ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อ้าง อี้-แทนคุณ ตุ๋นร่วมทุน 39 ล้านบาท ขายบ่อนกาสิโน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ก.ย. 2563 05:05 น.
    SHARE

    ตุ๋นเปื่อย 39 ล้านบาท นักธุรกิจวัย 60 ปี หอบหลักฐานมอบตำรวจกองปราบฯ หลังถูกสามีภรรยาสุดแสบกุเรื่อง ได้รับมรดกบ่อนกาสิโนจากเจ้าของชาวตุรกี 6 สาขา ต้องการขายแต่ขาดค่าดำเนินการ หากออกเงินให้ก่อนจะแบ่งให้ 3 หมื่นล้านบาท เหยื่อหลงเชื่อเลยโอนเงินไปกว่าพันครั้ง รวม 39 ล้านบาท ขณะที่ “อี้-แทนคุณ จิตต์อิสระ” เดินทางมาด้วยเพราะถูกอ้างชื่อเป็นนอมินี บริหารบ่อน ทั้งๆที่ไม่เกี่ยว

    ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ก.ย. นายแทนคุณ หรืออี้ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวิโรจน์ (นามสมมติ) อายุ 60 ปี นักธุรกิจจัดจำหน่าย-นำเข้าเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ไฟฟ้ารายใหญ่ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ รอง สว.กก.1 บก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่ถูกนายไพบูลย์ จตุรานนท์ และ น.ส.วัลยา วิทยถาวร สองสามีภรรยา นักธุรกิจส่งออกจิวเวลรีและเครื่องเงิน กระทำความผิดฐานฉ้อโกงหลอกให้นำเงินมาร่วมลงทุนเป็นค่าดำเนินการซื้อ-ขายธุรกิจบ่อนกาสิโน สูญเงินไปกว่า 39 ล้านบาท โดยนำเอกสารการโอนเงินมามอบให้เป็นพยานหลักฐานเพิ่มเติม

    นายวิโรจน์เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเมื่อปี 58 นายไพบูลย์และ น.ส.วัลยา สองสามีภรรยา ลูกค้าที่เช่าอาคารพาณิชย์ของตนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มานานหลายปี กุเรื่องได้รับมรดกเป็นบ่อนกาสิโนจากเจ้าของชาวตุรกีที่เสียชีวิตไปแล้ว มีทั้งหมด 6 สาขา ไปขายต่อให้นายทุนต่างชาติราคา 6 หมื่นล้านบาท หากตนนำเงินมาร่วมลงทุนเป็นค่าดำเนินการ จนการซื้อ-ขายเสร็จสิ้นจะได้ส่วนแบ่งกว่า 3 หมื่นล้านบาท ทั้งคู่อ้างการดำเนินการเกี่ยวกับมรดกครั้งนี้ จำเป็นต้องใช้เงินเป็นค่าดำเนินการจำนวนมากและยืนยันไม่มีปัญหาแน่นอนเพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง บุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคนคอยช่วยเหลือ ด้วยความที่รู้จักสามีภรรยาคู่นี้มานานกว่า 16 ปี ประกอบกับทั้งคู่มีธุรกิจที่มั่นคง จึงหลงเชื่อทยอยโอนเงินให้รวม 1,026 ครั้ง เป็นเงินกว่า 39 ล้านบาท

    นายวิโรจน์กล่าวต่ออีกว่า กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเริ่มเอะใจ เพราะเวลาผ่านไปกว่า 6 ปีแล้ว เงินที่โอนให้เป็นค่าดำเนินการค่อนข้างมาก แต่ยังไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งตามที่ตกลงกัน จึงทวงถามทั้งคู่แต่ถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเพิ่งขายบ่อนทั้งหมดได้ อยู่ระหว่างขนเงินสดเข้ามาในประเทศ แต่เพราะเงินที่มีจำนวนมากต้องใช้รถขนเงินมากถึง 29 คัน ทำให้ล่าช้าต้องรอไปก่อน ระหว่างนั้นตรวจสอบข้อมูล เกี่ยวกับบ่อนกาสิโน พบเป็นการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงิน จึงเข้าแจ้งความที่กองปราบฯตั้งแต่ช่วงต้นปี 63

    “เงินที่นำไปลงทุนนั้นเป็นเงินออมจากการทำธุรกิจมาทั้งชีวิต มีบางส่วนที่หยิบยืมญาติพี่น้องมา อยากได้เงินก้อนแรกคืน เนื่องจากผมถูกสามีภรรยาคู่นี้ขู่ว่าหากไม่ให้เงินเพิ่ม เงินที่เป็นค่าดำเนินการไปก่อนหน้าทั้งหมดจะสูญเปล่า ผมไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามจนเป็นหนี้สินญาติพี่น้องอีกหลายล้านบาท” นายวิโรจน์กล่าว

    ด้านนายแทนคุณระบุว่า ที่มาเข้าพบตำรวจกองปราบฯด้วยนั้น เพราะถูกนำชื่อไปใช้แอบอ้างว่าเป็นนอมินีบริหารบ่อนด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด รู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากช่วยเหลือนายวิโรจน์ เพื่อประสานงานช่วยติดตามความคืบหน้าทางคดีให้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรวบรวมเอกสารทั้งหมดพร้อมสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่ม เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1อี้ แทนคุณตุ๋นร่วมทุนบ่อนกาสิโนฉ้อโกงนักธุรกิจข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 00:10 น.