ไลฟ์สไตล์
100 year

อำลา AH-1W "ซูเปอร์คอบร้า" กับ 34 ปี ตำนานเฮลิคอปเตอร์โจมตี นย.สหรัฐฯ

ไทยรัฐออนไลน์24 ต.ค. 2563 12:42 น.
SHARE

หนึ่งในสุดยอดเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่สร้างผลงานมาอย่างมากมาย ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน ตรงต่อเวลา โจมตีแม่นยำเชื่อถือได้ วันนี้ AH-1W Super Cobra ต้องอำลา นาวิกโยธินสหรัฐฯ แล้วหลังประจำการมา 34 ปี

  • เฮลิคอปเตอร์โจมตีที่มีพื้นฐานมาจาก ฮ.ลำเลียง ยูเอช-1 ฮิวอี้
  • เอเอช-1 คอบร้า ถูกออกแบบพัฒนาใช้งานครั้งแรกตั้งแต่สงครามเวียดนาม
  • รุ่นที่มาทดแทน คือ AH-1Z Viper ที่ทันสมัยมากขึ้น

ข่าวแนะนำ

หากพูดถึงสุดยอดเฮลิคอปเตอร์ทหารของสหรัฐฯ นอกจาก ยูเอช-1 ฮิวอี้ (UH-1 Huey) ที่เป็นสัญลักษณ์ของสงครามเวียดนาม ที่อยู่ยืนยาวมานานก่อนที่จะปลดประจำการไป เมื่อไม่นานมานี้ สำหรับกองทัพบกไทย ส่วนสหรัฐฯ เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ จะโดดเด่นในด้านการลำเลียงใช้งานทั่วไป แต่ก็สามารถใช้ในภารกิจโจมตีได้แต่ก็ไม่ได้เป็นบทบาทหลัก เพราะมันมีคู่แฝดที่ถูกพัฒนามาให้เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีโดยเฉพาะในช่วง ค.ศ.1960 นั่นคือ เบลล์ เอเอช-1 คอบร้า (Bell AH-1 Cobra) ที่นำมาใช้ครั้งแรกในสงครามเวียดนาม มันเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นเดียวกันนั่นคือ T53 เทอร์โบชาฟท์ เช่นเดียวกันกับ ยูเอช-1 ฮิวอี้ และได้สร้างผลงานการรบต่างๆ มาอย่างมากมาย

หลังจากนั้นเฮลิคอปเตอร์ รุ่น เอเอช-1 คอบร้า (AH-1G) ที่สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับกองทัพบกสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม ก็ได้รับความสนใจจาก นาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ต้องการเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่มีประสิทธิภาพสูง โดยความต้องการของ นย.สหรัฐฯ คือ เครื่องยนต์ 2 เครื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการปฏิบัติการทางทะเล และจุดติดอาวุธเพิ่มขึ้น โดยนำพื้นฐานการพัฒนามาจาก AH-1G กลายมาเป็น "งูเห่าทะเล" AH-1J SeaCobra และ นย.สหรัฐฯ ได้สั่งซื้อลอตแรกในช่วงปี 1968 สำหรับ เอเอช-1เจ ซีคอบร้า ได้รับการติดตั้ง ป้อมปืนที่อำนาจการยิงเพิ่มขึ้นอย่าง M197 ที่เป็นปืนใหญ่อากาศลำกล้องหมุน 3 ลำกล้องขนาด 20 มม.

ต่อมา นย.สหรัฐฯ ต้องการ เอเอช-1เจ ซีคอบร้า ที่มีความสามารถบรรทุกเพิ่มขึ้น และสามารถทนทานต่อภูมิอากาศเขตร้อน นำมาสู่รุ่นต่อมา คือ เอเอช-1ที ซีคอบร้า (AH-1T SeaCobra) ที่เชื่อถือได้ ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในสนามรบ รุ่นนี้ได้เติมเต็มความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยต่อสู่รถถังนำวิถีด้วยเส้นลวดอย่าง TOW (โทว์) พร้อมระบบจับเป้ารุ่นใหม่ และระบบตรวจจับอื่นๆ แล้วต่อมามีการเพิ่มรุ่นพัฒนา AH-1T+ (เอเอช-1ที ซีคอบร้า พลัส) เปลี่ยนเครื่องยนต์คู่ เป็นแบบ T-700 GE-700 พร้อมระบบอวิโอนิกส์ใหม่ เพื่อเอาไปเสนอขายให้อิหร่านแต่ต่อมาต้องยกเลิกเพราะมีการปฏิวัติล้มกษัตริย์ชาร์ไปก่อน

