ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ฝนถล่มรัฐสภาเจ๊ง นํ้ารั่วท่วมหนักเข้าไปห้องโถง (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ก.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    ระบบกล้องวงจรปิดของ “สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาแห่งใหม่ หวิดเจ๊ง หลังเจอพิษฝนกระหน่ำกรุงหนักมากกลางดึก ทำท่อน้ำรั่ว น้ำไหลท่วมในห้องเซิร์ฟเวอร์สูงถึงเอว เจ้าหน้าที่ลุยน้ำแก้ไขกันโกลาหล “ชวน” ยอมรับอาคารสภาฯต้องแก้ไขหลายจุด ด้านเลขาสภาฯโยนน้ำท่วมเหตุเร่งใช้อาคาร ปัดไม่ได้ปล่อยปละละเลย ด้านการจราจรในเมืองกรุง ถนนหลายสายกลายเป็นคลอง รถราติดหนึบยาวเหยียดน้ำท่วมขังทั้งบนถนนและในตรอกซอกซอย สมุทรปราการนนทบุรี สภาพการจราจรช่วงเช้าอ่วมอรทัยไม่แพ้เมืองกรุง

    รัฐสภาแห่งใหม่ “สัปปายะสภาสถาน” อันสวยงามอลังการ เจอพิษฝนถล่มกรุงกลางดึกวันที่ 1 ก.ย. ส่งผลให้ระบบกล้องวงจรปิดหวิดเสียจากกระแสน้ำที่ไหลท่วมในห้องเซิร์ฟเวอร์ ตึกวุฒิสภา ขณะที่กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองบาดาล การจราจรบนถนนในกรุงเทพมหานครมีเป็นอัมพาตในหลายเส้นทาง

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาใหม่ “สัปปายะสภาสถาน” เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ว่า ภายหลังมีฝนตกกระหน่ำทั่วกรุงเทพฯอย่างหนักในช่วงกลางดึกวันเดียวกันส่งผลให้ท่อน้ำเดรน ที่เป็นท่อระบายน้ำภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ระบบกล้องวงจรปิด ตึกวุฒิสภา ชั้น 1 ฝั่งตรงข้ามกับสำนักงานไปรษณีย์สาขารัฐสภา เกิดรูรั่วขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ทำให้น้ำจากท่อน้ำเดรน ที่อยู่บริเวณเพดานห้อง ไหลท่วมสะสมภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ระบบกล้องวงจรปิดสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับเอว และเริ่มไหลซึมออกมาตามซอกประตูไปตามพื้นที่ด้านนอกห้อง

    เมื่อเจ้าหน้าที่สังเกตเห็น จึงพยายามเปิดประตู แต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงตัดสินใจรีบทุบลูกบิดประตูเปิดประตูห้องทันที เนื่องจากเกรงว่า ระดับน้ำจะท่วมไปถึงแผงวงจรควบคุมกล้องวงจรปิดในรัฐสภา ทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ในห้องทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก ไหลไปท่วมเจิ่งนองทั่วบริเวณพื้นห้องโถงชั้น 1 จนถึงช่วงเช้าที่ข้าราชการมาทำงาน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความทุลักทุเล พนักงานทำความสะอาดต้องเร่งเช็ดพื้นที่เจิ่งนองไปทั่วห้องโถง และขนโพเดียม โซฟาที่ตั้งอยู่บริเวณโถงอาคารหนีน้ำ พร้อมทั้งสั่งปิดลิฟต์บริเวณทางเข้าออกหลักของอาคาร 8 ตัว เนื่องจากเกรงว่า น้ำจะส่งผลต่อการทำงานของลิฟต์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุดรูรั่วบริเวณท่อน้ำเดรนไว้ชั่วคราวแล้ว ก่อนดำเนินการเชื่อมท่อใหม่อีกครั้ง กระทั่งเวลา 09.00 น. สถานการณ์จึงเข้าสู่ภาวะปกติ

