ไลฟ์สไตล์
100 year

โรคหลอดเลือดสมอง คร่าชีวิตคนไทยปีละ 3 หมื่นราย เร่งขยายเครือข่ายรักษา

ไทยรัฐออนไลน์31 ต.ค. 2563 02:04 น.
SHARE

"แพทย์ "เผยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในไทย สูงปีละ 3 แสนราย ส่งผลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต และยอดเสียชีวิตพุ่งทะลุ 3 หมื่นราย โดยเฉพาะผู้สูงวัยและผู้มีปัจจัยเสี่ยงจากโรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เร่งขยายระบบส่งต่อ รับยา สร้างความตระหนักรู้ปชช.ร่วมรณรงค์ใน World Stroke Day 29 ต.ค.ทุกปี

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.63 ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ นายกสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรค) เป็นภาวะที่สมองคนเราขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดทำงานผิดปกติใน 2 แบบ คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบตันและโรคหลอดเลือดสมองแตก นับเป็นภาวะที่ใกล้ตัวคนไทยมาก เพราะมีคนไข้ใหม่ประมาณ 2.5-3 แสนรายต่อปี ทำให้เสียชีวิต 3-5 หมื่นรายต่อปี และยังเป็นสาเหตุให้เกิดการพิการอีกจำนวนมาก 

สำหรับอาการหลักที่พบก็คือ "พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น" กล่าวคือผู้ป่วยจะมีอาการชาที่ใบหน้า ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง เคลื่อนไหวไม่ได้หรือเคลื่อนไหวลำบาก โดยคนไข้ที่แพทย์พบส่วนใหญ่จะมีภาวะอ่อนแรงครึ่งซีก ที่เรียกอัมพฤกษ์อัมพาต  

ข่าวแนะนำ

"ถ้าพบอาการผิดปกอย่างใดอย่างหนึ่ง ขอให้ผู้ป่วยรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะโรคหลอดเลือดสมอง สามารถรักษาได้ ป้องกันได้ ยิ่งคนไข้มาถึงโรงพยาบาลเร็ว สมองยังไม่เสียหาย การรักษาจะมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเป็นมากโอกาสเสียชีวิตก็สูงขึ้น" ศ.พญ.นิจศรี กล่าว

ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เกิดจากลิ่มเลือดบริเวณอื่นไหลไปอุดตัน หรือหลอดเลือดหนาตัวขึ้นจากการสะสมของไขมัน มีวิธีรักษาคือฉีดยาละลายลิ่มเลือด หรือ ยาสลายลิ่มเลือด แต่ผู้ป่วยควรมาถึงภายใน 4.30 ชั่วโมง หลังเกิดอาการ และอีกวิธีคือการใช้สายสวนเข้าไปในหลอดเลือด ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ และคนไข้ควรมาภายใน 24 ชั่วโมง 

"ปัจจุบันการรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การรักษาโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน แพทย์จะทำหัตถการสอดใส่สายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดง ผ่านบริเวณขาหนีบจนไปถึงตำแหน่งที่อุดตัน และนำเอาลิ่มเลือดออกมา" ศ.พญ.นิจศรี กล่าว 

ศ.พญ.นิจศรี กล่าวต่อว่า โรคหลอดเลือดสมองไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ส่วนมากจะเป็นแบบฉับพลัน ดังนั้นประชาชนต้องดูแลป้องกันตัวเองให้ดี โรคเกิดได้ทุกช่วงวัย ยิ่งอายุมากก็มีโอกาสสูงในวัย 55-60 ปี ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภาวะโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือความเครียด เป็นต้น

"การป้องกันสามารถเริ่มทำได้เองที่บ้าน ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงรสเค็ม หวานจัด อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเหล้าบุหรี่ ตรวจสุขภาพประจำปี ผู้ป่วยควรรับประทานยาสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด" ศ.พญ.นิจศรี กล่าว

ศ.พญ.นิจศรี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันระบบสาธารณสุขดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองพัฒนาขึ้นมาก มีการขยายโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาละลายลิ่มเลือด ระบบเครือข่ายเพื่อส่งต่อคนไข้รวดเร็ว ช่วยให้ผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลเข้าถึงบริการรักษาได้ทันเวลา รวมทั้งพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้เชี่ยวชาญ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ เป็นแม่ข่าย Telemedicine ให้คำปรึกษารพ. 20 แห่งในเขต กทม.และที่อื่นๆ เมื่อเกิดปัญหาจะมีการ video call กับแพทย์ที่ต้นทางเพื่อดูแลผู้่ป่วยทันท่วงที มีระบบ Fast Track ให้บริการแบบเร่งด่วน และล่าสุดยังให้คำปรึกษากับโรงพยาบาลในสปป.ลาว

ทั้งนี้ องค์กรโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Organization :WSO) พบว่าในปี 2563 มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกว่า 80 ล้านคน เสียชีวิตประมาณ 5.5 ล้านคน และยังพบผู้ป่วยใหม่ถึง 14.5 ล้านคนต่อปี โดยทุกๆ 4 คน จะป่วยด้วยโรคนี้ 1 คน และกำหนดให้ทุกวันที่ 29 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันหลอดเลือดสมองโลก หรือ World Stroke Day โดยใช้หลักการ F.A.S.T. หากพบว่า ใบหน้าอ่อนแรงหรือหน้าเบี้ยว (FACE) แขนอ่อนแรง (ARM) พูดผิดปกติ (SPEECH) ให้นึกถึงเวลา (TIME) ควรนำส่งโรงพยาบาลทันที จะลดโอกาสเสี่ยงเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและเสียชีวิต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรคหลอดเลือดสมองโรคแพทย์การแพทย์โรคร้ายสุขภาพข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 06:30 น.