ขับรถในกรุงควรรู้? ถ้าไม่อยากโดน "ใบสั่ง" เช็กจุดห้าม "หยุด-จอด" ถนน-ซอย ใน กทม.

ข่าว

    ขับรถในกรุงควรรู้? ถ้าไม่อยากโดน "ใบสั่ง" เช็กจุดห้าม "หยุด-จอด" ถนน-ซอย ใน กทม.

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 ธ.ค. 2563 06:30 น.

    • เช็กจุดห้าม "หยุด-จอด" (ถนน-ซอย) ทั่ว กทม.
    • จุดห้าม "หยุด-จอด" (ถนน-ซอย) ทั่ว กทม. ที่คนขับรถในกรุงควรรู้ 
    • มีผลแล้ว ข้อบังคับจราจร ห้าม "หยุด-จอด" (ถนน-ซอย) หลายพื้นที่ ปี 2563

    ปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังคงเป็นความเดือดร้อนเรื่องใหญ่สุดสำหรับ "คนเมือง" ยิ่งไปกว่านั้นมีการคาดการณ์ว่า ในอนาคตจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 10 ล้านคัน ในปี 2572 ปัจจุบันในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก และมีจำนวนรถยนต์เพิ่มมากขึ้นทุกปี ส่งผลให้ถนนหนทางบางแห่งมีสภาพการจราจรเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดปัญหาการจราจร และความไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในปัจจุบัน ซึ่งทางภาครัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามหาหนทางเพื่อจะทำให้การจราจรใน กทม.สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างสะดวกและไม่ติดขัด จึงทำให้เป็นที่มาของการออกข้อบังคับห้าม "หยุด-จอด" รถในถนนสายต่างๆ ตามตรอกซอกซอย เพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางจราจร และเพิ่มความแออัดบนท้องถนน

    ย้อนดู! จุดห้ามหยุด-จอด "ถนน-ซอย" ใน กทม. ปี 2560

    ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 มีการออกกฎหมาย "ห้ามหยุดและจอดยานพาหนะบนถนนและในซอยทั่วเขตกรุงเทพฯ" ในจุดสำคัญกระจายทั่วพื้นที่ ที่มีการสัญจรพลุกพล่าน ได้แก่

    1.จุดห้ามจอดรถตลอดเวลา "ถนน-ซอย" ดังต่อไปนี้
    1.1 "ถนนชัยพฤกษ์" ตั้งแต่ถนนบรมราชชนนี ถึง ซอยชัยพฤกษ์ 18 ทั้งสองฝั่ง,
    1.2 "ถนนพญาไท" ตั้งแต่ซอยจุฬา 12 ตัดถนนพญาไท ถึง แยกสามย่าน ทั้งสองฝั่ง
    1.3 "ถนนพัฒนาการ" ตั้งแต่ซอยพัฒนาการ 19 ถึง ซอยพัฒนาการ 35 ทั้งสองฝั่ง
    1.4 "ซอยลาดพร้าว 35" ทั้งสองฝั่ง
    1.5 "ซอยลาดพร้าว 41" แยก 7 ทั้งสองฝั่ง  

    2.จุดห้ามจอดรถ ตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. ในถนนและซอย ดังต่อไปนี้
    2.1 "ถนนพัฒนาการ" ตั้งแต่ซอยพัฒนาการ 1 ถึง ซอยพัฒนาการ 19 ทั้งสองฝั่ง
    2.2 "ถนนพัฒนาการ" ตั้งแต่ซอยพัฒนาการ 35 ถึง ซอยพัฒนาการ 49 ทั้งสองฝั่ง

    3.จุดห้ามหยุดหรือจอดรถใน "ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)" คือ ตั้งแต่ปากซอยด้านถนนสุขุมวิทเข้าไประยะทาง 50 เมตร ทั้งสองฝั่ง ห้ามหยุดหรือจอดรถตลอดเวลา ตั้งแต่ระยะ 50 เมตร เข้าไปถึงระยะทาง 200 เมตร ทั้งสองฝั่ง ยกเว้นป้ายหยุดรถโดยสารประจําทาง ห้ามจอดรถตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่ระยะทาง 200 เมตรเป็นต้นไป ทั้งสองฝั่ง และห้ามจอดรถทุกชนิดตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-20.00 น. เว้นวันหยุดราชการ

    4."ถนนพระรามที่ 3 ซอย 7" ทั้งสองฝั่ง ห้ามจอดรถทุกชนิดตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

    5."ถนนตรีเพชร" ตั้งแต่แยกพาหุรัด ถึง แยกเฉลิมกรุง ฝั่งทิศตะวันตก ห้ามจอดรถทุกชนิดตั้งแต่เวลา 06.00-19.00 น. และเวลา 18.00-06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

    6."ซอยฉลองกรุง 29" ห้ามจอดรถฝั่งทิศเหนือ (จากปากซอยเข้าไปด้านขวามือ) ห้ามจอดรถทุกชนิด ตลอดเวลา ฝั่งทิศใต้ (จากปากซอยเข้าไปด้านซ้ายมือ) ห้ามจอดรถทุกชนิดตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-20.00 น.

