อธิบดีกรมพินิจฯ ลุยสานต่อภารกิจ "สร้างชีวิต-มีงานทำ" ให้ "เด็ก-เยาวชน" 6 ศูนย์ฝึก ตั้งเป้าลดการทำผิดซ้ำ ย้ำโครงการพัฒนาอาชีพ เฟส 2.2 เน้นความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน สร้างทักษะชีวิตอยู่ร่วมในสังคมที่ท้าทาย
เมื่อวันที่ 17 พ.ย.63 ที่ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชน ระยะที่ 2.2 ระหว่างกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ นายจอห์นแมค กาว์น ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมลงนาม
โดย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังการลงนามว่า กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีพันธกิจที่สำคัญ คือ การพิทักษ์เยาวชน ยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงสร้างโอกาสที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ให้เป็นบุคลากรที่สร้างประโยชน์กับสังคม โดยความสำคัญของเรื่องนี้ คือ การลดการกระทำผิดซ้ำในเด็กและเยาวชน ที่ปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ที่ร้อยละ 25 โดยความผิดที่กระทำซ้ำส่วนใหญ่ คือ ความผิดด้านยาเสพติด และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ดังนั้นหากเด็กและเยาวชน ได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้มีทักษะชีวิตและทักษะที่จำเป็น ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานจะช่วยลดปัญหาดังกล่าว
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจที่กรมพินิจฯร่วมกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชน ระยะที่ 2.2 มีเป้าหมายเข้าฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมฯบ้านอุเบกขา, ศูนย์ฝึกและอบรมฯบ้านปรานี, ศูนย์ฝึกและอบรมฯสิรินธร, ศูนย์ฝึกและอบรมฯเขต 1, ศูนย์ฝึกและอบรมฯเขต 2 และศูนย์ฝึกและอบรมฯเขต 11 ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน และได้รับการจ้างงานที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ไม่กระทำผิดซ้ำ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการยาเสพติด
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชน ได้ดำเนินโครงการแล้ว 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2558-มี.ค.2560 โดยเข้าฝึกวิชาชีพให้เด็กและเยาวชนในสถานที่ควบคุม 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา, ศูนย์ฝึกฯบ้านอุเบกขา, ศูนย์ฝึกฯบ้านปรานี และสถานพินิจฯสมุทรปราการ โดยมีเด็กและเยาวชนร่วมโครงการรวม 637 คน, สำเร็จการศึกษาวิชาชีพ จำนวน 575 คน และได้รับการจ้างงานหรือเรียนต่อ รวม 156 คน และระยะที่ 2.1 ดำเนินการตั้งแต่ มิ.ย.2561-พ.ค.2563 เข้าฝึกอาชีพและเพิ่มทักษะชีวิตในศูนย์ฝีกฯ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฝึกฯชายบ้านกรุณา จ.สมุทรปราการ, ศูนย์ฝึกฯบ้านอุเบกขา จ.นครปฐม, ศูนย์ฝึกฯบ้านปรานี จ.นครปฐม, ศูนย์ฝึกฯสิรินธร จ.นครปฐม มีเด็กและเยาวชนเข้ารับการอบรมทักษะอาชีพจำนวน 314 คน และได้รับการจ้างงานหรือฝึกงาน รวม 78 คน ทั้งนี้ในโครงการระยะ 2.1 นั้นยังมีการอบรมเพิ่มทักษะด้านอื่นๆ อาทิ อบรมความเสมอภาคระหว่างเพศ, อบรมการเตรียมความพร้อมในการทำงาน เป็นต้น ซึ่งผลงานที่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
"ผลจากการฝึกและอบรมเยาวชนในศูนย์ฝึกต่างๆ นั้นถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเชื่อว่าการขยายโครงการไปยังศูนย์ฝึกฯต่างๆ โดยให้เด็กและเยาวชนเข้ารับการอบรม คือ การรับรองโอกาสของเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในสังคม และมีชีวิตที่ดี ดังนั้นในระยะที่ 2.2 ที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ลงนามความร่วมมือ ผมเชื่อว่าจะสร้างพฤติกรรมเชิงบวก และเหมาะสมให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาความสามารถของเด็กและเยาวชนที่มีต้องเจอกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และสามารถรับมือกับความท้าทายนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มโอกาสที่จะได้รับอาชีพ มีงานทำอย่างมั่นคงหลังเสร็จสิ้นการอบรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับ และการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นบุลากรสำคัญของชาติต่อไป" พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว.