สลดรถพ่วงบรรทุกปูนทับหัวครูหนุ่มลูกศิษย์สาวตายคู่ 2 ศพ ขณะขี่ จยย.ไปโรงเรียนย่านทุ่งครุ พยานเผยวินาทีชะตาดับ ครูหนุ่มพยายามขี่แซงแต่มีรถกระบะวิ่งสวน เลยชะลอรถกลับเจอแอ่งน้ำท่วมขังถนนเสียหลักล้มเข้าไปใต้ท้องรถพ่วงถูกล้อเหยียบซ้ำตายอนาถ ส่วนคนขับรถปูนรอ มอบตัวรับสารภาพ เห็นแต่เบรกไม่อยู่เพราะรถหนัก
เหตุสลดบนท้องถนนครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 ส.ค. พ.ต.ท.สุรพงษ์ ตั่วเจริญ สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งครุ รับแจ้งเหตุรถบรรทุกชนรถ จยย.มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บนถนนเลียบด่วนพระประแดง แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบริษัท ศรีสุธาโลหะกิจ จำกัด ฝั่งมุ่งหน้าไปถนนประชาอุทิศ เป็นถนน 2 เลนวิ่งสวนกัน พบรถบรรทุกปูนพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนส่วนหัว 70-6791 สระบุรี ลูกพ่วงทะเบียน 70-5561 สระบุรี จอดชิดขอบทางด้านซ้าย มีนายไพรวัลย์ เนียมนุช อายุ 33 ปี คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก ติดเส้นแบ่งช่องจราจรพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำแดง ทะเบียน 3 กถ 1681 กรุงเทพมหานคร สภาพล้มคว่ำตะแคงอยู่ และพบศพ น.ส.ชลธิชา สุขเกษม อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนวัดพุทธบูชา แต่งกายชุดนักเรียน นอนคว่ำหน้า กะโหลกศีรษะแตกมันสมองกระจายเกลื่อน แขนขาผิดรูป ใกล้กันพบศพนายวิภาค เรืองสินจรัสแสง อายุ 35 ปี ครูโรงเรียนเดียวกันตำแหน่งหัวหน้างานแนะแนว นอนคว่ำหน้าในสภาพศีรษะแตกคาอยู่ในหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำ
น.ส.ชลดา สุขเกษม อายุ 19 ปี พี่สาว น.ส.ชลธิชา หลังทราบเรื่องเดินทางมาที่เกิดเหตุเมื่อเห็นร่างของน้องสาวถึงกับร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจตามพร้อมให้การกับตำรวจว่า ทราบเรื่องจากวิน จยย.รับจ้าง รู้สึกตกใจและยังทำใจไม่ได้ เพราะทุกช่วงเช้ายังเห็นน้องแต่งตัวไปโรงเรียนอยู่ทุกวัน ส่วนนายวิภาคเป็นครูที่โรงเรียน สนิทกับน้องสาว ขี่รถ จยย.มารับเพราะเป็นทางผ่าน เพื่อไปโรงเรียนด้วยกันอยู่เป็นประจำ ไม่คิดว่าน้องสาวจะมาจากไปเร็วขนาดนี้
ขณะที่นายไพรวัลย์ให้การว่า ขับรถบรรทุกปูนหนัก 50 ตัน มาจากแพลนท์ปูนย่านพระประแดง กำลังจะไปส่งที่หน้างานในซอยพุทธบูชา 36 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถ จยย.คนตายพยายามจะขี่แซงรถตนขณะนั้นมีรถกระบะวิ่งสวนทางมา และเป็นเลนที่สวนทางมีน้ำขังเป็นระยะยาว รถกระบะส่งสัญญาณไฟสูงไม่ให้แซง ทำให้รถ จยย.เบรกชะลอความเร็วให้รถบรรทุกวิ่งแซงไปก่อน แต่เกิดเสียหลักล้มเข้าใต้ท้องรถช่วงลูกพ่วงล้อหลังทับศีรษะเข้าอย่างจัง ตนมองกระจกหลังเห็นแล้วแต่เบรกไม่ได้เพราะรถหนักมาก หลังเกิดเหตุไม่คิดจะหนีเพราะเข้าใจหัวอกผู้สูญเสีย
เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ พบตรงกับคำให้การของนายไพรวัลย์ จะต้องรอสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุประกอบเพิ่มเติม หากพบว่าเกิดจากความประมาทจะแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต่อไป