ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทางออกประเทศ ไม่นองเลือด เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปล่อยตัวคณะราษฎร เปิดเวทีเจรจา

    ไทยรัฐออนไลน์18 ต.ค. 2563 17:04 น.
    SHARE

    การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมในนาม ”คณะราษฎร” ยังมีต่อเนื่องในลักษณะม็อบดาวกระจายตามรูปแบบ ”ฮ่องกงโมเดล” ไม่สนข้อกฎหมายใดๆ หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จนกว่ารัฐบาล ”บิ๊กตู่” จะทำตามข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะการกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกไป และให้ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมไป

    ขณะที่ท่าทีรัฐบาลดูเหมือนไม่ยอมอ่อนข้อให้ ยกระดับการควบคุมผู้ชุมนุมอย่างเข้มข้น จากเครื่องมือยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีการเตรียมพร้อมสลายการชุมนุม อย่างการใช้ "รถฉีดน้ำแรงดันสูง" หรือจีโน่ ราคา 25 ล้านบาท จนถูกมองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ


    ทางออกประเทศไทยจะเป็นไปอย่างไร? ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่ายจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลาย ซ้ำรอยเหตุนองเลือดในอดีต ในเรื่องนี้ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การกระเตื้องขึ้นของเศรษฐกิจในประเทศไทยช่วง 2 เดือนสุดท้าย จะสะดุดลงอย่างรุนแรงด้วยการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหากมีการใช้กำลังอีก ในการสลายการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยอันสงบ หรือการเข้าจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนอย่างแจ้งชัด จะทำให้การลงทุนในตลาดการเงินและค่าเงินบาท จะมีความผันผวนอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เหลือของปี

    การชุมนุมแบบแฟลชม็อบ ไม่ได้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะไม่ยืดเยื้อ ไม่มีการปิดถนน ไม่มีการปิดสถานที่ราชการ หรือย่านทางธุรกิจ เพียงมาแสดงจุดยืนทางการเมืองของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน มีการแยกย้ายกลับบ้านด้วยความสงบเรียบร้อย แต่การปิดถนน ปิดการขนส่งสาธารณะ ปิดพื้นที่เกิดจากอำนาจของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนก็ได้รับการเตือนจากองค์การสหประชาชาติว่าละเมิดต่อหลักพื้นฐานทางด้านสิทธิมนุษยชน และไม่อาจบังคับใช้ได้จากการทำอารยะขัดขืนของมวลชนต่อการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

    นอกจากนี้การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดความลำบากใจในการปฏิบัติงาน และเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีมโนธรรมถูกบังคับโดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ต้องจำใจสลายการชุมนุม เพราะต้องทำตามอำนาจ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จึงเป็นกลุ่มคนที่น่าเห็นใจ ขอให้ทุกฝ่ายเคารพเจตจำนงและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน และประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมถึงกลุ่มบุคคลใดๆ ที่สนับสนุนให้เกิดความรุนแรงขึ้น สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ เป็นสิทธิโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ในการให้หลักประกันและคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุมและงดใช้มาตรการรุนแรงในทุกรูปแบบ



    “ควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยพลัน แล้วศาลควรให้แกนนำผู้ชุมนุม ทั้งคณะประชาชนปลดแอกก็ดี กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุมก็ดี กลุ่มคณะราษฎร 2563 ก็ดี ได้รับการประกันตัว เมื่อได้รับการประกันตัวแล้ว รัฐบาลสามารถขอความร่วมมือให้ยุติการชุมนุมชั่วคราว แล้วเปิดการเจรจาหารือสานเสวนาเพื่อหาทางออกของบ้านเมืองร่วมกัน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคการลงทุนจะลดลงทันที เนื่องจากศักยภาพและปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยนั้นมีจุดแข็ง คือ เป็นประเทศที่มีการติดเชื้อ โควิดต่ำมาก และจะมีโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนอีกมากในอนาคต”

     

     

    หากเราสามารถร่วมกันเปลี่ยนแปลงให้ประเทศเปลี่ยนผ่านจากระบอบ คสช. หรือระบอบกึ่งเผด็จการ สู่ระบอบประชาธิปไตยอันมี “กษัตริย์” เป็นประมุข ได้อย่างสันติจะเป็นผลดีกับคนไทยทุกคน ไม่มีประชาชนในประเทศนี้คนใด “ชังชาติ” หรือต้องการ “ล้มเจ้า” อย่างที่พยายามใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยปฏิบัติการ IO ที่ใช้เงินภาษีประชาชน หน่วยงานของรัฐต้องหยุดปฏิบัติการดังกล่าว และหากยังปฏิบัติการ IO สร้างความเกลียดชัง หรือส่งเสริมกลุ่มต่างๆ ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อไป หน่วยงานของรัฐพึงสำนึกว่า กำลังทำลายประเทศของเราและทำร้ายประชาชน สร้างความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจต่อชาวบ้าน สร้างความเสี่ยงและความไร้เสถียรภาพให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ

    “การสร้างความเกลียดชังกันในหมู่ประชาชน ทำลายความสงบสมานฉันท์ของคนในชาติ จะนำไปสู่สถานการณ์ลุกลามบานปลายรุนแรงขัดแย้งเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ และยากที่จะควบคุม เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของอารมณ์แห่งความเกลียดชัง ขอให้นึกถึงบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตของไทย ไม่ว่า กรณี 6 ตุลา 19 ก็ดี ไม่ว่า กรณีเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 35 และ 53 ก็ดี หรือบทเรียนในต่างประเทศ เช่น ในรวันดา ในเขมร ก็ดี”


     

    ส่วนทางออกของประเทศนั้น รัฐบาล สมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา ผู้ชุมนุม ประชาชนทุกคน สามารถร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ เปลี่ยนผ่านจากระบอบ คสช. สู่ระบอบประชาธิปไตยอันมี “กษัตริย์” เป็นประมุขได้ด้วยการผลักดันให้เกิดการประชุมวิสามัญ และให้มีการผ่านร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ รวมทั้งร่างของไอลอว์ ในขั้นรับหลักการแล้ว ให้มีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในวาระสามเปิดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ และวางกรอบยุทธศาสตร์ รวมทั้งแนวทางการปฏิรูปประเทศ หลังจากนั้นจัดให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุมชุมนุม 14 ตุลาม็อบ 18 ตุลาข่าวชุมนุมวันนี้ม็อบคณะราษฎรอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 08:57 น.