ไลฟ์สไตล์
100 year

อีกมุมร้ายของโควิด วิถีชีวิตเปลี่ยน ความเกลียดชังปะทุ ทั้งโพสต์ด่า บูลลี่

ไทยรัฐออนไลน์23 ต.ค. 2563 08:08 น.
SHARE
  • โควิดระบาด นอกจากมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนแล้ว ยังก่อให้เกิดอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบในโลกปะทุขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมที่กระทำเป็นองค์กรอาชญากรรม หรือรูปแบบของการก่อการร้าย อาชญากรรมที่เกี่ยวกับตลาดมืด แม้กระทั่งเรื่องการค้ามนุษย์ หรือแม้กระทั่งอาชญากรรมที่ปรากฏบนท้องถนน

  • อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม เริ่มพบการแพร่ระบาดของโควิด มีความวุ่นวายมากมายหลายด้าน ทั้งเรื่องสีผิว การประท้วง การแอบทำร้ายร่างกายคนขาว จากกลุ่มคนชาติพันธุ์อื่นๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียง หรืออาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว

"ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล" ประธานหลักสูตรอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า ความรุนแรงในครอบครัวช่วงการแพร่ระบาดของโควิด อาจจะเกิดจากการที่ผู้คนทั้งหลายได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการเรียน รูปแบบของการทำงานที่เรียกว่า work from home การที่บุคคลที่เป็นสมาชิกในครอบครัวต้องมาอยู่ร่วมกันในระยะเวลาหนึ่ง น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มีโอกาสและใช้เวลาของครอบครัวร่วมกัน เนื่องจากเดิมบางคนต้องไปเรียน ต้องไปทำงาน แต่กลับส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่า วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อการใช้ชีวิต ความรู้สึกนึกคิดที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น การใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่สูงมากขึ้น

ข่าวแนะนำ

ขณะเดียวกันกลับพบว่า อัตราการจับกุมการค้ายาเสพติดมีอัตราลดลง ไม่ใช่จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีภารกิจอื่นๆ แต่จากภาวะล็อกดาวน์ ทำให้การสัญจรไปมายากลำบาก ความหวาดกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ส่งผลให้ธุรกิจการค้ายาเสพติดซบเซาตามไปด้วย และเห็นอัตราการใช้ยาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงอาชญากรรมบางประเภท ลดลงเช่นกันจากการแพร่ระบาดของโควิด ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา

“ในรอบปีนี้ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในเรื่องของการปล้น ชิงทรัพย์ การทำร้ายร่างกาย ได้ลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ (New normal) ก็ทำให้อัตราการประกอบกิจกรรมบนท้องถนนลดลง นั่นหมายความว่า ผู้คนส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน การใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน ทำให้อัตราการงัดแงะบ้าน หรือโจรกรรมบ้านของผู้คนก็ลดลงตามไปด้วยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นประเทศในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ รวมทั้งในเอเชีย”

 

อีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะสวนทางกันในแง่ของอาชญากรรม พบว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ กลับกลายเป็นเหยื่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หรือเรียกว่า Cyber crime ซึ่งเพิ่มขึ้นสูง จากการทำงานที่บ้าน มีช่องโหว่ในด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ทำให้ถูกเจาะระบบข้อมูลเพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบการป้องกันคอมพิวเตอร์ที่บ้าน มีความแตกต่างกับที่ใช้ในองค์กรหรือบริษัท จนสบช่องอาชญากรทางเทคโนโลยี หรืออาชญากรคอมพิวเตอร์ ใช้จุดอ่อนส่วนนี้พยายามที่จะเจาะระบบ แสวงหาประโยชน์ โดยแฮกข้อมูล ซึ่งอาจเกิดจากความหละหลวม จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพนักงานหรือลูกจ้าง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและพบเห็นมากขึ้น

นอกจากนี้อาชญากรรมที่เราเรียกว่าอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง (Hate crime) จากรายงานของ FBI ในเมืองฮุสตัน พบว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดจากความเกลียดชังมีสูง จากส่วนลึกของจิตใจ อาจเป็นเพราะคนที่อยู่บ้านมีโอกาสใช้เวลาว่างในการโพสต์ข้อความต่างๆ อาจแสดงความรู้สึกไม่สบอารมณ์ โดยอาศัยช่องทางนี้ หรืออาจเป็นเพราะการทำงานที่บ้านมีเวลา จึงอาศัยคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการโจมตี และพบว่าคนเชื้อสายจีน หรือคนเอเชียที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา มีจำนวนไม่น้อยถูกแจ้งความเป็นผู้สร้างปัญหาเข้าไปโพสต์ด่า หรืออาจจะเรียกรวมว่า internet Bullying หรือการกลั่นแกล้งรังแกบนโลกไซเบอร์ที่สูงขึ้นเช่นกัน

จากล็อกดาวน์ มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการฉ้อโกง เนื่องจากสถาบันการเงินหลายแห่งได้ปิดตัว ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้ระบบ อี-แบงกิ้ง หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ มาใช้ ซึ่งเหล่าอาชญากรรม มีความพยายามปลอมหน้าเว็บของสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อล้วงเอารหัสและนำไปใช้ ซึ่งรายงานจากอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล พบว่า มีการปลอมหน้าเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งในประเทศยุโรป ผู้คนถูกฉ้อโกงจากการจ่ายเงินชำระหนี้ หรือซื้อสินค้า

การแพร่ระบาดของโควิด ยังมีการนำโควิด มาใช้เป็นอาวุธ ตั้งแต่การถมน้ำลาย หรือการไอจามใส่หน้าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่กำลังเดิน หรือกำลังวิ่ง หรือใช้รถสาธารณะ โดยพบมากที่สุดในอังกฤษ จากการที่ตำรวจถูกวัยรุ่นจำนวนไม่น้อย ถมน้ำลายหรือไอใส่หน้าในขณะที่ปฏิบัติงาน และมีบุคคลทั่วไปถูกกระทำ เกือบ 100 กว่าราย ซึ่งเกิดขึ้นจากความเกลียดชัง

รวมถึงในสหรัฐอเมริกา จากรายงานของตำรวจพบว่า มีการใช้โควิด เป็นอาวุธในทำนองเดียวกัน จากการถมน้ำลายหรือการไอใส่หน้าของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นในรัฐนิวเจอร์ซี ฟลอริดา โคโลราโด และรัฐต่างๆ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะจับกุม แต่ได้เกิดการต่อสู้ทำร้ายร่างกายตามมา จากการรายงานของสื่อทั่วไป และยังพบการกระทำอีกหลายๆ รูปแบบในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดที่ทั่วโลกต้องเผชิญต่อไป.

ผู้เขียน : ปูรณิมา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิดspecial contentอาชญากรรมช่วงโควิดแฮกเกอร์อาชญากรรมความรุนแรงในครอบครัวwork from homeข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10:01 น.