผ่านยาเสพติดระหว่าง “ผู้ซื้อ” กับ “ผู้ขาย” ไม่ต้องมีการพบปะกันโดยตรง แต่อาศัยการขนส่งในรูปแบบพัสดุภัณฑ์ผ่าน บริษัทขนส่งทั้งของรัฐและเอกชน ผู้ขายก็ส่งได้ครั้งละหลายๆชิ้น... หลากหลายพื้นที่

...

“ยาเสพติด” ยิ่งแพร่ระบาด ขยายตลาดได้ในวงกว้าง คำถามสำคัญมีว่า...เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานหนักแค่ไหน จึงจะจับได้ไล่ให้ทัน “ขบวนการค้ายาเสพติด” ยุคใหม่นี้.