    เช็ก 7 จุดใหม่ ห้ามหยุดจอด "ถนน-ซอย" กทม. ปี 2563

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2563 "เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา" ได้เผยแพร่ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่า "ด้วยการห้ามหยุดหรือจอด และการกำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถ ในถนนหรือซอย พ.ศ.2563" มีถนนและซอยไหนบาง "เช็กดู" กันเลย!!!

    1.ห้ามหยุดหรือจอดรถทุกชนิดใน "ซอยวังหลัง 1" ตั้งแต่ปากซอยวังสวนมังคุด ถึง แยกตัดซอยอรุณอมรินทร์ 20 ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา
    2."ถนนลาดกระบัง" ตั้งแต่แยกกิ่งแก้ว ถึง คลองตาพุก ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น.
    3."ถนนท้ายวัง" ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.
    4."ซอยรามอินทรา 39 แยก 26" ทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา
    5."ซอยอินทามระ 3" ในระยะ 50 เมตร จากปากซอยทั้งสองฝั่งตลอดเวลา และพ้นระยะ 50 เมตร จากปากซอยสลับฝั่งวันคู่และวันคี่ ตลอดเวลา
    6."ซอยลาดพร้าว 3" ในระยะ 180 เมตร จากปากซอยทั้งสองฝั่ง ตลอดเวลา
    7."ถนนท้ายวัง" ยกเลิกการเดินรถทางเดียว ให้รถวิ่งสวนทางกันได้

    ดูอัตราโทษที่อาจได้รับจากการฝ่าฝืน "จอด" ในที่กำหนด 

    ตามกำหนดและกฎหมายที่ออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับ "อัตราโทษปรับ" กรณีผู้ขับขี่จอดรถยนต์ในสถานที่และเวลาห้ามจอดนั้น จะอยู่ที่ปรับไม่เกิน 500 บาท แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรถและการจอดรถของผู้ขับขี่แต่ละคนว่าได้มีการทำผิดกฎหมายข้ออื่นร่วมด้วยหรือไม่ ถ้ามีความผิดข้ออื่นร่วมด้วยก็อาจจะเสียมากกว่าเดิม ซึ่งข้อกฎหมายที่นอกเหนือจากการจอดรถในที่ห้ามจอดแล้วนั้น ผู้ขับขี่ยังสามารถโดนข้อหาอื่นได้ ประกอบด้วย

    •นำรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงมาขับขี่ มีค่าปรับไม่เกิน 500 บาท
    •นำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาขับขี่ มีค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท
    •ใช้รถที่ไม่เสียภาษีประจำปีมาขับขี่ มีค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    •ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี มีค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    •หยุดหรือจอดรถในลักษณะที่กีดขวางการจราจร มีค่าปรับไม่เกิน 500 บาท
    •หยุดรถตรงปากทางเข้า-ออกของอาคารโดยไม่มีเหตุอันควร มีค่าปรับไม่เกิน 500 บาท
    •จอดรถในทางร่วมทางแยก หรือภายในระยะ 10 เมตร มีค่าปรับไม่เกิน 500 บาท
    •จอดรถภายใน 15 เมตรก่อนถึงป้ายจอดรถโดยสารสาธารณะ และเลยเครื่องหมายไป 3 เมตร ค่าปรับไม่เกิน 500 บาท 

    นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ขับขี่ที่ทำผิดด้วย ซึ่งทางที่ดีที่สุดของผู้ขับขี่ในการหลีกเลี่ยงไม่ให้โดน "ใบสั่ง" คือ การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยการนำรถไปจอดยังที่จอดรถในสถานที่ต่างๆ หรือจอดในเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาในการโดนแจ้งข้อหา ลดปัญหาการจราจรหนาแน่น-สะสม และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย

    เขียนโดย : หงเหมิน
    กราฟิก : Varanya Phae-araya
    ขอบคุณข้อมูลจาก : rabbitfinance

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ห้ามจอดรถเช็กจุดห้ามจอดรถจราจรจอดรถรถยนต์กทม.ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 06:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์