ศาลพิพากษาจำคุก “นพ.ธนพล ทองประเสริฐ” เจ้าของคลินิกเสริมความงามย่านทาวน์อินทาวน์ 4 ปี 12 เดือน หลังฉีดยาชาเพื่อร้อยไหมให้ลูกค้าหญิงวัย 72 ปี เกิดแพ้ยาจนน็อก ต้องปั๊มหัวใจจนซี่โครงหัก-ตับฉีก เสียชีวิต ขณะที่ลูกสาวเหยื่อเผย อยู่ระหว่างดำเนินการทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท
ที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ศาลมีคำพิพากษาคดี หมายเลขดำ อ.2810/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.ธนพล ทองประเสริฐ อายุ 51 ปี เจ้าของคลินิกเสริมความงาม “ด็อกเตอร์ซีเคร็ต คลินิกเวชกรรม” ย่านทาวน์อินน์ทาวน์ เป็นจำเลย ฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อาญา ม.291 และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล เหตุเกิดเดือน ต.ค.61
อัยการโจทก์ฟ้องความผิดสรุปว่า จำเลยจัดตั้งคลินิก ที่ย่านทาวน์อินทาวน์ กทม.เพื่อเสริมสวยทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยมิได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยได้ฉีดยาชาไซโคเคน ผสมอะดรีนาลิน 12 ซีซี เพื่อเสริมความงามโดยวิธีร้อยไหมให้นางณัฐมล ประชาเสรี อายุ 72 ปี โดยปราศจากความระมัดระวัง ไม่ได้ตรวจสอบนางณัฐมลมีอาการแพ้ยาหรือไม่ เป็นเหตุให้เกิดอาการแพ้ยา ริมฝีปากและนิ้วมือสีเขียว จากนั้นจำเลยปั๊มหัวใจนางณัฐมล ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 72 ปีแล้วด้วยความรุนแรงต่อเนื่อง จนกระดูกซี่โครงหัก ตับฉีกขาด เลือดออกในช่องท้อง เป็นเหตุให้นางณัฐมลถึงแก่ความตาย คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่รับสารภาพข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ไม่มีเหตุสงสัย ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานนี้ ส่วนความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ โจทก์มีผู้ช่วยจำเลยเป็นประจักษ์พยาน เบิกความเกี่ยวกับการที่ผู้ตายมาทำการร้อยไหม จำเลยฉีดยาชาให้ผู้ตายแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ต่อมาผู้ตายมีอาการตัวเขียว ผู้ช่วยจำเลยวิ่งไปตามและจำเลยได้ปั๊มหัวใจผู้ตาย ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเบิกความ ก่อนทำ หัตถการต้องซักประวัติผู้ป่วยทุกครั้ง การร้อยไหมเป็นการศัลยกรรม สำหรับผู้สูงอายุมีความเสี่ยง แพทย์ พยาบาลต้องซักประวัติคนไข้บันทึกในเวชระเบียน จำเลยจบแพทยศาสตร์ย่อมทราบยาที่ใช้เป็นยาอันตราย ควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจทั้งก่อนและหลังฉีด ที่พยานจำเลยนำสืบเชื่อว่าผู้ตายมีสุขภาพดี พยานจำเลยไม่ใช่ผู้รักษาผู้ตาย จึงไม่หักล้างพยานโจทก์ ส่วน ประเด็นที่ผู้ตายตับฉีก โจทก์มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นประจักษ์พยาน ก่อนปั๊มหัวใจเห็นว่าหน้าอกของผู้ตายยุบผิดสภาพ มีเสียงดังกรอบแกรบเพราะกระดูกหัก น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจไม่ถูกต้อง เหตุที่ซี่โครงหักเกิดจากการปั๊มหัวใจของจำเลยก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง เป็นผลให้ตับฉีก การปั๊มหัวใจของจำเลยไม่ระมัดระวัง ไม่ตรวจสอบตำแหน่งวางมือตามหลักการแพทย์ ถือเป็นความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
...
พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อาญา ม.291 จำคุก 4 ปี ฐานประกอบการสถาน-พยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี โดยข้อหาตามความผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาลจำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี 12 เดือน ต่อมาจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหลังยื่นหลักทรัพย์ต่อศาล
หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน น.ส.อนิชา ประชาเสรี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ส่วนตัวแล้วไม่มีความพอใจหรือไม่พอใจ สิ่งที่ต้องการคือความจริงและความยุติธรรม หลังจากเกิดเรื่องไม่เคยมีการมาขอโทษหรือเจรจาไกล่เกลี่ยเลย สำหรับการดำเนินคดีแพ่งที่เคยไปฟ้องก่อนหน้านี้ ต้องรอให้คดีอาญามีคำพิพากษาก่อน โดยเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท