“ประยุทธ์” ฉุนแก๊งโกงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” สั่งขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการขี้ฉ้อไม่ให้เข้าร่วมโครงการอีก พร้อมเร่งตำรวจจัดหนักเอาผิดโดยเร็ว ด้านรอง ผบ.ตร.รับลูก ร่างคำสั่งแต่งตั้งชุดทำงานให้ ผบ.ตร.ลงนาม เบื้องต้นจะใช้กองปราบฯเป็นหัวหอก ตั้งเป้าดำเนินคดีลำดับแรกๆเป็นโรงแรมในอีสานและภาคใต้ ส่วนโครงการคนละครึ่ง ขุนคลังยันไม่ต้องห่วงจ่อเปิดลงทะเบียนรอบเก็บตกเร็วๆนี้ ด้านกรุงไทยแจงแอปฯ “เป๋าตัง” ล่ม อ้างเกิดสิ่งไม่คาดคิดหลังผู้ได้รับสิทธิ์เฟสแรกแห่กดรับสิทธิ์เพิ่มวันเดียว 4 ล้านราย

ภายหลังนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. หลังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยในฐานะรับผิดชอบโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้รับข้อมูลว่ามีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดเงื่อนไขของโครงการกระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้นำข้อมูลของโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ที่อาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดเงื่อนไข 514 แห่ง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ หากพบมีการกระทำความผิดขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

...

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีทุจริตโครงการ เที่ยวด้วยกัน และโครงการคนละครึ่ง ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ว่า มีโกงตรงไหนก็จับตรงนั้น จับหมด ดำเนินคดีไปแล้ว 200 กว่าราย แก้ปัญหาทุจริตไม่ใช่รัฐทำฝ่ายเดียว ทุกฝ่ายต้องร่วมมือด้วย ทั้งผู้ให้ ผู้รับ ผู้อำนวยความสะดวกสมยอมกัน ต้องช่วยกันให้ข่าว ให้ข้อมูล จะได้จับกุมถูกต้อง มีการร้องมาจำนวนมาก กำลังให้ตรวจสอบว่า จริงๆแล้วมีเท่าไหร่ บางทีเป็นลักษณะฟ้องกันไปมา คนได้เสียประโยชน์อาจทำให้ดูเยอะ ต้องไปดูอีกทีเรื่องแบบนี้มันปฏิเสธไม่ได้ คนชั่วคนไม่ดีมีอยู่ เห็นในสื่อทุกวันหาช่องทางกันจนได้ อะไรก็ตั้งหน้าตั้งตาจะโกงกัน คงเป็นกรรมที่ไม่ดีของเขาเอง ไม่อยากไปพูดจาไม่ดีใส่คนพวกนี้

มีรายงานด้วยว่า ในการประชุม ศบค. นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานความคืบหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และหารือในที่ประชุมว่าโครงการนี้ยังเหลือระยะที่ 2 ที่จะเปิดให้จองห้องพักเพิ่มอีก 1 ล้านห้อง รัฐบาลอาจจะไม่ได้ให้ส่วนลดค่าห้องแล้ว แต่จะสนับสนุนคูปองอาหารและท่องเที่ยววันละ 600-900 บาท ยังคงรอกำหนดวันที่เหมาะสมที่จะให้ประชาชนลงทะเบียน แต่ขณะนี้ยังชะลอออกไปก่อนเนื่องจากมีการทุจริตในโครงการระยะแรก อยู่ระหว่างการตรวจสอบและตรวจดูธุรกรรมรายการต่างๆว่ามีการทุจริตหรือไม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการกรณีที่พบการทุจริต ให้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากพบว่ารายใดมีการดำเนินการทุจริตให้เอาผิดอย่างจริงจังเช่นการขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการไม่ให้มาเข้าร่วมโครงการอีก เพื่อเป็นตัวอย่างจะได้ไม่มีการทุจริตในโครงการอีก

อย่างไรก็ตาม หลังการประชุม ศบค.เสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีได้หารือกับ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินคดีโครงการเราเที่ยวด้วยกันว่าขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร สามารถเร่งรัดดำเนินการได้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นอยากให้เร่งรัดดำเนินการเอาผิดโดยเร็ว

มีรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์โกรธอย่างมาก เพราะโครงการนี้ทำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โรงแรมและร้านค้าที่ได้รับความเดือดร้อนได้ผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อขอมา ทางรัฐบาลก็ช่วย ได้พยายามช่วยเหลือหางบประมาณและหาโครงการมาให้ สุดท้ายมีการทุจริตกันเป็นขบวนการ พล.อ.ประยุทธ์ให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพราะถือว่าทำร้ายทั้งประเทศและธุรกิจตัวเอง

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความ คืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร 514 แห่ง ที่ต้องสงสัยว่า ทุจริต ฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันว่า หลังรับคำร้องทุกข์จากผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทยแล้ว เบื้องต้นจะตรวจสอบพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดทั้ง 514 แห่ง พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงิน สถานที่ใดที่มีความผิดชัดเจน จะเร่งสืบสวนสอบสวนก่อน ตอนนี้ที่พบความผิดชัดเจนจะดำเนินคดีเป็นลำดับแรกๆ เป็นโรงแรมที่อยู่ในจังหวัดทางภาคอีสาน และภาคใต้โดยทุจริตไม่มีการเข้าพักโรงแรมจริง

...