    ต่อมาเวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีน้ำท่วมอาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภาได้รับรายงานว่ามีฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 02.00-03.00 น. พบน้ำท่วมเวลา 04.00 น. เมื่อดูจากคลิปวิดีโอมีน้ำท่วมไหลลงเยอะมากจริงๆ โดยนายช่างรายงานว่า ท่อระบายน้ำฝนขนาดใหญ่ที่ต่อลงมาจากชั้น 7 มาชั้น 1 มีรอยแตก สันนิษฐานว่าน้ำฝนพัดเศษอิฐปูนจากชั้น 7 ลงมากระแทกท่อชั้น 1 ที่ต่อเพื่อระบายน้ำสู่ชั้นใต้ดินทำให้ข้องอแตก เกิดน้ำรั่วขนาดใหญ่ และเมื่อเวลา 06.00 น. ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เอาถุงทรายไปปิดช่องระบายน้ำฝนที่ชั้น 7 ขณะนี้ไม่มีน้ำไหลลงมาแล้ว โดยให้สำนักรักษาความปลอดภัย ทำรายงานชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    นายสรศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคุณภาพตัวอาคาร เมื่อเทียบกับงบประมาณก่อสร้าง 2 หมื่นกว่าล้านบาทนั้น สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ปล่อยปละละเลย ปกติอาคารใหม่ทุกแห่งจะทดสอบอาคาร 2 เดือน ก่อนเข้าใช้อาคาร เพื่อซ่อมแซมปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกแห่งพบความไม่สมบูรณ์และดำเนินการแก้ไข แต่อาคารรัฐสภามีความจำเป็นต้องเข้าใช้อาคาร โดยไม่มีการทดสอบเท่าที่ควร แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในเงื่อนไขที่บริษัทก่อสร้างต้องรับผิดชอบภายใน 2 ปี นับแต่วันส่งมอบพื้นที่ ส่วนการตรวจสอบความเรียบร้อยส่วนอื่นๆ เป็นหน้าที่คณะกรรมการตรวจการจ้างงาน ตรวจสอบทุกสัปดาห์อยู่แล้ว ขณะที่ความเสียหายส่วนอื่นๆ นอกจากบริเวณข้องอท่อ อาทิ ลิฟต์หรือฝ้าอาคาร ต้องรอรายงานการตรวจสอบอีกครั้ง

    เวลา 14.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมอาคารรัฐสภาว่า ก่อนอื่นขอชี้แจงอาคารรัฐสภาขณะนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ได้ไปตรวจสอบการก่อสร้างมีความก้าวหน้าพอสมควร ที่ค่อนข้างเรียบร้อยแล้วคือ ห้องทำงานของคณะกรรมาธิการครบสัญญาสิ้นปีนี้จะไม่มีการต่อสัญญาอีก มิเช่นนั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีก ขณะนี้ทราบว่าผู้รับเหมาระดมคนงานกว่า 4,000 คน มาเร่งก่อสร้างให้เสร็จยอมรับว่าอาคารรัฐสภายังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องอยู่มาก ต้องให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะเป็นเรื่องของสัญญา เมื่อครบสัญญาแล้วจะต้องเข้าไปตรวจดูว่ามีจุดใดต้องแก้ไขบ้าง

    ขณะที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ สำนักการระบายน้ำ กทม. ได้รายงานสถานการณ์ฝนตกว่า ตั้งแต่เวลา 02.30 น. ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และฝั่งธนบุรี จนเวลา 07.00 น. ก็เริ่มอ่อนกำลังลงเป็นฝนเล็กน้อยปกคลุมพื้นที่ กทม.ปริมณฑลและเม็ดฝนได้ตกโปรยปรายจนถึงเวลา 10.00 น. ก็เริ่มเบาบางเหลือตกเล็กน้อยปกคลุมบางพื้นที่ พื้นที่ที่มีปริมาณฝนสูงสุด ได้แก่ เขตตลิ่งชัน 153.5 มม.

    จากฝนที่ตกเป็นเวลาหลายชั่วโมงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนนสายหลัก 21 จุดประกอบด้วย 1.ถนนพัฒนาการ ถนนลาดพร้าว บริเวณแยกประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้า ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด และตรงข้ามโรง เรียนสันติราษฎร์ 5 ถนนประชาสงเคราะห์ หน้าตลาดห้วยขวาง ถนนประดิพัทธ์ แยกสะพานควาย ถนนรามคำแหง ตั้งแต่บริเวณซอย 1-5 ถนนประชาราษฎร์สาย 2 แยกเตาปูน ถนนอโศกมนตรี บริเวณหน้าตึกชิโนทัย-ตึกแกรมมี่ ถนนสุขุมวิท 71 บริเวณถนนปรีดีฯ 13-18 ถนนศรีอยุธยา หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ ถนนพัฒนาการ หน้าธนาคารกรุงไทย ถนนเพชรเกษม บริเวณเดอะมอลล์บางแค ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ตั้งแต่บริเวณคลองบางจาก-คลองบางขี้เก้ง ถนนสุขุมวิท ขาออกและขาเข้า แยกบางนา ถนนอิสรภาพ หน้าตลาดพรานนก-คลองมอญ ฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก ถนนเอกชัย ตั้งแต่บริเวณเอกชัยซอย 62-หน้ากระทิงแดงและถนนเลียบคลองภาษีเจริญ ซอย 3-8

    พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวีและการรายงานจากพื้นที่พบว่า ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่กลางคืนจนถึงเช้ามืด ทำให้หลายพื้นที่มีปัญหาน้ำท่วมขังและส่งผลกระทบต่อการจราจร โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการขยายถนน เช่น ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ ถนนพระราม 2 เป็นต้น โดยการจราจรเริ่มมีปัญหาติดขัดตั้งแต่เวลา 07.00 น. และเริ่มคลี่คลายเวลา 09.00 น. ปัญหาส่วนใหญ่มาจากเส้นทางจากนอกเมืองที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ในเมืองพบรถตกค้างบนถนนจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณรถเคลื่อนตัวได้ช้าติดขัดสะสมต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ในเมืองสามารถเคลื่อนตัวได้ ในส่วนของตำรวจจราจรได้กำชับให้ประจำจุดดูแลการจราจรจนกว่าจะเคลียร์รถที่ตกค้างให้หมดจึงถอนกำลังกลับได้

