“โควิด-19” ยังป่วนโลกไม่เลิก ยอดคนติดเชื้อรวมทะลุไป 27 ล้านคน ตายกว่า 8.8 แสนคน โดยอินเดียทำนิวไฮติดเชื้อวันเดียวกว่า 9 หมื่นคน ส่วนไทยเจอผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 6 คน เดินทางมาจาก 3 ประเทศ เป็นคนไทย 5 คน ต่างชาติ 1 คน ส่วนเคสผู้ต้องขังชายติดโควิด-19 ยังดีไม่พบผู้ใกล้ชิด-กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม และรอประสานเกาหลีใต้ หลังระบุพบชายบินกลับจากไทย ตรวจเจอเชื้อโควิด-19 ขณะเดียวกัน หลายจังหวัดคุมเข้มตามแนวชายแดน หลังต่างด้าวพยายามลอบเข้าไทยต่อเนื่อง

ไทยยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) จากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การพบผู้ต้องขังชาย-ดีเจผับดังติดเชื้อโควิด-19 แม้ยังตรวจไม่พบเชื้อในผู้ใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยง แต่ก็ยังไม่มีคำตอบว่าติดเชื้อมาจากไหน

พบผู้ติดเชื้อมาจาก 3 ประเทศ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดโรคโควิด-19 วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 6 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทั้งหมด แยกเป็นคนไทย 5 คน และชาวต่างชาติ 1 คน ได้แก่ มาจากสหรัฐอเมริกา 2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 46 ปี และ 83 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 31 ส.ค. 2563 เข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่กรุงเทพมหานคร ผลพบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก วันที่ 4 ก.ย. 2563 ทั้ง 2 รายไม่มีอาการ ส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร และเดินทางมาจากสิงคโปร์ 3 ราย เป็นชายไทย อายุ 43 ปีและ 56 ปี อาชีพรับจ้าง และอายุ 53 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางถึงประเทศ ไทย วันที่ 4 ก.ย.2563 ได้รับคัดกรองอาการที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พบว่ามีประวัติเคยป่วยด้วยโรคโควิด-19 ก่อนเดินทางกลับมาประเทศ ไทย จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลพบสารพันธุกรรมโควิด-19 ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดฉะเชิงเทรา 2 ราย และจังหวัดสมุทรปราการ 1 ราย

ต่างชาติติดเชื้อเข้ามาอีก 1

ส่วนรายที่ 6 เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร เป็นชายชาวฝรั่งเศส อายุ 46 ปี อาชีพครูสอนภาษาในโรงเรียนเอกชนเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 1 ก.ย.2563 เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) ที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก วันที่ 4 ก.ย. 2563 ไม่มีอาการ ส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วย กลับบ้านได้ 2 ราย จึงมีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,281 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.27 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 105 ราย หรือร้อยละ 3.05 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,444 ราย

ยังไม่พบกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม

ส่วนกรณีผู้ต้องขังชายติดเชื้อโควิด-19 นั้น นพ.โสภณกล่าวว่า ระหว่างวันที่ 4-5 ก.ย. ทีมสอบสวนโรคได้ติดตามและตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดกับผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ทั้งที่พักอาศัยและร้านอาหาร 3 แห่ง ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ได้แนะนำให้ทุกคนกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการอยู่ที่ บ้านเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่พบผู้ต้องขังรายนี้ครั้งสุดท้าย และหากป่วย มีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ หรือจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบไปโรงพยาบาลของรัฐเพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำ และเข้าสู่ระบบการรักษาทันทีแม้ว่าขณะนี้ยังไม่พบรายงานการติดเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัส แต่ขอให้ประชาชนยังคงรักษามาตรการป้องกันตัวเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆหลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูก ปาก เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัด คนรวมกันจำนวนมาก รับประทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัส และแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น ที่สำคัญคือลงทะเบียนเข้า-ออก สถานที่ที่ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง เพราะเมื่อพบผู้ติดเชื้อจะง่ายต่อการติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังอาการ และควบคุมโรคต่อไป

เมียนมาพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรครายงานสถานการณ์ประเทศแถบอาเซียน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มหลายพันคน คือ 2,498 คน และ 3,128 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมของทั้งสองประเทศนี้อยู่ที่ 234,570 คน และ 190,665 คน ตามลำดับ ขณะที่ เมียนมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 82 คน รวมยอดสะสม 1,253 คน สิงคโปร์ ติดเชื้อเพิ่ม 34 คน ยอดติดเชื้อ สะสม 56,982 คน มาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 9,391 คน ส่วนเวียดนาม, กัมพูชา, บรูไน และลาว ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมคงอยู่ที่ 1,049 คน, 274 คน, 145 คน และ 22 คน ตามลำดับ

