บิ๊กโต้ง-พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ เผยเร่งประสานเอกอัครราชทูตไทย ทั่วโลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไทย และเครือข่ายความร่วมมือตำรวจทั่วโลก สืบหาถิ่นที่อยู่ “บอส อยู่วิทยา” หลังอินเตอร์โพลออกหมายแดง รวมทั้งเร่งสอบวินัย 20 ตำรวจบกพร่องทำสำนวน ขณะที่โฆษก ป.ป.ช.รื้อคดีตำรวจช่วย “บอส” พิจารณาใหม่ ยันต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ยังบอกไม่ได้ว่าใครจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาบ้าง

ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้นายวิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตบนถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 3 ก.ย.55 ขณะที่บอสยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ผลตรวจสอบนายวิชาเสนอเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกว่า 10 คน พร้อมให้ ป.ป.ท.เป็นหน่วยงานหลักรับดำเนินการต่อ ขณะที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจสากลให้ออกหมายแดงนายวรยุทธแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.63

ความคืบหน้าในการนำตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยากลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยในข้อหาขับรถชนคนตายและเสพโคเคน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา กล่าวถึงความคืบหน้าสำนวนคดีว่า หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาเสพยาเสพติดประเภทที่ 2 คือโคเคน เมื่อวันที่ 23 ก.ย.63 พนักงานอัยการได้แจ้งคำสั่งฟ้องมายังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ตามขั้นตอน หลังพนักงานสอบสวนรับทราบคำสั่งฟ้อง ได้ทำหนังสือมายังกองการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. จากนั้นขอหมายแดงไปยังตำรวจสากล ประเทศฝรั่งเศส ขณะนี้ตำรวจสากลได้ออกหมายแดงแล้ว ตามหมายแดงเลขที่ A-8289/9-2020 ลงวันที่ 30 ก.ย.63 ทั้งนี้ จะได้ประสานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไทย และเครือข่ายความร่วมมือตำรวจทั่วโลก สืบหาถิ่นที่อยู่นายวรยุทธ นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีการตรวจสอบไปยังระบบยังไม่พบหมายแดง เนื่องจากเป็นระบบของตำรวจสากล อาจจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้หมายแดงเรียบร้อยแล้ว

...

พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจพบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ถึง 20 ราย ได้ส่งรายชื่อตำรวจเหล่านั้นไปยังกองวินัยให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีบกพร่อง พร้อมแจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้ง โดยขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังชี้แจงเข้ามาไม่ครบ สำหรับกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของนายวิชา มหาคุณ ได้รับหนังสือผลสรุปข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ในหลายๆส่วน เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 5,800 กว่าหน้า ผบ.ตร. สั่งการให้กองวินัย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรับเอกสาร อยู่ระหว่างทำให้เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ จากนั้นจะได้นำเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบ.ตร. ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ

วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา มาที่ ป.ป.ช.ว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช. ต้องไปดูสำนวนเดิมที่เคยวินิจฉัยชี้มูลวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจบางรายไปแล้ว วันนี้จะดูทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นว่าอะไรที่ ป.ป.ช.วินิจฉัยชี้มูล แล้วมีพยานหลักฐานใหม่ที่ยังไม่เคยวินิจฉัย เพราะตอนที่ ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปนั้น อัยการสูงสุดยังสั่งฟ้องอยู่ แต่วันนี้เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ต้องดูขั้นตอนการสั่งไม่ฟ้องถูกต้องหรือไม่ และยังมีกระบวนการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯเสนอพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ต้องดูไปพร้อมกัน ต้องดูตั้งแต่ต้นคดี เหตุเกิดที่ไหน อย่างไร ทำสำนวนอย่างไร ส่วนไหนดำเนินคดีได้เพิ่มเติมก็ทำไป เมื่อถามว่า หากรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ นอกจากตำรวจที่ถูกชี้มูลวินัยไปแล้วจะมีคนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายนิวัติไชยกล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน เพราะมีคนเกี่ยวข้องเยอะ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา