ฝ่ายรักษาความปลอดภัยม็อบนศ. แฉมวลชนหลายพื้นที่เริ่มถูกเจ้าหน้าที่กดดันไม่ให้เข้าร่วมชุมนุมใหญ่ ทั้งผู้ประกอบการเวที รถโดยสารโดนหมด คาดก่อนวันจริงจะยิ่งบีบหนักถึงขั้นขัดขวาง เผยแผนตั้งเวทีในจุดที่ถูกบล็อก หรือหน้าศาลากลางจังหวัดแทน ส่วนวันที่ 19 ก.ย. เตรียมใช้เวทีรถเคลื่อนที่เป็นเวทีหลักในสนามหลวง มั่นใจคนล้นทะลักจนต้องปิดราชดำเนินใน วอนเจ้าหน้าที่อย่าสกัดกั้น เพราะผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น เข้าทำนอง “วัวน้อยที่ไม่กลัวเสือ”
วันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะที่ปรึกษากลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ด้านการรักษาความปลอดภัยและการบริหารพื้นที่ ว่าเริ่มได้รับข้อมูลมาจากหลายพื้นที่ว่า ได้มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาสอบถามพูดคุยกับผู้ให้บริการรถโดยสาร ตลอดจนบุคคลที่เป็นแกนนำมวลชน ซึ่งเจ้าหน้าที่มุ่งเป้าไปที่อดีตผู้สมัครพรรค ส.ส.และทีมงานของอนาคตใหม่เป็นหลัก ลักษณะเหมือนเริ่มกดดันทางอ้อม
ส่วนอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการชุมนุมทั้งเวที เครื่องเสียง รถห้องน้ำ ผู้ประกอบการเริ่มถูกกดดันจนมีความกังวล เชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเข้ากดดันเต็มรูปแบบก่อนชุมนุม 1 วัน เพื่อให้หาอุปกรณ์เวทีเครื่องเสียงไม่ทัน จึงอยากสื่อสารไปยังทุกภาคส่วนว่า หากการเดินทางถูกสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง ก็ไม่ต้องเข้ามา กทม. ขอให้ตั้งเวทีที่ศาลากลางจังหวัด ถ้าถูกสกัดระหว่างเดินทางก็ให้ตั้งเวทีตรงจุดสกัดเช่นกัน แล้วให้ประชาสัมพันธ์ประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมชุมนุมด้วย
แกนนำม็อบ กล่าวว่า สำหรับมวลชนที่จะเข้าร่วมขณะนี้ประเมินไว้ว่า ไม่น่าต่ำกว่าการชุมนุมวันที่ 16 ส.ค. หรือราว 4 หมื่นคน ที่สำคัญจะมีความหลากหลายมากกว่า เดิมเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ร้อยละ 70 ครั้งนี้จะมีคนเสื้อแดงเก่า และกลุ่มที่มาจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมในอัตราในส่วน 50-50 ซึ่งจะเท่ากับต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดของสนามหลวง ในส่วนการบริหารพื้นที่ชุมนุมพื้นที่ปิดธรรมศาสตร์ไม่น่ามีปัญหา แต่พื้นที่เปิดคือสนามหลวงจะยาก เพราะเปิดโล่งทุกทาง
...
"เบื้องต้นมีการประกาศรับสมัครมวลชนอาสาเข้ามาทำหน้าที่การ์ด ตัวเลขในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 200-300 คน และอาจเพิ่มอีกในวันจริง ทั้งหมดจะต้องลงทะเบียนด้วยสำเนาบัตรประชาชนเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ป้องกันการแทรกซึมของมือที่สาม ส่วนการประสานกับเจ้าหน้าที่เป็นหน้าที่ของ นศ. เชื่อว่าขณะนี้รอการเจรจาเปิดทางให้เข้าพื้นที่ใน มธ.ก่อน"
นายปิยรัฐ กล่าวว่า ในวันชุมนุมใหญ่นั้น เมื่อสามารถตั้งเวทีใน มธ.ได้เสร็จแล้ว จะใช้พื้นที่ป้ายรถเมล์ฝั่งสนามหลวงตรงข้าม มธ. ในการตั้งกองงานมวลชนอาสา กองพยาบาล และกองอำนวยการ ที่จากนั้นก็จะตั้งเวทีภายในท้องสนามหลวง โดยเป็นเวทีปราศรัยแบบรถเคลื่อนที่สามารถตั้งได้ทุกจุด แต่จะหันหน้าไปทิศไหนต้องดูความเหมาะสมหน้างานก่อน ในส่วนนี้อาจจะต้องขอเจ้าหน้าที่ใช้พื้นผิวบนถนนราชดำเนินในรอบสนามหลวงกรณีที่มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเข้าร่วมจำนวนมากเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม ในช่วงกลางคืนที่จะต้องมีการปักหลักค้างแรมเวทีอาจรันไปถึงราวตี 3 และอาจจะต้องให้ผู้เข้าร่วมได้นอนพักเอาแรงด้วย
"ส่วนการเคลื่อนขบวนมวลชนไปทำเนียบในช่วงเช้าวันที่ 20 ก.ย. ตอนนี้มีความกังวลจุดเดียวคือ คาดว่าจะมีการตั้งด่านสกัด โดยเฉพาะแถวเชิงสะพานมัฆวาน แต่ก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว จะต้องผ่าด่านก็จะมีทีมการ์ดและทีมเจรจาแนวหน้าที่ผ่านการซักซ้อมกันมาเป็นผู้ทำหน้าที่นี้ แล้วให้มวลชนเป็นแนวหลัง โดยใช้วิธีสันติที่สุด แต่ถ้าสุดกำลังไม่สามารถฝ่าไปได้ก็คงจะปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณนั้น จึงขอบอกไปยังเจ้าหน้าที่ว่าเรายืนยันไปแค่ทำเนียบ เสร็จภารกิจการยื่นข้อเรียกร้องก็จะกลับ ยิ่งลิดรอนสิทธิ์สกัดกั้น ม็อบนี้จะยิ่งยืดเยื้อและมวลชนก็จะมาสมทบ ความโกลาหนก็จะมากขึ้น อาจถึงขั้นต้องตั้งเวทีกลางถนนข้ามคืน หรืออาจมีการเปลี่ยนสถานที่ไปที่อื่นก็ได้ จึงไม่ควรสร้างเงื่อนไขใดๆ ยิ่งถ้ามีการสลายการชุมนุมไม่ว่าด้วยวิธีไหน แน่นอนเราจะไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้เพราะไม่มีอาวุธ แต่ให้ลองคิดว่าถ้ายิ่งถ้าแกนนำไม่อยู่เพราะถูกจับ ม็อบนี้จะไม่สามารถควบคุมได้อย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ใช่ม็อบจัดตั้ง ที่สำคัญคนที่มาร่วมเป็นวัยรุ่น เหมือนวัวน้อยไม่เคยกลัวเสือ ระวังจะเป็นการวิ่งเข้าปะทะ กลายเป็นการจลาจลแบบม็อบแบบฮ่องกงที่บานปลายแบบจบไม่ลง”.