เกาหลีเจอคนติดเชื้อจากไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนกรณีเว็บไซต์ สธ.เกาหลีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางกลับจากไทยเมื่อวันที่ 4 ก.ย.เป็นชายชาวเกาหลีใต้ อายุ 50 กว่าปี เข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 หลังจากลงเครื่องที่สนามบินนานาชาติอินชอนในวันเดียวกัน ต่อมาวันที่ 5 ก.ย.ผลตรวจออกมาเป็นบวก คือติดเชื้อ และขณะนี้กำลังตรวจเพิ่มเติมและกักกันโรคอยู่นั้น พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมควบคุมโรคได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลรายละเอียดต่างๆจากทางเกาหลีตามระบบอีกครั้ง

ผบ.ตร.สั่งเข้มงวดชายแดน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปกำชับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยย้ำสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่มีพรมแดนติดกับชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกพื้นที่ ให้ประสานการทำงานร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติของการป้องกันโรค ตามคำสั่ง ศบค.อย่างเคร่งครัด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทั้งช่องทางจุดผ่านแดนถาวร, จุดผ่อนปรนทางการค้า, จุดผ่อนปรนพิเศษ และช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน สืบสวนหาข่าว การกระทำในลักษณะเป็นขบวนการนำพา เป็นนายหน้า และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกราย หากประชาชนพบเบาะแสหรือมีข้อมูลการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือขบวนการลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หมายเลข 1599 หรือสายด่วนแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จีนหนีโควิดว่ายข้ามแม่น้ำเมย

ส่วนการสกัดกั้นต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองไทย น.ส.ศิริพร สอนไว ปลัดอำเภอแม่สอด จ.ตาก นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 และตำรวจ สภ.แม่สอด เดินเท้าตรวจลาดตระเวนพื้นที่จุดล่อแหลมท่าข้ามธรรมชาติริมแม่น้ำเมย ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา หมู่บ้านแม่-ตาวดอนชัย หมู่ 6 ต.แม่ตาว พบชายชาวจีน 5 คน ลักลอบข้ามแม่น้ำเมยซ่อนตัวในป่ารกทึบ จึงนำตัวทั้งหมดไปตรวจคัดกรองโรค ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด สอบถามทั้งหมดอ้างว่าเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ทำงานอยู่ในบ่อนกาสิโนในเมียนมา และถูกบังคับให้ทำงานหนักประกอบกับกลัวการระบาดโควิด-19 ตัดสินใจว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเมยขึ้นฝั่งไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ

สวนผึ้งปิดล้อมตรวจต่างด้าว

ที่ จ.ราชบุรี มีพื้นที่ติดต่อกับเมียนมา นายชนันต์ อินทรักษ์ ปลัดอาวุโส อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นำกำลังชุดพิทักษ์สวนผึ้ง เข้าปิดล้อมตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 ต.ท่าเคย เพื่อตรวจสอบแรงงานต่างด้าวอาจลักลอบเข้าพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 10 คน ควบคุมตัวตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พบมีแรงงาน 2 คน ใบอนุญาตขาด จึงบันทึกไว้และให้นายจ้างนำเอกสารการต่อใบอนุญาตมายืนยันที่ อ.สวนผึ้ง ภายในวันที่ 8 ก.ย. หากไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ นายชนันต์ เปิดเผยว่า นำกำลังตรวจสอบตามสถานประกอบการต่างๆ เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจาก อ.สวนผึ้ง มีชายแดน ติดประเทศเมียนมา กำลังมีการแพร่ระบาด ต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด

เขมรผวาระลอก 2 แอบมุดรั้วกลับ

วันเดียวกัน ร.ต.ธิติวุฒ ยีนุช ผบ.ร้อย ทพ.1201 สนธิกำลัง พ.ต.ท.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา รอง ผกก.ป.สภ.คลองลึก พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ออกลาดตระเวนป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายบริเวณช่องทางธรรมชาติท้ายตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ พบชาวกัมพูชา 13 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 1 คน กำลังเดินลัดเลาะตามรั้วลวดหนามแนวชายแดน เตรียมจะมุดรั้วกลับประเทศกัมพูชา สอบถามทั้งหมดอ้างว่าเป็นแรงงานที่ตกค้างอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อมามีข่าวลือว่ามีการระบาดรอบ 2 ในกรุงเทพฯ ต้องการเดินทางกลับประเทศ เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าสู่การตรวจคัดกรองที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 จุดตรวจ อ.20 ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ พร้อมประสานฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา นำตัวแรงงานกัมพูชาทั้งหมดไปผลักดันกลับประเทศ บริเวณช่องทางอนุโลม ริมชายแดนตรงข้าม อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ต่อไป

