ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กอร.ฉ. ยันสลายม็อบตามหลักสากล ปัดใช้ "กระสุนยาง-แก๊สนำ้ตา" ยิงใส่มวลชน

    ไทยรัฐออนไลน์16 ต.ค. 2563 23:52 น.
    SHARE

    กอร.ฉ.ยัน "สลายม็อบ" ทำตามขั้นตอน ก.ม.-ยึดหลักสากล เผยใช้น้ำผสมสารเคมีประเภทสี-ผสมแก๊สน้ำตา ไม่อันตรายต่อร่างกาย แค่ระคายเคืองผิวหนัง ยันไม่มีการใช้กระสุนยาง-ยิงแก๊สน้ำตาด้วยเครื่องยิง เตือนผู้ร่วมชักชวนคนมาชุมนุม "เผยแพร่-ส่งต่อ" ทางหนึ่งทางใด ถือว่าผิด ก.ม. ย้ำกำลังเร่งติดตามผู้มีหมายจับติดตัว 

    เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 16 ต.ค.63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) แถลงสถานการณ์การชุมนุม โดย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    โดย พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปฏิบัติตามขั้นตอนหลักสากลอย่างเคร่งครัด มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ชุมนุมฝ่าฝืนจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยมีขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก มีการดำเนินการตามขั้นตอน ใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนตามความจำเป็น และสัดส่วนตามความเหมาะสม เช่น มีการใช้น้ำผสมสารเคมีประเภทสี เพื่อแยกแยะตัวกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อใช้ดำเนินคดีในอนาคต ยืนยันว่าเป็นสารที่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด และมีการใช้สารเคมีผสมน้ำ เพื่อให้ผู้ชุมนุมระงับยับยั้งและล่าถอยออกไป ซึ่งส่งผลให้แสบผิวหนังและร้อนเป็นเรื่องปกติ สามารถใช้น้ำล้างบรรเทาได้ไม่เกิดอันตราย ซึ่งปฏิบัติการช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา มีตำรวจและผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บบางส่วน โดยต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ณ โอกาสนี้

    เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ เพราะพรุ่งนี้ผู้ชุมนุมจะมาอีก พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า มีการดำเนินการหลายมิติ เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยหนึ่งมิติ การบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนสอบสวน ก็ดำเนินการควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว

    "หลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เรามีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนตลอด ถึงข้อห้ามและข้อกำหนดต่างๆ วันนี้แจ้งเตือนประกาศอย่างต่ำ 5 ฉบับ ให้ทราบถึงสิ่งที่พึงกระทำหรือไม่พึงกระทำ หากยังมีผู้ฝ่าฝืนก็คงต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ เราดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดหลักสากลและสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว" พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

    ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายในวันนี้ มีการจับกุมแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมกว่า 7 ราย ขณะนี้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ นอกจากนี้ ทาง กอร.ฉ.ได้ออกประกาศห้ามยานพาหนะไม่ว่าจะเป็นรถเครื่องเสียง รถบรรทุกอาหารเพื่อใช้ในการชุมนุม เมื่อคืนได้ควบคุมตัวคนขับรถเครื่องเสียงพร้อมพวกรวม 7 ราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน จะดำเนินการตามกฎหมายทุกรายและทุกกรณี ส่วน 7 ราย ที่ถูกควบคุมตัวเมื่อคืนนั้น ผัดฟ้องฝากขังศาลแขวงปทุมวันเรียบร้อยแล้ว ยังต้องสืบถึงเจ้าของรถและเจ้าของเครื่องเสียงด้วย เพื่อดำเนินการถึงเจ้าของต่อไป

    "อีกอย่างที่เป็นห่วง คือ เฟกนิวส์ ฝากเน้นย้ำว่าเป็นการกระทำความผิดมาตรา 14 ของ พ.ร.บ.คอมฯ ปี 2560 รู้อยู่ว่าการนำเข้าข้อมูลเท็จ ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ การชักชวนผู้มาร่วมชุมนุม การชุมนุมถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ที่ร่วมชักชวน เผยแพร่ และส่งต่อ ไม่ว่าผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์หรือทางหนึ่งทางใด ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว

    เมื่อถามถึงการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่มีการใช้กระสุนยาง ไม่มีแก๊สน้ำตาด้วยเครื่องยิง แต่มีผสมน้ำตามมาตรฐานสากล ทั่วโลกมีการใช้กันตามปกติ ส่งผลทำให้ระคายเคืองผิวหนังและแสบตาบ้าง แต่ไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด ส่วนการออกหมายจับ "ไมค์ ระยอง" นั้น กำลังเร่งรัดติดตามผู้มีหมายจับหลายราย กำลังออกหมายจับ และทยอยจับเป็นระยะ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุม 14 ตุลา 2563ชุมนุมแยกปทุมวันม็อบชุมนุมสลายชุมนุมคณะราษฎร 2563ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 04:39 น.