• หลายๆ คำถามเกิดขึ้นเกี่ยวกับความตายมากมาย เช่น ตายแล้วไปไหน ตายแล้วจะเกิดใหม่ หรือไปอยู่อีกภพหรือไม่ และเมื่อวิญญาณออกจากร่าง คนคนนั้นจะรู้ตัวหรือไม่ว่าได้ตายไปแล้ว

  • ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ กลัวความตายหรือไม่ และเมื่อยังไม่ตาย อยากจะทำสิ่งใดเพื่อคนรอบข้าง หรือเพื่อตัวเองก่อนตายอย่างไร หรือหากรู้กำหนดว่าจะตายในวันใด สิ่งที่คาดหวังจะทำเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตคืออะไร

  • อีกหนึ่งที่น่าจะตอบโจทย์สำหรับหลายคำถามในเรื่องความตาย เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่เตรียมจัดกิจกรรมสุดประหลาด “Death Tour 2020” เชิญชวนวัยรุ่นมาร่วมพูดคุยสำรวจชีวิตในเรื่องความตายส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ได้สร้างความสนใจให้กับสังคม

สวรุส คูณประไพสิทธิ์” หนึ่งในผู้จัดงาน และเรียกกลุ่มตัวเองว่า “Death Talk ความตายและชีวิต” เล่าว่า กิจกรรมนี้เป็นการชวนวัยรุ่นอายุ 15-35 ปี มาสำรวจชีวิตและความสัมพันธ์รอบตัวผ่านจิตใจของตนเอง โดยเนื้อหาภายในงานอาจมีผลกระทบกับความคิด ความรู้สึก หรือภาวะทางจิตใจ หากใครก็ตามมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะความเครียดทางจิตใจได้ง่าย ขอให้พิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนสมัครร่วมกิจกรรม และต้องตอบคำถาม “พร้อมตายหรือยัง และมีความพร้อมในเรื่องไหน?”

...

หรือหากรู้ตัวว่าจะตายในอีก 6 เดือน 3 เดือน หรือ 1 สัปดาห์ จะทำอย่างไร เพื่อนำความคิดแต่ละคน ซึ่งบางคนรู้จักความตายและไม่รู้จักความตาย นำไปรวบรวมจัดทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ร่วมกับโรงละครคนตาบอด ซึ่งเป็นห้องมืด มีการเล่นละคร และตั้งโจทย์ในชีวิตเรา เคยโกรธใคร อยากจะขอโทษพวกเขาหรือไม่ หรือทำอะไรตกหล่น หรือหลงลืมอะไร


“ในวันงาน 19 ธันวา ทุกคนสามารถเลือกได้เองว่าจะไปกิจกรรมไหนก่อน ไม่ได้มีเวลาตายตัว จากความไม่แน่นอนของชีวิต คือชีวิตมันค่อนข้างจะสะเปะสะปะ คาดเดารูปแบบจากมันไม่ได้ รูปแบบของงานก็เลยถอดออกมาจากสิ่งที่เราเรียนรู้มาในข้อนี้ มาจากสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความตายแทบจะทั้งหมด เช่น โปสเตอร์งาน ได้แรงบันดาลใจมาจากใบมรณบัตร อยากให้ความตายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันได้ง่ายที่สุด เราเลยตั้งใจสร้างพื้นที่ที่จะพูดคุยเรื่องความตายกันได้อย่างอิสระ ไม่ได้วางกรอบของความเชื่อมากั้นไว้ ทำให้มีคนสนใจกันเยอะมาก”

ในเรื่องที่มาของกลุ่ม “Death Talk” มีจุดเริ่มจากเพื่อนของเขาเคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ และรอดชีวิตมาได้ จึงมาคิดว่าชีวิตที่ผ่านมามีความสุขดีมาก ควรจะมีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และรู้ทันชีวิตตัวเองให้มากขึ้น อย่าผัดวันประกันพรุ่ง โดยเฉพาะการสนใจ หรือแคร์ฟังคำพูดคนรอบข้างให้มากขึ้น เพราะไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง ทุกคนต้องเจอกับความตาย

จากจุดเริ่มของการตั้งกลุ่ม “Death Talk” นำไปสู่การเปิดรับอาสาสมัครในกลุ่ม จำนวน 10 กว่าคน จากหลากหลายอาชีพ เมื่อปลายปีที่แล้ว จนมาสู่การจัดกิจกรรม “Death Tour” เป็นครั้งแรกในไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความตายและการมีชีวิต ในสิ่งที่ไม่เคยพูดมาก่อน ยกตัวอย่าง คนที่อยู่ในครอบครัวคนจีน จะถูกห้ามไม่ให้พูดเรื่องความตาย ซึ่งกิจกรรมที่จัดจะเป็นกระบอกเสียงว่า ความตายสามารถพูดได้ในที่สาธารณะอย่างสร้างสรรค์ และสามารถต่อยอดไปยังคนในครอบครัวว่า ความตายไม่ใช่เรื่องเศร้า

“คนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ส่วนใหญ่รู้สึกว่าความตายไม่มีอะไรเลย พอตายทุกอย่างก็จบ หรือบางคนเชื่อว่าโลกหลังความตาย ก็จะมีอีกโลกหนึ่ง และเมื่อทุกคนมีความคิดเรื่องความตายไม่เหมือนกัน ก็จะนำไปแลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่าง ผ่านหลายกิจกรรมภายในงาน ทั้งโรงละครคนตาบอด การให้อยู่ในโลงศพ มีการเล่นเกมการ์ดคุยเรื่องความตาย จากคนที่จะมาร่วมงาน 100 คน ให้มาคุยกัน”

ส่วนการเลือกจัดกิจกรรมก่อนปีใหม่ เนื่องจากมองว่า ก่อนปีใหม่จะมาถึง หลายคนอยากมีเป้าหมายใหม่ในชีวิต เปรียบเสมือนตายในปีเก่า และเกิดใหม่ในปีใหม่ โดยโครงการต่อไปของกลุ่ม “Death Talk” จะนำข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมนำร่อง มาทำเป็นวิดีโอ หรือคอนเทนต์ เพื่อสร้างพลังกับทุกคนในเรื่องวิธีคิดเกี่ยวกับความตาย การใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะทุกคนเกิดมาต้องตายทุกคน ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง.

...

ผู้เขียน : ปูรณิมา