บินเข้าไทย 3 ไฟลท์ 444 คน

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจรับคนไทย และชาวต่างชาติเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 3 เที่ยวบินจากสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย รวม 444 คน พบผู้โดยสารมีไข้สูง 2 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนที่เหลือนำเข้าสถานกักกันที่รัฐกำหนดใน กทม. จ.สมุทรปราการ นนทบุรี และชลบุรี

ทั่วโลกติดเชื้อแล้ว 27 ล้านคน

สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 27 ล้านคน อย่างเป็นทางการ เสียชีวิตรวมมากกว่า 884,000 คน แต่ก็รักษาหายกว่า 19.1 ล้านคน จุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดอันดับ 1 ของโลกยังคงเป็นสหรัฐอเมริกาที่พบผู้ติดเชื้อรวมกว่า 6.43 ล้านคน เสียชีวิตรวม 192,820 คน ตามด้วยอันดับ 2 ของโลก บราซิล พบผู้ติดเชื้อ รวมกว่า 4.12 ล้านคน เสียชีวิตรวม 126,230 คน

อินเดียติดเชื้อวันเดียว 9 หมื่นกว่า

ส่วนอินเดีย ที่พบยอดผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 3 ของโลกนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ยอดผู้ติดเชื้อในวันเดียวในประเทศได้พุ่งสูงทำสถิติถึง 90,632 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมกลายเป็น 4.11 ล้านคน เสียชีวิตรวม 70,704 คน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะทำให้ประเทศอินเดียมียอดผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลกแซงหน้ายอดติดเชื้อรวมของบราซิลอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ก.ย.กระนั้น ทางการอินเดียชี้แจงด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับการรักษาหายมีถึง 3.2 ล้านคน

มะกันอาจตายเกินครึ่งล้าน

นอกจากนี้ ที่สหรัฐอเมริกา สถาบันด้านสุขภาพประจำมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดจากข้อมูลล่าสุดรอบใหม่ พบว่ามีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศจะพุ่งสูงถึง 410,000 คน ภาย ในวันที่ 1 ม.ค.2564 หมายความว่าในช่วง 4 เดือนจากนี้ จนถึงปีใหม่ จะมีชาวอเมริกันเสียชีวิตถึง 224,000 คน และเตือนว่าหากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการป้องกัน และใช้แนวคิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) หรือปล่อยให้ติดเชื้อกันตามธรรมชาติเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันด้วยตัวเอง อาจทำให้ยอดเสียชีวิตรวมในสหรัฐฯพุ่งสูงถึง 620,000 คน โดยสถานการณ์จะเลวร้ายที่สุดในช่วงเดือน ธ.ค. อาจมีผู้เสียชีวิตวันละเกือบ 3,000 คน

ต่ออายุล็อกดาวน์เมลเบิร์น

ด้านสถานการณ์ในออสเตรเลีย นายแดเนียล แอนดรูว์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ได้ประกาศขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ เคอร์ฟิวห้ามออกจากเคหสถานหลัง 21.00 น. จำกัดจำนวนการรับคนนอกครอบครัวในที่พักอาศัย ภายในเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย จากเดิม 13 ก.ย. ไปเป็นวันที่ 28 ก.ย. หลังประเมินสถานการณ์ยังไม่น่าพึงพอใจ พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 63 คน ก่อนหน้านี้ทางการออสเตรเลียเคยระบุว่า จะผ่อนคลายมาตรการก็ต่อเมื่อยอดผู้ติดเชื้อรายวันเหลือหลักหน่วยหรือหลักสิบต้นๆ

บ.จีนทดสอบวัคซีนกับพนักงาน

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 อ้างการเปิดเผยของนายหยิน เหว่ยตง กรรมการผู้จัดการบริษัทเวชภัณฑ์ซิโนแวก ไบโอเทคของจีน ระบุว่าทางบริษัทจีนได้ฉีดวัคซีนรุ่นทดสอบในขั้นตอนสุดท้าย หรือเฟส 3 ให้แก่พนักงานของบริษัทกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ยืนยันว่าฉีดวัคซีนนี้ให้เฉพาะพนักงานที่สมัครใจเท่านั้น และเป็นการปฏิบัติตามโครงการฉีดวัคซีนกรณีฉุกเฉินของรัฐบาล เพื่อไม่ให้กระบวนการผลิตวัคซีนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัส ส่วนบริษัทเวชภัณฑ์ซาโนฟีของฝรั่งเศส เผยว่าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ของบริษัท จะมีราคาไม่เกิน 10 ยูโร หรือประมาณ 370 บาท ขณะที่บริษัทเวชภัณฑ์แอสตราเซเนกาของอังกฤษ ราคาประมาณ 2.5 ยูโร หรือราว 92 บาทต่อ 1 โดส