ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถอดยศ "เชาวริน" ติดคุกคดีโกง พร้อม 9 ตํารวจ "พ.ต.อ.สุพัฒน์" ก็โดนด้วยคน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ต.ค. 2563 05:05 น.
    SHARE

    ราชกิจจานุเบกษาประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 10 นาย “ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ” ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีฉ้อโกงเงินกว่า 11 ล้านบาทบริษัทปูนซีเมนต์สัญชาติเขมร ส่วน “หมอสุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ” ต้องคดีอาญาค้ามนุษย์และฆ่าฝังคนงานชาวพม่า ฎีกาพิพากษาโทษถึงประหารชีวิต

    เมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตํารวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศอดีตข้าราชการตำรวจ ออกจากยศตำรวจตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ข้อ 1 (2) (4) และ (6) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) (4) และ (8) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 จำนวน 10 ราย ดังนี้

    ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักย์ศิริ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2557 ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากกระทําความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์ มงกุฎไทย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ

    มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2562 ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักย์ศิริ อดีต รมช.ศึกษาธิการ เป็นเวลา 2 ปี คดีฉ้อโกงเงินค่าสั่งซื้อปูนซีเมนต์บริษัทสัญชาติกัมพูชากว่า 11 ล้านบาท มีหลักฐานว่าเปลี่ยนแปลงข้อมูล ใบสำคัญเก็บเงินค่าสินค้าใหม่ เป็นโอนเงินเข้าบัญชีสมาคมวัฒนธรรมวิถีพุทธสุไทย-จีนที่ตัวเองเป็นนายกสมาคมฯ หลังจากนั้นโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง นอกจากถูกจำคุกแล้วยังต้องจ่ายเงิน 11,428,308.40 บาท คืนแก่บริษัท บี.พี.ซี.ฯโจทก์ร่วมด้วย

    พ.ต.อ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2558 เป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยกระทําผิดอาญาฐานร่วมกันลักทรัพย์ และเรียกคืนเครื่องราช อิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์ มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือกและเหรียญจักรมาลา

    มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2558 ศาลจังหวัดเพชรบุรี อ่านคำพิพากษาฎีกาคดีค้ามนุษย์และคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา อัยการเป็นโจทก์ร่วมกับแรงงานชาวพม่า 3 คนฟ้อง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงาน ของคนต่างด้าว และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ มีพฤติการณ์ค้ามนุษย์ บังคับแรงงานชาวพม่า 3 คน โดยยึดบัตรและเอกสาร รวมทั้งข่มขู่ให้จำเป็นต้องทำงาน หากหลบหนีจะแจ้งความดำเนินคดีนำตัวกลับมาทำงานในไร่อีก พิพากษาสั่งจำคุก 8 ปี 9 เดือน พร้อมชำระค่าสินไหมทดแทนรวม 9 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีคดีฆ่านายอีต้าร์ แรงงานชาวพม่านำศพไปฝังในไร่ ศาลจังหวัดเพชรบุรี อ่านคำพิพากษาฎีกาเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2558 ให้ประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และนายเอก เลาหะวัฒนะ ลูกชาย คนโต ส่วนนายอัคร เลาหะวัฒนะ ลูกชายคนเล็ก ขณะเกิดเหตุยังเป็นเยาวชนลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี 3 เดือน

    ร.ต.ท.วันชนะ ผลพลังกุล ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.2549 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีกระทําผิดอาญาฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

    พ.ต.ท.สมเกียรติ ทองสอาด ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์อันมิควรได้ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

    ร.ต.ท.สุชาติ สุดบุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์เป็นข้าราชการจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์ มงกุฎไทยและเหรียญจักรมาลา

    พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2558 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่นและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

    พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.2558 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่นและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และจตุรถาภรณ์ช้างเผือก

    พ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2558 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

    พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.2559 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ กระทําการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กระทําหรือละเว้นการกระทําใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ ช้างเผือก และจตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

    พ.ต.อ.เอกนรินทร์ ภุมม์สิมมานนท์ ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากกระทําผิดอาญาฐานลักทรัพย์และทําร้ายร่างกาย และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ ช้างเผือก จตุรถาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญราชการชายแดน ทั้งนี้ อดีตข้าราชการตํารวจทั้ง 10 รายดังกล่าว เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว ประกาศ ณ วันที่ 24 ส.ค.2563 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ตำรวจถอดยศตำรวจเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชกิจจานุเบกษาข้าราชการทุจริตข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 12:48 น.