“วิชา มหาคุณ” ประธานชุดตรวจสอบคดี “บอส-วรยุทธ” ชุดนายกฯตั้ง ชี้คดีนี้มีการทำสำนวนเท็จ ปิดโอกาสให้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) เปลี่ยนข้อมูลความเร็วรถกลับเป็น 177 กม./ชม. เผยคิวต่อไปเป็นของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลวันที่ 18 ส.ค. ก่อนพิจารณาเรียกตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องรายอื่นมาสอบต่อ ขณะที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับสำเนาสำนวนคดีนี้จากคณะตรวจสอบของอัยการสูงสุดเพื่อรวบรวมหลักฐานแจ้งข้อหาเสพโคเคนกับ “บอส-วรยุทธ” แล้ว
คดี “บอส-วรยุทธ” ขับรถสปอร์ตหรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต ขณะขี่รถ จยย. เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 3 ก.ย.55 ยังเป็นที่จับจ้องของสังคม ในประเด็นการอำนวยความยุติธรรม รวมทั้งการใช้ดุลพินิจของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังมีคำสั่งไม่ฟ้องและไม่มีความเห็นแย้ง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ขณะที่ตำรวจและอัยการที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เริ่มมีมาตรการและแนวทางที่ชัดเจน โดยยึดเรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่าง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 17 ส.ค. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ตร.ในกรณีการดำเนินคดีบอส-วรยุทธ เปิดเผยว่า ผลการประชุมสรุปผลตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดนี้ ส่งไปถึงมือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาคณะกรรมการชี้แจงถึงความบกพร่องเกิดขึ้นตรงจุดไหน ขั้นตอนไหน ส่วนจะมีผู้รับผิดชอบในความบกพร่องครั้งนี้เป็นจำนวนเท่าใด ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ผบ.ตร.ว่าจะสั่งการอย่างไร มีบทลงโทษมากน้อยเพียงใด ในรูปแบบการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาสอบสวน
...
“ก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ลงนามตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ทางกองวินัยของ ตร.จะตรวจทานรายชื่อ ตำแหน่งและข้อหาผู้ที่ตรวจพบความบกพร่อง โดยคณะกรรมการที่ ผบ.ตร. จะแต่งตั้งขึ้นนั้น ทำหน้าที่ขยายผลเพิ่มเติม ไม่ใช่ข้อมูลชุดที่ผมทำเสนอแล้วจะจบแค่เพียงเท่านี้ ถือเป็นการเปลี่ยนถ่ายการตรวจสอบจากชุดของผมไปยังกรรมการชุดที่ ผบ.ตร.จะตั้งขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยังได้อนุมัติขยายเวลาตรวจสอบให้ชุดผมทำงานต่ออีก 7 วัน เพราะยังมีประเด็นและข้อมูลบางส่วนไม่ครบถ้วน โดยในวันที่ 19 ส.ค.จะนำข้อมูลส่วนที่เหลือเสนอต่อ ผบ.ตร. พิจารณาสั่งการตามกรอบเวลา” พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าว
ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ คณะทำงานชุดตรวจสอบตำรวจที่มี พล.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ เป็นประธาน 1 ในชุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน เชิญคณะทำงานของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ไม่มีความเห็นแย้งพนักงานอัยการกรณีสั่งไม่ฟ้องคดีนี้และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี 1 ในพนักงานสอบสวนคดีบอส-วรยุทธ ในขณะนั้นเข้าให้ข้อมูล โดยมีนายวิชา มหาคุณ ร่วมสังเกตการณ์และซักถามโดยใช้เวลานานกว่า 3 ชม.
หลังเสร็จสิ้น นายวิชาเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เชิญคณะทำงานของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน มาให้ข้อมูลเพราะเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ได้ความสรุปตำรวจดูแต่สำนวน แต่ไม่ได้ดูรายละเอียด ไม่ได้เปรียบเทียบกับของเดิมว่ามีความแตกต่างอย่างไร รวมทั้งไม่ได้ดูความเป็นพิรุธ ทำตามสายงาน ทางคณะกรรมการจึงแจ้งในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายสามารถโต้แย้งได้และถ้าข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน หากจะมีความเห็นแย้งก็สามารถสอบเพิ่มเติมอีกได้ แต่ปรากฏว่าไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนี้ยังได้เชิญ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี มาให้ข้อมูล มี ข้อมูลว่าทำไมไปดึงพยานที่เรียกว่าพยานงอกมา 2 ปาก ทั้งที่มีการปฏิเสธไปแล้วโดยอธิบดีอัยการ ศาลอาญากรุงเทพใต้ และอดีตอัยการสูงสุดก็ปฏิเสธว่าหลักฐานไม่เพียงพอจึงได้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งคณะกรรมการได้สอบถามประเด็นเหล่านี้ รวมถึงประเด็นที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) เคยให้ไทม์ไลน์เอาไว้ว่า ใครมาพบ พบกี่คน เป็นใครบ้าง ซึ่ง พ.ต.อ.วิรดล ให้ถ้อยคำแบ่งรับแบ่งสู้ คือบางอย่างก็ยอมรับว่าจริง บางอย่างก็บอกว่าไม่ใช่ เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที หลังจากฟังถ้อยคำของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์เสียก่อน