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างหนังสือให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้า และ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้ช่วยสนับสนุนการทำงานคดีนี้คาดว่าจะเสนอให้ ผบ.ตร.เซ็นลงนามได้ในวันที่ 18 ธ.ค. ในช่วงแรกการรับคดีจะเป็นความรับผิดชอบของกองปราบปราม จากนั้นอาจขยายไปหน่วยอื่นตามจังหวัดต่างๆที่พบการกระทำความผิดของโรงแรม ร้านค้า ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จะเร่งรัดสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนโครงการคนละครึ่งที่รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนระยะที่ 2 อีก 5 ล้านคน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. และมีผู้พลาดสิทธิ์ ทั้งคนที่ลงทะเบียนไม่ทัน เพราะสิทธิ์เต็ม หรือลงทะเบียนไม่ทันเพราะติดปัญหาขัดข้องนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ผู้พลาดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 หรือเฟส 2 จำนวน 5 ล้านคน ไม่ต้องเสียใจ เพราะคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเพิ่มแน่นอน เบื้องต้นจะนำสิทธิ์ของผู้ไม่ใช้สิทธิ์ในเฟสแรกที่มากกว่า 400,000 คน นำมารวมกับคนที่ไม่ผ่านตรวจสอบสิทธิ์ของเฟสสอง จากนั้นจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่โดยเร็วที่สุดหรืออย่างช้าภายในไตรมาส 1 ปีหน้า

รมว.คลังกล่าวต่อว่า ส่วนการเยียวยาให้ผู้ใช้ดีแทคที่ติดปัญหาไม่ได้รับรหัสผ่านโอทีพี กำลังดูอยู่ แต่จะให้สิทธิ์เฉพาะผู้ใช้ดีแทคลงทะเบียนคนละครึ่งได้เป็นกรณีพิเศษหรือไม่นั้นต้องพิจารณา สั่งให้ธนาคารกรุงไทยตรวจสอบผู้ลงทะเบียนและไม่ได้รับรหัสโอทีพีว่ามีจำนวนเท่าไร และหาทางช่วยอย่างเหมาะสมอีกครั้ง ตอนนี้ทราบว่าในส่วนผู้ให้บริการค่ายมือถือได้ออกเยียวยาลูกค้า ขอให้ประชาชนรับสิทธิ์ไปก่อน แต่หากใครอยากได้สิทธิ์คนละครึ่ง เพื่อไปซื้อของไปกินส้มตำกำลังพิจารณาดูอยู่ ไม่ได้ปิดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อไป ทั้งนี้ การเปิดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 และ เฟส 4 จะต้องขอเวลาพิจารณา แต่ยอมรับว่ายังมีประชาชนที่พลาดหวังและให้ความสนใจจำนวนมาก จะขอติดตามดูภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกก่อนตัดสินใจ แต่เศรษฐกิจไทยยังคงต้องพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ หากการบริโภคภายในประเทศดี จะเป็นตัวเร่งสำคัญทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ไว

...

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ล่มเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่า สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดในการวางแผน ธนาคารต้องการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งในเฟสแรก 10 ล้านคน ให้สามารถกดยืนยันรับสิทธิ์ในรอบนี้ 500 บาทได้ที่เป๋าตัง และสามารถกดรับสิทธิ์ได้จนถึง 31 มี.ค.64 ตรงกับวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 2 จำนวน 5 ล้านคน ปรากฏว่าเมื่อเริ่มเปิดรับลงทะเบียนโครงการ คนละครึ่ง คนที่ได้รับสิทธิ์ในเฟสแรก กลัวไม่ได้รับสิทธิ์ เข้ามากดยืนยันรับสิทธิ์สูงถึง 4 ล้านคน เป็นเวลาเดียวกันที่เปิดให้ลงทะเบียนเฟส 2 ทำให้ระบบเกิดการหน่วง จากปกติระบบสามารถรองรับ ณ เวลา หนึ่ง 500,000 รายการ แต่มีรายการเข้ามาสูงถึง 800,000 รายการ ทำให้เกิดค้างในระบบ ทำให้ธนาคารต้องปิดระบบเพื่อเคลียร์รายการที่ค้างอยู่

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง คือสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเป็นจุดที่ต้องเรียนรู้ เป็นจุดที่นำไปสู่พฤติกรรมของ new normal ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากมีโครงการคนละครึ่งใหม่เกิดขึ้นมาอีก การเปิดรับลงทะเบียนต้องแยกวันระหว่างคนที่ได้รับสิทธิ์รายใหม่กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิมที่ได้สิทธิ์เพิ่มเติม ต้องเป็นคนละวันกัน” นายผยงกล่าว

มีรายงานเพิ่มเติม ในช่วงสายวันที่ 18 ธ.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการแถลงข่าวการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดโครงการ “คนละครึ่ง” มีนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. และฝ่ายกฎหมายธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว

...