ต่อมาถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 นาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้งบประมาณจัดหา ฮ.โจมตีทางทะเล แต่งบที่มีไม่เพียงพอจะซื้อ ฮ.โจมตีรุ่นใหม่ที่กองทัพบกสหรัฐฯใช้งานนั่น คือ AH-64 อาปาเช่ นย.สหรัฐฯ จึงเปลี่ยนมาเป็นการพัฒนา AH-1T แบบที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม ระบบควบคุมการยิงที่ทันสมัยในยุคนั้น ความสามารถติดตั้ง อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-อากาศ แบบ AIM-9 ไซด์วายเดอร์ และ อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-พื้น นำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ AGM-144 เฮลล์ไฟร์ แบบที่ติดกับ ฮ.อาปาเช่ และสภาคองเกรสก็อนุมัติงบให้ซื้อ เอเอช-1 ดับเบิลยู ซูเปอร์ คอบร้า (AH-1W Super Cobra) นั่นเอง

ซูเปอร์ คอบร้า เริ่มเข้ามาประจำการในหน่วยบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1983 มันถูกผลิตออกมา 179 ลำ ส่งมอบตั้งแต่ปี 1986-1999 ประจำการมานานถึง 34 ปี รวมแล้วมีชั่วโมงบินกว่า 9.3 แสนชั่วโมง จนถึงเดือน ส.ค.2563 มีส่วนร่วมในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ยุทธการพายุทะเลทราย (Desert Storm) ยุทธการเสรีภาพอิรัก (Iraqi Freedom) ปฏิบัติการเสรีภาพยั่งยืน (Enduring Freedom) ในอัฟกานิสถาน ยุทธการ Restore Hope หรือ ยุทธการฟื้นฟูความหวัง ในโซมาเลีย (ที่เกิดเหตุการณ์แบล็กฮอว์กดาวน์) ยุทธการ Deny Flight ร่วมกับกองกำลังนาโตในบอสเนีย ในการค้นหากู้ภัย กัปตันสก็อต โอ'เกรดี้ นักบิน เอฟ-16 ของกองกำลังนาโต้ ที่ถูกยิงตกในบอสเนีย
และปฏิบัติการล่าสุด คือ การต่อสู้กับกลุ่มไอซิสในลิเบีย

"AH-1W Super Cobra ได้รับใช้นาวิกโยธิน และได้สร้างตำนานทิ้งเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะการถึงที่หมายได้ตรงเวลา โจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับนาวิกโยธิน แต่ในที่สุดเรื่องราวของมันจะต้องปิดฉากลง และ เฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่มาทดแทนต่อจากมันนั่น คือ AH-1Z Viper " นาวาตรี เดวิด เวลช์ ผู้จัดการโครงการเฮลิคอปเตอร์โจมตีขนาดกลางและเล็ก (PMA-276) กล่าว

สำหรับเที่ยวบินสุดทายเพื่ออำลาและปลดประจำการ AH-1W Super Cobra มีขึ้นเมื่อ 14 ต.ค.63 ที่ผ่านมาที่ฐานบินในรัฐนิวออลีนส์ กับฝูงบิน เรดด็อก Marine Light Attack Helicopter Squadron (HMLA) 773 ในพิธี ชื่อว่า “Whiskey Sundown Ceremony” โดยชื่อพิธีมาจากชื่ออย่างไม่เป็นทางการของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ “Whiskey Cobra” ทั้งนี้ Super Cobra ไม่ได้ปลดประจำการไปหมดรวดเดียวทุกลำ ทาง นย.สหรัฐฯ ได้คัดเลือกเครื่องที่โครงสร้างยังสภาพดี หลังจากตรวจสภาพผ่านแล้ว จะถูกนำไปปรับปรุงหรือเปลี่ยนสภาพเป็น AH-1Z Viper เพื่อกลับเข้าประจำการใหม่ในภายหลัง เพื่อสืบสานตำนานงูเห่าร้ายของกองบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) ต่อไป