    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีฝนตกหนักทั่วประเทศช่วงดึกต่อเนื่องทำให้มีน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายเส้นทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เน้นให้ประสานการทำงานร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการจราจรกับ บก.จร.-บก.ทล.และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่มีการจราจรหนาแน่น อาทิ ถนนสีลม ถนนพระราม 4 ถนนพระราม 1 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 9 ถนนรามคำแหง ถนนเพชรเกษม และถนนลาดพร้าว ช่วยบรรเทาการจราจรให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเร่งระบายรถอย่างเต็มกำลัง ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลช่องทางจราจร เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง อาทิ กิ่งไม้หัก ต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้าโค่นล้ม

    ช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไทยรัฐได้ตระเวนดูสภาพการจราจรพบว่า ในถนนสายหลักมีน้ำท่วมขังหลายจุด ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องเดินทางไปทำงาน ต้องผจญกับการจราจรติดขัดอย่างหนัก เช่นที่ถนนลาดพร้าวทั้งฝั่งขาเข้าและออกการจราจรติดขัดทั้งเส้นตั้งแต่ 5 แยกลาดพร้าวถึงบางกะปิ และตามซอยต่างๆเช่นซอยลาดพร้าว 64 ที่มีน้ำท่วมเช่นกัน ประกอบกับถนนลาดพร้าวกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าต้องบีบการจราจรจากฝั่งละ 3 เลน ให้เหลือฝั่งละ 2 เลน ทำให้การจราจรติดขัดวินาศสันตะโร รถราจอดนิ่งไม่ขยับแช่อยู่บนถนนเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับถนนราชดำริ จากแยกราชประสงค์ ถึงแยกศาลาแดง มีปริมาณรถที่สะสมมากจนสภาพจราจรติดขัด รวมทั้งฝนที่ยังโปรยปรายลงมา พบมีน้ำรอการระบายเล็กน้อยตามท่อริมถนนช่องทางซ้ายเป็นระยะ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบ ถนนพระราม 1 และถนนพระราม 4 มีรถติดขัดสะสมเช่นกัน

    ส่วนในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เกิดน้ำท่วมขังบนถนนแจ้งวัฒนะหลายจุด จุดแรกฝั่งขาเข้าหน้าบริษัทไซเพรส จำกัด มีน้ำท่วมผิวการจราจรทุกช่องจราจรสูง 10-15 ซม. ระยะทางราว 300 เมตร รถยนต์สัญจรผ่านลำบาก ประกอบกับมีประชาชนเดินทางไปทำงานในตอนเช้า ส่งผลให้การจราจรติดขัดต่อเนื่องไปถึงบนสะพานพระราม 4 ส่วนจุดที่ 2 ใกล้แยกเมืองทองธานี มีน้ำท่วมขัง 2 ช่องจราจร รถเคลื่อนตัวได้ช้า ด้านฝั่งขาออกมีน้ำท่วมขังสูงตั้งแต่ใต้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ ต่อเนื่องไปถึงแยกเมืองทองธานี

    ที่จังหวัดอ่างทอง ที่บริเวณหน้า รพ.อ่างทอง หลังฝนตกหนักมีน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด ระดับน้ำสูงราว 20 ซม. ประกอบกับเครื่องสูบน้ำได้เกิดขัดข้อง ประชาชนที่มาใช้บริการต้องเดินลุยน้ำเข้าออก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งแก้ไขเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำที่ท่วมขังระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเร่งด่วนแล้ว

    นอกจากนี้ ที่จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่รอยต่อกับกรุงเทพมหานคร ฝนตกกระหน่ำอย่างหนักจนทำ ให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในถนนหลายเส้นทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท แยกปู่เจ้าสมิงพราย ถนนเทพารักษ์ แยกสำโรงเหนือ ถนนบางพลี ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางนี้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพราะการจราจรติดขัดหนัก

    ส่วนที่วัดชัยมงคล ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ มีปริมาณน้ำท่วมขังอยู่เต็มพื้นที่วัดเนื่องจากน้ำระบายลงคลองไม่ทัน ขณะเดียวกัน ในช่วงบ่ายมีงานเผาศพ ญาติผู้เสียชีวิตที่นำศพเวียนรอบเมรุตามประเพณี ต้องพากันเดินลุยน้ำอย่างทุลักทุเลในการประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนนำขึ้นเมรุไปฌาปนกิจ ต่อมาในช่วงเย็นน้ำได้ลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติเนื่องจากทางวัดนำเครื่องสูบน้ำมาสูบระบายลงสู่คลองสาธารณะหลังวัด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า 1น้ำท่วมสภารัฐสภาอาคารวุฒิสภาอาคารวุฒิสภาน้ำท่วมท่อระบายน้ำแตกข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 14:18 น.