“ที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในคดีนี้ ก็คือพนักงานสอบสวนไปลงวันที่สอบปากคำ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะไม่ได้สอบในวันที่ 2 มี.ค.59 แต่สอบจริงวันที่ 26 ก.พ.59 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ตรงนี้เขายืนยันแล้ว คณะกรรมการจะดูทุกรายละเอียด ทุกข้อสังเกต ไม่ได้สักแต่ว่าจะสอบไปเรื่อยๆ จะดูแต่ละประเด็นอย่างละเอียด อย่างวันนี้ก็เห็นชัดเจนแล้วถึงความบกพร่องและความเป็นเท็จของการทำสำนวน” นายวิชากล่าว
นายวิชาระบุด้วยว่า ที่ลงวันที่แบบนี้เป็นการลงวันที่เป็นเท็จ พยายามจะทำให้เห็นว่า มีการสอบสวนถึง 2 ครั้ง ใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความระมัดระวังอะไรต่ออะไร แต่ทั้งที่จริงแล้วใช้ช่วงระยะเวลาสอบเพียงครั้งเดียว ซึ่ง พ.ต.อ.วิรดลไม่ได้ยอมรับว่าบกพร่อง แต่ยอมรับลงวันที่ไม่จริง จุดนี้ไม่ต้องไปสืบเจตนาอะไร ซึ่งเขาอ้างเป็นเพราะพนักงานอัยการเร่งรัดมา ก็เลยอยากจะลงวันที่ไว้ล่วงหน้า เผื่อต้องเรียก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์มาให้ถ้อยคำอีกครั้งหนึ่ง มันจะได้สมเหตุสมผล ส่วนการนำพยานงอก 2 ปากใส่ไว้ในสำนวนคดีนั้น พ.ต.อ.วิรดลบอกเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญซึ่งน่าเชื่อถือและเรื่องที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์พยายาม โทรศัพท์มาเพื่อขอเปลี่ยนแปลงเรื่องความเร็วรถให้กลับมาเป็น 177 กม./ชม.เหมือนเดิม ประเด็นนี้ พ.ต.อ.วิรดลบอกว่าเขายุ่งคดีอื่นที่สำคัญจึงตอบไปว่าจบแล้ว ทั้งที่จริงมันไม่จบ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า คนที่บกพร่องคือตำรวจใช่หรือไม่ นายวิชาไม่ตอบแต่ถามย้อนผู้สื่อข่าวมาว่า คนที่ลงวันที่ผิด ใครเป็นคนทำ
“หลังจากสืบพยานที่เกี่ยวข้องแล้ว ผมคงต้องปรึกษาหารือกับคณะทำงาน หลังจากที่สอบ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) เสร็จสิ้น และจะดูอย่างละเอียดว่ามีข้อสังเกตใดหรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็เห็นชัดเจนถึงความบกพร่องและความเป็นเท็จของการทำสำนวน ในวันที่ 18 ส.ค.จะเชิญ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) มาชี้แจงที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนพิจารณาเรียกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องรายอื่นมาสอบต่อ ส่วนเรื่องความปลอดภัยของพยานทั้งหมด ขณะนี้ผมประสานให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดูแลเรียบร้อยแล้ว” นายวิชากล่าวในท้ายสุด
...
ที่ สน.ทองหล่อ เวลา 16.00 น. พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รอง ผกก. (สอบสวน) รรท.ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า หลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนักงานอัยการสูงสุดทำความเห็นเสนออัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาสั่งการให้แจ้งข้อหาเพิ่มกับบอส-วรยุทธ ฐานเสพโคเคนและสอบสวนพยานเพิ่มเติมในเรื่องความเร็วรถ พนักงานสอบสวนเดินทางไปรับสำเนาสำนวนคดีจากคณะตรวจสอบของอัยการสูงสุดตั้งขึ้นมาเมื่อช่วงเช้า เพื่อนำมาตรวจดูว่ามีพยานหลักฐานใดต้องสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนรวบรวมข้อมูลในทุกประเด็นตามที่มีคำสั่งเพื่อรายงานกลับไปภายในวันที่ 20 ส.ค.ตามกรอบเวลา
“การสอบพยานประเด็นความเร็วรถนั้น พนักงานสอบสวนเตรียมนัดหมายวันสอบพยาน 3 ปาก ได้แก่ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคปชป. ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภา วิศวกร ถึงประเด็นการขาดต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์หัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ว่าจะมีผลต่อการให้ความเห็นเรื่องความเร็วรถหรือไม่ สำหรับการดำเนินคดีในข้อหาเสพโคเคนนั้นยังต้องตรวจสอบตามข้อสั่งการของอัยการอีกครั้งว่ามีประเด็นใดที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานบ้างก่อนแจ้งข้อหา” พ.ต.ท.ธนาวุฒิกล่าว
มีรายงานว่าในวันที่ 18 ส.ค.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) จะเรียกประชุมคณะกรรมการอัยการเพื่อพิจารณาในวาระสำคัญคือการตั้งคณะกรรมการสอบดุลพินิจของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด กรณีใช้ดุลพินิจมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีบอส-วรยุทธ โดยนายอรรถพลจะเสนอรายชื่อประธานคณะทำงานและกรรมการให้ ก.อ.เลือก ซึ่ง ก.อ.อาจเสนอชื่อบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ นายเนตรก็เป็น ก.อ.โดยตำแหน่ง คาดว่านายเนตรจะไม่มาเพราะยื่นใบลาออกไปแล้ว แม้ยังไม่ปรากฏว่าอัยการสูงสุดจะอนุมัติใบลาออกหรือไม่
...