สำหรับ AH-1Z Viper ยังถือเป็นทายาทรุ่นล่าสุดของตำนานเฮลิคอปเตอร์ตระกูลฮิวอี้ โดยมีรุ่นใช้งานทั่วไปและลำเลียง ค้นหากู้ภัยแบบ ยูเอช-1วาย เวนอม (UH-1Y Venom) ที่ นย.สหรัฐฯมีใช้งานอยู่ โดยมี 4 ใบพัด 2 เครื่องยนต์ เหมือนกัน แต่ AH-1Z Viper แตกต่างจาก AH-1W Super Cobra ความแตกต่างที่เห็นชุดๆ แน่ๆ คือ ใบพัด เปลี่ยนจาก 2ใบพัดประธาน ใน AH-1W Super Cobra มาเป็นแบบ 4 ใบพัดประธานที่ทำจากวัสดุคอมโพสิต เครื่องยนต์คู่ เป็นแบบ T-700 GE-401C เทอร์โบชาฟท์ พร้อมกับติดตั้งที่บังไอร้อนป้องกันการจับด้วยอินฟราเรด ในส่วนหัวมีการติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจจับเป้าหมายรุ่นใหม่ทั้งระบบอินฟราเรด ระบบชี้เป้าด้วยเลเซอร์ กล้องโทรทัศน์ เชื่อมต่อกับหมวกนักบิน "Top Owl" ที่มีจอภาพศูนย์เล็งอาวุธ เชื่อมกับกล้องอินฟราเรดทพงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ระบบเรดาร์แจ้งเตือนภัย ระบบตรวจจับการล็อกเป้าด้วยเลเซอร์ ติดตั้งเป้าลวงชาฟ์ และแฟลร์

ปีกข้างลำตัวของ AH-1Z Viper มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิม โดยเพิ่มความสามารถในการบรรทุกและติดตั้งอาวุธ ได้แก่ อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-อากาศ แบบ AIM-9 ไซด์วายเดอร์ ที่ปลายปีก ไพล่อนใต้ปีกติดตั้งกระเปาะจรวด 2.75 นิ้ว ไม่นำวิถีแบบไฮดร้า (Hydra) ข้างละ 70 ลูก ที่กระเปาะปลายปีกสามารถติดตั้งเรดาร์ลองโบว์ (AN/APG-78 Longbow) เพื่อใช้ร่วมกับ อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-พื้น นำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ AGM-144 เฮลล์ไฟร์ ได้ ข้างละ 4 ลูก และปืนใหญ่อากาศ M197 ลำกล้องหมุน 3 ลำกล้องขนาด 20 มม.พร้อมกระสุน 750 นัด

สำหรับผู้เขียนได้เห็นเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ ในไทยจากภาพข่าวการฝึกร่วมผสมกองทัพไทยและสหรัฐฯ ในรหัสการฝึก คอบร้าโกลด์ ที่ นย.สหรัฐฯ นำมาร่วมฝึกกับกองทัพไทยด้วย และปีล่าสุดทาง นาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้นำ AH-1Z Viper มาร่วมฝึกด้วยเช่นกัน โดนบินจากเรือยกพลขึ้นบกกลางทะเล เข้ามาสนับสนุนการยกพลขึ้นบกบนชายฝั่ง พร้อมโชว์ลีลาการบินที่คล่องแคล่ว ติดอาวุธใช้โจมตีเป้าที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ เป็นที่น่าประทับใจ

นับเป็นการรูดม่านปิดฉากตลอด 34 ปี ของเอเอช-1 ดับเบิลยู ซูเปอร์ คอบร้า อย่างไรก็ตามเฮลิคอปเตอร์จู่โจมตระกูลคอบร้า ยังคงถูกเลือกให้พัฒนาและใช้งานต่อเนื่อง จึงพิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จในด้านการออกแบบอากาศยานปีกหมุนสำหรับภารกิจโจมตีภาคพื้นดิน และคุมกันกำลังนาวิกโยธิน ที่มีประสิทธิภาพ ยืนหยุ่น คล่องตัว เชื่อถือได้ อันเป็นคุณสมบัติดั้งเดิมที่ตกทอดกันมาจากต้นกำเนิดของมัน คือ ยูเอช-1 ฮิวอี้ นั่นเอง.


ผู้เขียน     : จุลดิส รัตนคำแปง
ที่มาภาพ-ข้อมูล
             : วิกิพิเดีย AH-1W Super Cobra 
             : วิกิพีเดีย AH-1Z Viper 
             : เว็บไซต์ theaviationist 
             : เว็บไซต์ เบลล์ เฮลิคอปเตอร์ AH-1Z 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AH-1W Super Cobraspecial contentเอเอช-1 ดับเบิลยู ซูเปอร์ คอบร้าเฮลิคอปเตอร์โจมตีเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Wนาวิกโยธินสหรัฐปลดประจำการข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 08:01 น.