ตำรวจตั้งคณะพนักงานสอบสวน ชุดใหญ่ สืบสวนสอบสวนคดีทุจริต “โครงการคนละครึ่ง” เพราะเบื้องต้น พบผู้เกี่ยวข้องแล้วมากกว่า 700 คน ขู่ผู้ถูกออกหมายเรียกไม่มาพบจะถูกออกหมายจับแน่ ถึงข้อหาฉ้อโกงมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท แต่จะถูกดำเนินคดีเรียงกระทง ต่างกรรมต่างวาระ บางคนอาจโดนโทษหลายสิบปี แฉยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน อยู่ระหว่างตรวจสอบ
กรณีรัฐบาลดำเนิน “โครงการคนละครึ่ง” เพื่อช่วยเหลือประชาชนช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่พบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบช.ก. และตำรวจ บก.ปอศ. ดำเนินการตรวจสอบ เบื้องต้นพบการทุจริตเป็นขบวนการ 2 รูปแบบ 1.ร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าโครงการคนละครึ่งรับแลกเงินสดโดยไม่ได้ซื้อสินค้าจริง 2.ลักษณะเป็นเจ้ามือ ประชาชนที่ต้องการแลกเงินสดไปใช้ต้องให้ข้อมูลเพื่อล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังแก่ร้านค้า เพื่อเอาไปใช้สิทธิ์คนละครึ่งแทน เท่าที่ตรวจพบร้านค้าที่ทุจริตจะหาลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีแล้ว 4 คน และเร่งตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องอีกหลายร้อยคน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. อยู่ระหว่างการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน เพื่อสนับสนุนการดำเนินการด้านคดี เพราะเชื่อว่ายังมีคดีลักษณะนี้อีกจำนวนมาก โดยมี พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุวิมล ผบช.ก. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน มีรอง ผบช.น.ทุกภาค
...
ที่คุมงานด้านการสืบสวนร่วมอยู่ในทีมงาน มีตนและ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้กำกับดูแล อยากจะฝากเตือนไปถึงพี่น้องประชาชน คดีนี้เป็นคดีฉ้อโกงที่จะถูกดำเนินคดี มีอัตราโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท
“แต่อย่าลืมว่าการกระทำความผิดของท่าน อาจไม่ได้กระทำความผิดเพียงกรรมเดียว ดังนั้นความผิดลักษณะนี้จะบวกโทษขึ้นไป จนอาจมีโทษจำคุกหลายสิบปี ตำรวจจะตามสืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้หมด ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐจะมีมูลค่าเท่าไหร่ ยังอยู่ระหว่างรอผลสรุปคดี ยังต้องใช้เวลาอีกระยะ อย่างไร ก็ตาม คดีนี้ตำรวจจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ต้องตั้งทีมงานเป็นองคาพยพ จัดสรรกำลังทุกหน่วยลงมาทำงาน สอบปากคำบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดทั้ง 700 ราย ดังนั้น ใครที่ถูกออกหมายเรียกให้รีบมาพบเจ้าหน้าที่ ไม่อย่างนั้นจะถูกออกหมายจับ” รอง ผบ.ตร.กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการออกหมายเรียกบุคคลที่เข้าข่ายประมาณ 700 รายให้มาพบพนักงานสอบสวน หากไม่มาพบตามกำหนดจะดำเนินการ ออกหมายจับ ทุกฝ่ายอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อให้สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการให้ได้เร็วที่สุด ผู้บังคับบัญชาต้องการให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง ไม่อยากให้สังคมมีพฤติกรรมการโกงเกิดขึ้น จากเส้นทางการตรวจสอบของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เชื่อว่ายังมีอีกหลายกลุ่มที่มีพฤติกรรมการกระทำแบบนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงตั้งคณะทำงานเพื่อมารับผิดชอบคดีนี้ เนื่องจากมีการกระทำความผิดในหลายพื้นที่ หลายกรรม หลายวาระ